[{"data":1,"prerenderedAt":14},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":13},"20230904170634604933",2,5,"ข้อควรรู้ ก่อนเช็กระยะรถยนต์ ต้องตรวจเช็กอะไรบ้าง","เหตุผลที่ต้องเข้าเช็กระยะที่ศูนย์เป็นประจำ เพราะถ้าไม่เช็กอาจมีปัญหาที่เรามองไม่เห็นเกิดขึ้นได้ รู้ตัวอีกทีเราอาจจะต้องเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าปกติ ทางที่ควรเอารถเข้าศูนย์เพื่อตรวจเช็กระยะทุกครั้งเมื่อครบกำหนดจะดีที่สุด แต่ละเดือนจะต้องตรวจเช็กอะไรบ้าง สามารถดูได้ที่นี่เลย\n\nสิ่งที่ต้องตรวจเช็กในระยะเวลา 1- 6 เดือน หรือทุกๆ 5,000 กิโลเมตร ได้แก่\n- ยางรถยนต์ พร้อมกับการตั้งศูนย์ล้อ \n- ระบบจานเบรกและผ้าเบรกหน้า\n- น้ำมันเครื่องแบบสังเคราะห์และไส้กรอง \n\nสิ่งที่ต้องตรวจเช็กในระยะเวลา 6 เดือน หรือทุกๆ 10,000 กิโลเมตร\n- ระบบคลัชท์\n- การสลับยาง การถ่วงล้อ \n- ที่ปัดน้ำฝน และที่ฉีดน้ำยาล้างกระจก\n- ระบบจานเบรกและผ้าเบรกหลัง พร้อมตรวจดูการรั่วซึมของท่อและสายน้ำมันเบรก \n- ระบบคลัชท์ พร้อมตรวจดูการรั่วซึมของท่อและสายน้ำมันคลัชท์\n- ระบบช่วงล่าง ควรอุดจาระบี \n\nสิ่งที่ต้องตรวจเช็กในระยะเวลา 12  เดือน หรือทุกๆ 10,000 กิโลเมตร\n- โช๊คอัพ หน้า-หลัง\n- น้ำมันเครื่องแบบกึ่งสังเคราะห์และไส้กรอง \n\nสิ่งที่ต้องตรวจเช็กในระยะเวลา 12 – 24 เดือน หรือทุกๆ 20,000 กิโลเมตร\n- ล้างเครื่อง \n- น้ำมันเกียร์ ระบบธรรมดา\n- สายพานขับและสายพานเครื่องยนต์\n- ระบบบังคับเลี้ยว สายพานพวงมาลัยพาวเวอร์ \n- ระบบบังคันชักคันส่ง ลูกหมาก ยางกันฝุ่น \n\nสิ่งที่ต้องตรวจเช็กในระยะเวลา 12 – 24 เดือน หรือทุกๆ 40,000 กิโลเมตร\n- น้ำมันเบรก\n- น้ำมันคลัชท์\n- น้ำมันพวงมาลัย \n- น้ำมันเกียร์ออโต้ \n- น้ำหล่อเย็นเครื่องยนต์ \n\nการเช็กระยะรถยนต์ เป็นวิธีดูแลรักษา ช่วยยืดเวลาให้รถยนต์ของเราใช้งานได้ยาวนานที่สุด ยิ่งหมั่นดูแล ยิ่งทำให้ประหยัดค่าใช้จ่าย ","CoverCheckCarDistance.png",null,"BannerCheckCarDistance.png",[11],"4 กันยายน 2566",1777136587912]