[{"data":1,"prerenderedAt":14},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":13},"20231102155739434074",2,5,"5 สิ่งไม่ควรทำ เพราะอาจทำให้เกียร์ออโต้พังเร็ว","1.เร่งเครื่องยนต์แรงๆ แล้วออกตัวทันที\nการออกตัวแรง หรือออกตัวเร็ว แม้จะทำให้รถกระชากสะใจถูกใจสายซิ่ง แต่แรงกระชากนั้นเอง จะส่งผลกับการทำงานของชุดเกียร์และเพลาขับ ก่อให้เกิดความเสียหาย และทำให้เกียร์รถพังในที่สุด\n\n2.เหยียบคันเร่งจนมิดบ่อยๆ\nการขับรถคิกดาวน์หรือเหยียบคันเร่งจนมิดบ่อยๆ ส่งผลให้เครื่องยนต์ต้องลากรอบสูงกว่าปกติ กลไกการทำงานภายในเช่นฟันเฟืองในเกียร์ก็จะทำงานด้วยความเร็วสูง มีการเสียดสีและสะสมความร้อนสูง ทำให้เกียร์มีสึกหรอนั่นเอง\n\n3.เข้าเกียร์ P เมื่อรถติดหรือหยุดรถชั่วคราว\nเวลาหยุดรถเพื่อจอดรอไฟแดง ควรจะเข้าเกียร์ว่าง หรือเกียร์ N และดึงเบรกมือจะดีที่สุด เพราะหากเข้าเกียร์ P สลักล็อกจะทำงาน ถ้าเกิดมีอุบัติเหตุ มีรถมาชนท้าย ความเสียหายจะส่งผลไปถึงชุดเกียร์อีกด้วย\n\n4.เข้าเกียร์ว่าง (N) แล้วปล่อยรถไหล \nการเข้าเกียร์ว่างและปล่อยลดไหลไปเรื่อยๆ ก่อนจะถึงไฟแดง หรือทางยูเทิร์น จะทำให้ชุดเกียร์เกิดการขบกับฟันเฟืองไปมาโดยไม่มีน้ำมันเกียร์เข้าไปหล่อเลี้ยง ความร้อนจะพุ่งสูง ทำให้ชุดเกียร์เสียหาย อายุของเกียร์จะสั้นลง\n\n5.ลากรถเสียโดยไม่ยกล้อ \nเป็นข้อที่โอกาสเกิดน้อยที่สุด เพราะหลายๆ คนอาจไม่เล็งเห็นความจำเป็น แต่ถ้าหากเกิดอุบัติเหตุ ต้องเรียกรถสไลด์มาลากรถ เมื่อถึงตอนที่ลากรถ ต้องยกล้อข้างหน้าขึ้นด้วย เพราะเครื่องยนต์ไม่ได้สตาร์ท ภายในไม่มีคนขับ เมื่อไม่มีการหล่อลื่นจากน้ำมันเกียร์ จึงทำให้เกิดการเสียดสี และมีความร้อนสูงเกิดขึ้นในห้องเกียร์ได้ ซึ่งหากไม่มีทางเลือกจริง แนะนำให้เรียกรถยกมาเลยจะดีที่สุด","CoverGearAuto.png",null,"BannerGearAuto.png",[11],"2 พฤศจิกายน 2566",1777136587485]