[{"data":1,"prerenderedAt":13},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":5,"title_th":6,"description_th":7,"banner_image":8,"jw_media_id":9,"video_embed_link":9,"article_image":10,"galleries":11,"publish_date":12},"20230919213309735307",2,"MG Maxus9 ทำไมขายดี","นี้คือสิ่งใหม่สำหรับรถ MPV พลังงานไฟฟ้า 100% ซึ่งเป็นเหตุผลหลักสำหรับ ความน่าสนใจ ของ MG MAXUS 9 เพราะถ้าพูดถึงรถไฟฟ้าที่เป็น MPV มีจัดจำหน่ายในบ้านเรานั้นถือว่าเป็นครั้งแรก\n \nMG MAXUS 9 ลักชัวรี MPV พลังงานไฟฟ้า 100% 7 ที่นั่ง ที่สามารถทำยอดขายได้อย่างน่าสนใจและด้วยเหตุผลอะไรอีกทีทำให้ MAXUS 9  ถึงได้รับการตอบรับที่ดีขนาดนี้ ในตลาดรถ MPV หรูบ้านเรานั้นก็ต้องยอมรับว่า Toyota Alphard ถือเป็นรถที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับหนึ่ง แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นรถนำเข้าและมีราคาสูงก็ตามแต่การตอบรับนั้นก็มีมาก แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเครื่องยนต์สันดาปหรือไฮบริด \nการใช้งานส่วนใหญ่ของรถในกลุ่ม MPV จะเป็นในลักษณะครอบครับต้องเดินทาง 4-5 คน หรือเป็นรถรับส่งเด็กๆ เดินทางไม่ไกล เน้นใช้งานในเมืองเป็นส่วนใหญ่ \n MG MAXUS 9 เป็นตัวด้วยความเป็นรถ MPV ไฟฟ้าเป็นครั้งแรกจึงเรียกเสียงฮือฮาได้มากเพราะหลายท่านรอคอยมานาน โดยส่วนใหญ่ที่เห็นในตลาดตอนนี้จะเป็นรถไฟฟ้าในกลุ่ม suv หรือ เก๋งเล็กเป็นหลัก ซึ่งไม่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ ดังนั้น รถ MPV จึงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี \nเมื่อวันเปิดตัว MG MAXUS 9 ก็ได้รับยอดจองแบบไม่คาดคิดจบงานเกือบ 2,000 คัน แม้ว่าจะยังไม่ประกาศราคาก็ตามและเมื่อถึงวันประกาศราคา ในรุ่นเริ่มต้น 2.499 ล้านบาท รุ่น X และ รุ่น V ในราคา 2.699 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่ดีสำหรับรถกลุ่ม MPV เพราะถ้าเทียบ Toyota Alphard ก็ถือว่าถูกกว่าหลายแสน ดังนั้น ในเรื่องราคา MAXUS 9 ถือว่าผ่านสบายจึงทำให้ถ้าใครตัดสินใจตอนนี้ต้องรอรถประมาณ 2 เดือน\n\nขุมพลัง MAXUS 9 กับ E- PERFORMANCE: ด้วยขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า 245 แรงม้า ด้วยแบตเตอรี่ขนาดความจุ 90 kWh พร้อมระบบระบายความร้อน\n\nขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ที่ให้พละกำลังสูงสุดที่ 180 กิโลวัตต์ หรือ 245 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร\nแบตเตอรี่แบบ Lithium-ion จัดวางแบบ Cell To Pack ขนาดความจุ 90 kWh สามารถวิ่งในระยะทางสูงสุด 540 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC \n\nMG MAXUS 9 รองรับระบบการชาร์จ 2 รูปแบบทั้งแบบ Quick Charge และ Normal Charge ให้ผู้ใช้งานสามารถเดินทางสะดวกสบายได้ทั่วประเทศ ด้วยความพร้อมของสถานีอัดประจุไฟฟ้าของเอ็มจี MG Super Charge ที่พร้อมให้บริการแล้วกว่า 129 แห่งทั่วประเทศ\n\nชาร์จแบบเร็ว DC Quick Charge ชาร์จไฟฟ้าจาก 30% - 80% ใช้เวลาประมาณ 30 นาที* ที่ความเร็วสูงสุด 120 kWh\nชาร์จแบบธรรมดา Normal Charge ชาร์จไฟฟ้าจาก 5% – 100% ใช้เวลาประมาณ 8 ชั่วโมง 30 นาที* รองรับการชาร์จสูงสุดที่ 11 kWh\n*ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังของเครื่องอัดประจุไฟฟ้า\nสำหรับการใช้งานต้องบอกว่าเพียงพอต่อการใช้งานในเมืองได้แบบสบายๆ ตัวเลขการชาร์จหนึ่งครั้งสามารถวิ่งได้ สูงสุด 540 กม. จากการทดสอบจริงสามารถวิ่งได้ประมาณ 340-380 กม. ซึ่งตัวเลขนี้ก็ต้องบอกว่าเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันแล้ว รวมไปถึงการใช้งานในต่างจังหวัดไกลๆ ได้แบบสบาย พัทยา หัวหิน อยุธยา เขาใหญ่ เพียงพอต่อการใช้งานสบายๆ ในเมืองไม่ต้องพูดถึงเพราะตัวเลขนี้สบายๆ อยู่ไป 3-4 วัน ชาร์จที \n\nพูดถึงการขับขี่ช่วงล่างออกแบบให้รถมีความนุ่มนวล นั่งสบาย ความเงียบแบบรถไฟฟ้ายิ่งทำให้รถเพิ่มความสบายมากยิ่งขึ้นในการใช้งานไม่ว่าอาการสั่นจากเครื่องยนต์ หรือเสียงรบกวนต่างๆ ไม่มีให้เห็น ส่วนอัตราเร่งหายห่วงเพราะกดคันเร่งทุกครั้งรถตอบสนองได้เป็นอย่างดีแม้ว่าตัวรถจะใหญ่และหนักก็ตาม\n\nสิ่งอำนวยความสะดวก จุดเด่นกับเบาะนั่งแถวที่สองแบบ Captain Seat พร้อมระบบเอนเตอร์เทนเมนต์ และรองรับการเชื่อมต่อทุกรูปแบบ เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง และเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง \nเบาะนั่งแถวที่สองในรุ่น V แบบ VIP Captain Seat พร้อมระบบจดจำตำแหน่งการนั่ง (Memory Seats) ระบบนวด เบาะอุ่นและระบายความร้อนควบคุมผ่านหน้าจอ Touch Screen พร้อมช่องวางโทรศัพท์ โต๊ะพับและที่วางแก้ว ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ แยกบริเวณด้านหน้าและหลังอิสระ พร้อมระบบกรองอากาศ PM 2.5\n\nความสบายทั้งหมดนี้ก็คงเป็นคำตอบได้ว่าทำไม MG MAXUS 9 ถึงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีสำหรับผู้บริโภค\n","CoverMAXUS9.png",null,"BannerContentMAXUS9.png",[10],"19 กันยายน 2566",1777136587760]