[{"data":1,"prerenderedAt":14},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":5,"title_th":6,"description_th":7,"banner_image":8,"jw_media_id":9,"video_embed_link":9,"article_image":10,"galleries":11,"publish_date":13},"20231110150215110778",2,"City e:hev ไฮบริดสุดประหยัด","Honda City 2023 ใหม่ปรับเปลี่ยนเล็กน้อย ดูโดดเด่นเน้นความสปอร์ต จุดเด่นกับเครื่องยนต์ 2 รูปแบบที่แตกต่างกัน แต่ให้การประหยัดที่ดีทั้งคู่ ทั้งแบบ เบนซิน 1.0 Turbo และ ไฮบริด e:HEV ถือเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีเครื่องยนต์ให้เลือกถือ2แบบ ในกลุ่มรถอีโคคาร์ \nการปรับเปลี่ยนใหม่ในครั้งนี้กับหน้าตาดูปรับเล็กน้อยกันชนด้านปรับใหม่ กันชนท้ายถูกออกแบบใหม่ เพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ที่สำคัญกับ Honda SENSING ในทุกรุ่น\n\nHonda City 2023 ขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และ แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน มอบแรงบิดมอเตอร์สูงสุดที่ 253 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 3,000 รอบต่อนาที และยังให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 27.8 กิโลเมตร/ลิตร มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 83 กรัม/กิโลเมตร รองรับพลังงานทางเลือก E20 ทั้งนี้ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV จะปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ให้โดยอัตโนมัติตามความเหมาะสม ประกอบด้วย 3 โหมด ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode)\n\nHonda City 2023 ขุมพลัง TURBO กับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 ลิตร DOHC VTEC TURBO 3 สูบ 12 วาล์ว ที่มาพร้อม Turbo Charger มอบกำลังสูงสุด 122 แรงม้า ที่ 5,500 รอบต่อนาที ตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิดสูงสุด 173 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 - 4,500 รอบต่อนาที ผสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่อง (CVT) ให้อัตราเร่งและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 23.8 กิโลเมตร/ลิตร มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่ 99 กรัม/กิโลเมตร และสามารถรองรับพลังงานทางเลือก E20\nเพิ่มระบบความปลอดภัยกับเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ทำงานผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ช่วยตรวจจับรถยนต์ คนเดินถนน จักรยาน และจักรยานยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบไปด้วย 6 ฟังก์ชันการทำงานหลัก ๆ ดังนี้\n\nระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)\nระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)\nระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)\nระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)\nระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC) (รุ่น V, SV และ RS) พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (with Low-Speed Follow: with LSF) (รุ่น e:HEV SV และ e:HEV RS)\n\nใหม่ ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)\nฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มีให้เลือก 2 ขุมพลังขับเคลื่อน รวม 5 รุ่นย่อย แบ่งเป็น\n\n•    ฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย \n    รุ่น e:HEV RS ราคา 839,000 บาท\n    รุ่น e:HEV SV ราคา 769,000 บาท\n\n•    ฮอนด้า ซิตี้ เทอร์โบ ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย \n    รุ่น RS ราคา 749,000 บาท\n    รุ่น SV ราคา 679,000 บาท\n    รุ่น V ราคา 629,000 บาท\n\nในการวิ่งทดสอบสำหรับ ซิตี้ เทอร์โบ สามารถทำอัตราประหยัดได้สูงสุดถึง 30km/L และสำหรับรุ่น ซิตี้ อี:เอชอีวี ประหยัดได้สูงสุดกว่า 37km/L ซึ่งสามารถทำตัวเลขได้มากว่าที่โรงงานกำหนดซึ่งแสดงให้เห็นว่าถ้าการขับขี่อย่างดีประกอบกับรถที่ดีจะทำให้ทุกอย่างสมบูรณ์ได้","CoverHondacity.png",null,"BannerHondacity.png",[10,12],"city1.png","10 พฤศจิกายน 2566",1777136587398]