[{"data":1,"prerenderedAt":14},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":13},"20230904170635828625",2,3,"Toyota Fortuner vs Ford Everest เจ้า PPV ในตลาด","รถอเนกประสงค์ PPV ที่นิยมเป็นอันดับหนึ่งก็ต้อง Toyota Fortuner แต่เชื่อว่ารถที่มาแรงตามมาติดๆ ก็ต้องยกให้ Ford Everest ถือว่าฟอร์ดพร้อมเดินหน้าชนกับรถในกลุ่ม PPV ด้วยจุดเด่นทั้งหน้าตาและออปชั่นที่มากมายจึงทำให้หลายคนโอนเอียงมากขึ้น วันนี้เรามาดูกันว่า Everest จะดีกว่า Fortuner หรือไม่\n\nราคาค่าตัวของทั้งสองรุ่นในตัวท็อป\nToyota Fortuner 2.8 GR Sport 6AT 4×4 : 1,899,000 บาท\nFord Everest 2.0 Titanium+ 10AT 4×4 : 1,874,000 บาท\nด้านราคาจะเห็นได้ว่าไม่แตกต่างกันมากและยังมีตัวพิเศษซึ่งราคาจะแพงกว่านี้เล็กน้อยของทั้งสองรุ่น\n\nมิติตัวถัง Everest ใหญ่กว่าเล็กน้อย\nEverest : 4,914 x 1,923 x 1,842 / 2,900 มิลลิเมตร \nFortuner : 4,795 x 1,855 x 1,835 / 2,750 มิลลิเมตร\n\nภายนอกถ้ามองจากหน้าตาเริ่มจากเจ้าตลาดอย่าง โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ กันก่อนก็ต้องบอกยอมรับว่าทำออกมาได้ถูกใจหลายๆ ท่านหน้าตาดูเป็นรถสปอร์ตและยิ่งในรุ่น GR SPORT ทุกอย่างดูลงตัวแทบจะไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติมเห็นหน้าตาก็รู้สึกว่าเป็นรถที่มีความแรงแล้ว ฝั่ง ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ก็มีความหรูหราแต่มีความดุดันภายในคันเดียวถ้าขับแบบเดิมๆ ก็ดูเรียบหรูแต่ถ้านำไปตกแต่งต่อ ซึ่งเดี๋ยวนี้ชุดแต่งเริ่มมีออกมาจำหน่ายมากขึ้นสำหรับฝั่ง เอเวอเรสต์ เปลี่ยนล้อโหลดลงมาทำให้หน้าตารถเปลี่ยนไปจากเดิมมากและดูสวยแบบดุดัน\nถ้าให้วัดกันระหว่าง โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ และ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ในเรื่องหน้าตาก็ต้องบอกว่าแล้วแต่ความชอบส่วนตัวเลยเพราะจะให้ตัดสินนั้นทั้งสองรุ่นสวยคนละแบบแต่ก็ถูกใจทั้งคู่\n\nเครื่องยนต์ \nโตโยต้า ดีเซล 2.8 ลิตร Turbo\nเครื่องยนต์รหัส 1GD-FTV ขนาด 2.8 ลิตร 2,755 ซีซี กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก 92.0 x 103.6 มิลลิเมตร กำลังอัด 15.6 : 1 ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีด i-ART ผ่านราง Commonrail พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged กำลังสูงสุด 204 แรงม้า (PS) ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,800 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อม Sequential Shift และ Paddle Shift มีให้เลือกทั้งขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง 2WD และขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-time 4WD\nฟอร์ด ดีเซล 2.0 Bi-Turbo 10AT\nเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว 2.0 ลิตร 1,996 ซีซี พ่วงระบบอัดอากาศ Bi-Turbocharged พร้อม Intercooler กำลังสูงสุด 210 แรงม้า (PS) ที่ 3,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,000 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหลัง และขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Part-time 4WD\nเครื่องยนต์แรงม้าแรงบิดต่างกันเล็กน้อยซึ่งเวลาขับขี่จริงท่างฝั่ง โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ รู้สึกว่าแรงกว่าด้วยการปรับจูนคันเร่งที่ตอบสนองได้ไวกว่า แต่ก็ต้องแลกกับอัตราการกินน้ำมันที่มากว่าเล็กน้อย ซึ่ง ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทำได้ดีกว่าเพราะเกียร์10สปีด และขับขี่ได้อย่างนุ่มนวลมากกว่าด้วยอัตราทดเกียร์ที่ดีกว่า\n\nอุปกรณ์ภายในของทั้งสองรุ่นไม่ต้องอธิบายกันมากเพราะเมื่อเราเข้าไปนั่งในรถทุกอย่างชัดเจนด้าน ฟอร์ด เอเวอเรสต์ มีความทันสมัยกว่ามากออปชั่นเพียบ หน้าจอกลาง แบบสัมผัส Multi-Touch ขนาด 12 นิ้ว ใหญ่สุดในตลาดพร้อมหน้าจอแสดงผลบนหน้าปัด แบบสีขนาด 12.4 นิ้ว เรียกว่าชนะขาดสำหรับภายใน\nซึ่งสำหรับทั้งสองรุ่นจุดที่ โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ทำได้น้อยกว่าอาจจะมีเรื่องเดียวคือภายในและออปชั่นแตกต่าง แต่ในเรื่องอื่นถือว่าสูสีกันมาก และที่สำคัญสุดกับการตัดสินใจคือเรื่องความมั่นใจซึ่งชื่อเสียงสำหรับ ฟอร์ดที่รถมีปัญหานั้นก็ยังคงมีอยู่แต่น้อยลงมากแต่ในฝั่งโตโยต้าคุณมั่นใจกับปัญหาที่จะไม่มีหรือมีก็เล็กน้อยเพราะรถขายมาอย่างยาวนาน นั้นก็คือปัจจัยหลักในการเลือกซื้อ","CoverToyotaFortunervsFordEverest.png",null,"BannerToyotaFortunervsFordEverest.png",[11],"4 กันยายน 2566",1777136587888]