[{"data":1,"prerenderedAt":14},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":13},"20231110150214871554",2,5,"ก่อนซื้อรถมือสอง ต้องตรวจเช็กอะไรบ้าง","1.รูปทรงและสี\nรูปทรงหรือสัดส่วนของรถจะต้องเท่ากันทั้งสองข้าง สามารถมองออกได้ด้วยสายตา หากไม่เท่ากัน สันนิษฐานได้เลยว่าอาจจะเคยถอดออกมาซ่อม ส่วนสีสามารถตรวจเช็กดูได้จากการเคาะที่ตัวถังเบา ๆ หากรถที่ยังไม่ได้ทำสี เสียงจะโปร่ง ๆ แต่ถ้ารถมีการทำสีมาใหม่เสียงจะออกทึบๆ เกิดจากความไม่สม่ำเสมอของสีนั่นเอง \n\n2. ประตูจุดเชื่อมต่าง ๆ คาน ประตูและขอบประตู\nโดยดูรอยที่หัวน็อตว่ามีร่องรอยของการถอดมั้ย มีร่องรอยจากการทำสีมาใหม่หรือไม่ ถ้าหากมีรอยซ่อมแซมมีโอกาสที่จะผ่านการชนมา ส่วนแก้มข้างให้ดูที่รอยนูนทั้ง 2 ฝั่ง ทั้งสองด้านจะต้องเท่ากัน จุดเชื่อมต่าง ๆ จะมีรอยอาร์ตอยู่ รอยอาร์คคือร่องรอยการเย็บติดกันของตัวถังกับประตู โดยจะต้องสม่ำเสมอกัน แค่ดึงยางขอบประตูออก ก็สามารถเช็กได้แล้ว\n\n3. ดูช่วงล่าง เครื่องยนต์ และเกียร์\nวิธีสังเกตเครื่องยนต์นั้นง่ายมาก เพียงแค่ลองเหยียบคันเร่งแล้วลองฟังเสียงและดูเกจ์วัด ว่าทำงานปกติหรือไม่ มีเสียงเครื่องยนต์ทำงานแปลก ๆ หรือไม่ ส่วนช่วงล่างแค่เช็กดูว่าการตอบสนองเป็นอย่างไร ก็เพียงพอที่จะจับใจความได้ว่า ช่วงล่างยังดีอยู่หรือไม่\n\n4. เช็กส่วนประกอบอื่นๆ ได้แก่\n- แอร์ เมื่อเจอความร้อน แอร์มีความเย็นเพียงพอหรือไม่\n- ไฟฟ้า ระบบไฟต้องใช้งานได้ปกติ เสียงแตรต้องดัง ไม่มีขัดข้อง\n- พวงมาลัย หมุนได้ปกติ ไม่มีเสียงแปลกๆ \n- เลขไมล์ ถ้าผ่านการเช็กระยะจากศูนย์ ถือว่าไว้ใจได้\n- กลิ่น ถ้ามีกลิ่นไม่พึงประสงค์ แสดงว่าอาจจะผ่านการน้ำท่วมมาก่อน\n- ระบบล็อกรถ ทำงานได้ปกติทั้งสี่บาน\n- ตรวจสอบเอกสารรถยนต์\n- เลขตัวถังและเลขเครื่องยนต์จะต้องตรงกับในเล่มเอกสารรถยนต์ โดยตำแหน่งเลขของแต่ละยี่ห้อและรุ่นจะต่างกันซึ่งในเล่มจะระบุตำแหน่งของเลขเอาไว้ชัดเจน","CoverUsedCarChecklist.png",null,"BannerUsedCarChecklist.png",[11],"10 พฤศจิกายน 2566",1777136587400]