[{"data":1,"prerenderedAt":14},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":13},"20231011180205016741",2,5,"6 จุดเช็กรถหมั่นตรวจช่วงหน้าฝน","1.ยางปัดน้ำฝน\nหมั่นเช็กอยู่เสมอว่ายางปัดน้ำฝนเสื่อมหรือไม่ สามารถเช็กได้บ่อยๆ ด้วยการเปิดที่ฉีดกระจก และลองปัดดูว่ามีคราบเป็นเส้นๆ มีเสียงดังผิดปกติ ให้รีบทำการเปลี่ยนทันที เพราะเมื่อถึงสถานการณ์จริง ถ้าหากไม่สามารถปัดน้ำหรือรีดน้ำออกได้ อาจก่อเกิดทัศนวิสัยที่ไม่ดี ทำให้เสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้ ถังพักน้ำและความเร็วในการปัด จึงมีความสำคัญเป็นอย่างมาก\n\n2.กระปุกน้ำฉีดกระจก\nหมั่นเช็กน้ำในถังพักน้ำเช็ดกระจกทุกครั้งก่อนออกเดินทาง เมื่อถึงเวลาถ้าต้องการทำความสะอาดจะได้ไม่มีปัญหา เพราะนอกจากน้ำฝนแล้ว อาจมีคราบสิ่งสกปรกอื่นๆ กระเด็นมาใส่กระจก ทำให้ทัศนวิสัยแย่ลง\n\n3.ยางรถยนต์\nถ้าหากยางรถยนต์เก่าเกินไป ความสามารถในการรีดทางน้ำจะเสื่อมประสิทธิภาพลง ควรหมั่นเช็กว่ายางของเราการใช้งานเกิน 2 ปีหรือไม่ เพราะระยะทางการใช้งานไม่ควรเกินประมาณ 50,000 กม. และควรสับเปลี่ยนยางรถยนต์ที่ระยะทาง 10,000 กม. เพื่อยืดอายุการใช้งาน และหมั่นตรวจเช็กลมยางอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้ง\n\n4.เบรก\nเวลาเกินเหตุไม่คาดคิดระบบความปลอดภัยและเบรกคือสิ่งสำคัญ ควรหมั่นเช็กอยู่ตลอด อย่าชะล่าใจปกติผ้าเบรกและน้ำมันเบรกควรเปลี่ยนที่ระยะทาง 50,000 กม. หรือไม่ควรเกิน 2 ปี และควรเช็กระดับน้ำมันเบรกทุกอาทิตย์\n\n5.ไฟหน้า / ไฟท้าย\nควรตรวจเช็กและทำความสะอาดให้หมดทุกดวง ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ไฟตัดหมอก ตรวจเช็กดูว่ามีแสงสว่างเพียงพอพร้อมใช้งาน เพราะเมื่ออยู่ท่ามกลางสายฝน ทัศนวิสัยจะแย่ลง การมีไฟส่องสว่างที่เพียงพอ ช่วยให้รถคันอื่นเห็นรถเราได้ชัดขึ้น \n\n6.เครื่องยนต์\nตรวจเช็กเครื่องยนต์ว่าไม่อะไรผิดปกติหรือไม่ เพราะอาจส่งผลเมื่อมีน้ำเข้าไปในเครื่องยนต์รวมถึงระบบไฟฟ้า อาจทำให้เครื่องยนต์ดับระหว่างทางได้","CoverChecklistCarRainySeason.png","","BannerChecklistCarRainySeason.png",[11],"11 ตุลาคม 2566",1777136587624]