[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":14},"20230718151124465198",2,6,"ค่าไฟแพง มีผลต่อรถ EV แค่ไหน?","พลังงานของรถยนต์ไฟฟ้า ก็คือไฟฟ้า เหมือนกับรถยนต์สันดาป ที่มีน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นแหล่งพลังของรถ ในยามที่ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ก็จะส่งผลให้การเดินทางด้วยรถยนต์สันดาปมีราคาสูงขึ้น เงินที่ต้องจ่ายต่อการเติมน้ำมัน 1 ถังก็แพงขึ้นด้วย\nเช่นเดียวกับรถยนต์ไฟฟ้า การที่ค่าไฟฟ้าแพงก็ส่งผลโดยตรงค่าชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าด้วยเช่นกัน โดยการชาร์จไฟฟ้าให้กับรถยนต์ไฟฟ้าจะมีอยู่ 2 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่การชาร์จที่บ้าน กับการชาร์จที่สถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า โดยราคาค่าชาร์จแบตเตอรี่ก็มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง\n\nค่าไฟบ้านอยู่อาศัย จะมีอยู่ 2 รูปแบบ ได้แก่มิเตอร์ธรรมดากับมิเตอร์ TOU ซึ่งที่อยู่อาศัยโดยส่วนใหญ่มักใช้มิเตอร์แบบปกติ ที่ขนาด 15(45) A ขึ้นไป โดยทางการไฟฟ้าจะคิดค่าไฟด้วยอัตรานี้\n\nหน่วยที่ 1-150 หน่วยละ 3.2484 บาท\nหน่วยที่ 151-400 หน่วยละ 4.2218 บาท\nหน่วยที่ 401 ขึ้นไป หน่วยละ 4.4217 บาท\n\nส่วนมิเตอร์ TOU หรือมิเตอร์แบบ Time of Use จะมีวิธีการคิดค่าไฟเป็นแบบช่วงเวลา (แบบปกติจะคำนวณตามปริมาณการใช้งาน) โดยจะแบ่งเวลาออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ช่วง On Peak กับ Off Peak ซึ่งมีราคาไฟฟ้าแตกต่างกันถึง 2 เท่า มีค่าบริการเดือนละ 38.22 บาท\n\nโดยช่วงความต้องการไฟฟ้าสูง (On Peak) ระหว่างเวลา 09.00-22.00 น. ของวันจันทร์-ศุกร์ อัตราค่าไฟฟ้า 5.7982 บาท ต่อหน่วย\n\nช่วงความต้องการไฟฟ้าต่ำ (Off Peak) ระหว่างเวลา 22.00-09.00 น. ของวันจันทร์-ศุกร์ และช่วงเวลาระหว่าง 00.00-24.00 น. ของวันเสาร์-อาทิตย์ วันแรงงานแห่งชาติ วันหยุดราชการตามปกติ (ไม่รวมวันพืชมงคลและวันหยุดชดเชย) อัตราค่าไฟฟ้า 2.6369 บาท ต่อหน่วย\n\nทว่า ค่าไฟฟ้าที่เราเห็นนี้เป็นแค่ค่าไฟพื้นฐาน ยังไม่รวมค่า FT ซึ่งค่า FT ย่อมาจากคำว่า Fuel Adjustment Charge โดยดั่งเดิมแล้ว ค่า Ft มาจากคำว่า Float time คือการลอยค่าของต้นทุนการผลิตไฟฟ้าที่การไฟฟ้าไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ราคาเชื้อเพลิง อัตราเงินเฟ้อ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ เป็นต้น ตามช่วงเวลาต่างๆ ที่ใช้เป็นกรอบในการคำนวณ\n\nทว่า ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 เป็นต้นมา ได้มีการเปลี่ยนแปลงสูตรคำนวณใหม่ คงไว้เพียงต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่ใช้ในการผลิตไฟฟ้าของ กฟผ. และค่าซื้อไฟฟ้าจากผู้ผลิตเอกชนและประเทศเพื่อนบ้านเท่านั้น ที่ กฟผ.ไม่สามารถควบคุมได้ และสามารถนำไปคำนวณในสูตร Ft โดยค่า FT นี้ จะถูกปรับปรุงทุกๆ 4 เดือน โดยค่า Ft จะมีได้ทั้งแบบเก็บเงินเพิ่มและให้เป็นส่วนลดเข้าไปในค่าไฟพื้นฐาน\n\nสำหรับรูปแบบการคิดค่าชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าของสถานีชาร์จ มักจะคิดค่าไฟเป็น 2 ราคา ได้แก่ราคาช่วง On Peak และ Off Peak อิงตามการคิดค่าไฟฟ้าอัตรา TOU ของการไฟฟ้านครหลวงและส่วนภูมิภาค โดยมักจะตั้งราคาช่วง On Peak ที่ 7.5 บาท/หน่วย และ Off Peak 4.5 บาท/หน่วย\n\nที่นี้เรามาเปรียบเทียบค่าไฟฟ้าแบบรวมทั้งค่า FT และภาษีมูลค่าเพิ่มกันว่าเป็นเท่าไร\n\nมิเตอร์ปกติ                  \nหน่วยที่ 1 - 150 หน่วยละ 4.4755 บาท\nหน่วยที่ 151 - 400 หน่วยละ 5.5170 บาท\nหน่วยที่ 401 เป็นต้นไป หน่วยละ 5.7309 บาท\n                   \nมิเตอร์ TOU                  \nOn Peak หน่วยละ 7.2038 บาท\nOff Peak หน่วยละ 3.8212 บาท\n\nสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า\nOn Peak หน่วยละ 7.5 บาท\nOff Peak หน่วยละ 4.5 บาท\n\nยกตัวอย่าง ชาร์จรถไฟฟ้าแต่ละที่ค่าชาร์จรถต่างกันแค่ไหน\nเช่น เราใช้รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นหนึ่ง ขนาดแบตเตอรี่ 100 kWh หากชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในสถานที่ที่แตกต่างกันจาก 0-100% จะต้องจ่ายค่าไฟฟ้าดังนี้\n\nมิเตอร์ปกติ (ตีเฉลี่ยเป็นหน่วยละ 5.7 บาท) ต้องจ่ายค่าไฟฟ้า 570 บาท\nมิเตอร์ TOU On Peak ต้องจ่ายค่าไฟฟ้า 720 บาท\nมิเตอร์ TOU On Peak ต้องจ่ายค่าไฟฟ้า 382 บาท\nสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า On Peak ต้องจ่ายค่าไฟฟ้า 750 บาท\nสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า Off Peak ต้องจ่ายค่าไฟฟ้า 450 บาท\n\nเห็นได้อย่างชัดเจนว่าการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละที่ มีค่าใช้จ่ายที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน หากอยากชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าด้วยราคาที่ถูกที่สุด ต้องชาร์จที่บ้าน ด้วยมิเตอร์ TOU ช่วง Off Peak ครับ แต่ถ้าเดินทางไกลยังไงแล้วก็ต้องใช้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าครับ","CoverEV202305Electricprice.png",null,"BannerEV202305Electricprice.png",[11,13],"EV202305Electricprice01.png","18 กรกฎาคม 2566",1777136588325]