[{"data":1,"prerenderedAt":14},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":13},"20230830141231446710",2,5,"เทคนิคขับรถลุยน้ำ และน้ำท่วมระดับไหน ไม่ควรขับลุย","เวลาเจอเหตุการณ์ฝนตกหนัก เจอน้ำท่วมจนไม่รู้จะขับฝ่าไปยังไง ใจนึงก็ต้องกลับบ้าน ใจหนึ่งก็กลัวรถพัง เรามีทางออกให้คุณ! ก่อนขับฝ่าออกไปจะได้ประเมินสถานการณ์ได้ ว่าความสูงของรถเราจะไปไหวไหม เพื่อลดเปอร์เซ็นต์การเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน บอกเลยว่ามีประโยชน์มาก ไปดูกันเลย!\n\nระดับน้ำสูง 5-10 ซม. ขับผ่านได้ทุกคัน\nสามารถขับผ่านได้ทุกคน อย่าขับเร็ว ไม่ควรใช้ความเร็วสูงเพราะถนนลื่น มีผลทำให้สูญเสียการทรงตัว ไม่สามารถควบคุมรถได้ ควรมีสติ และสังเกตรถคันหน้าอยู่ตลอดเวลา\n\nระดับน้ำสูง 10-20 ซม. รถทุกประเภทยังขับผ่านไปได้\nรถทุกประเภทสามารถขับผ่านไปได้ แต่ให้ระมัดระวัง เพราะมีโอกาสที่น้ำจะเข้าไปในตัวรถได้ เวลาขับอย่าตื่นเต้น ให้ใจเย็นๆ และขับไปเรื่อยๆ \n\nระดับน้ำสูง 20-40 ซม. รถอีโคคาร์ต้องระวัง\nรถเล็กหรือรถอีโคคาร์ต้องระวังเป็นพิเศษ เพราะรถถูกออกแบบให้มีความสูงจากระดับพื้น 15-17 ซม. มีสิทธิ์ท่วมถึงท่อไอเสีย ส่งผลให้เกิดปัญหาท่อไอเสียจม แต่สามารถขับรถผ่านไปได้ \n\nระดับน้ำสูง 40-60 ซม. รถซีดานและรถขนาดเล็กต้องเลี่ยง\nรถอีโคคาร์หมดสิทธิ์ขับผ่าน รถกระบะยังพอผ่านไปได้ แนะนำให้ปิดแอร์ขณะขับ เพื่อป้องกันไม่ให้พัดลมแอร์หน้ารถดูดละอองน้ำเข้าไปในเครื่องยนต์ ส่งผลทำให้รถดับได้ ควรขับให้ช้าลง ระวังคลื่นน้ำจากรถคันอื่น พยายามหลบเลี่ยงน้ำที่สูง เพราะอาจทำให้น้ำเข้าสู่เครื่องยนต์\n\nระดับน้ำสูง 60-80 ซม. อันตรายต่อรถทุกคัน\nอันตรายต่อรถทุกคันไม่ควรขับฝ่าออกไปทั้งรถกระบะและรถยกสูงเอสยูวี เพราะส่งผลทำให้เครื่องยนต์ดับกลางทาง สร้างความเสียหายให้กับระบบต่างๆ ทางที่ดีไม่ขับฝ่าไปดีที่สุด\n\nสุดท้ายนี้ สิ่งที่ต้องทำหลังจากขับฝ่าน้ำท่วมมา นั่นก็คือตรวจเช็กระบบเบรก ว่ายังทำงานเป็นปกติหรือไม่ วิธีเช็กให้เหยียบเบรกย้ำๆ เพื่อไล่น้ำออก แค่นี้ก็สามารถขับต่อได้อย่างปลอดภัยแล้ว","CoverHowtoRideOverFlood.png","","BannerHowtoRideOverFlood.png",[11],"30 สิงหาคม 2566",1777136587925]