[{"data":1,"prerenderedAt":18},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":5,"title_th":6,"description_th":7,"banner_image":8,"jw_media_id":9,"video_embed_link":9,"article_image":10,"galleries":11,"publish_date":17},"20231110150217168635",2,"พาชม ASTON MARTIN DB12 รถยนต์แห่งตำนาน","เปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยสำหรับ Aston Martin DB12 ครั้งนี้ DB12 มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่และนิยามที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน มาดูกันว่า Aston Martin DB12 จะเหนือกว่า Aston Martin DB11 ขนาดไหน\nถ้าพูดถึงสายลับ 007 รถยนต์ที่คู่กันมาโดยตลอดจากเกาะอังกฤษ ก็ต้องคิดถึงรถคู่ใจอย่าง Aston Martin และในรุ่นใหม่กับ Aston Martin DB12 รถสปอร์ตคันใหม่ที่มีการปรับลุคทั้งคัน ด้วยราคาเริ่มต้น 21,900,000 บาท ในประเทศไทย พร้อมกับการเฉลิมฉลองครบรอบ 75 ปี ของยนตรกรรมสายพันธุ์ DB กับนิยามใหม่ \"The World's First Super Tourer\" เพื่อยกระดับให้กับรถประเภท GT (Grand Tourer)\n\nAston Martin DB12 จึงกลายเป็นรถยนต์ที่ถูกเรียกว่า \"Super Tourer\" หรือก็คือ เป็นรถสปอร์ตที่สามารถขับติดต่อกันได้อย่างยาวนาน สร้างประสบการณ์ร่วมกับผู้ขับขี่ได้มากที่สุด และ แรงที่สุดในคลาส จนเกิดเป็นคำเปรียบเปรยว่าเป็นรถยนต์ที่สามารถขับข้ามทวีปได้เลยทีเดียว\n\nถ้าหากเทียบกับรุ่นเก่าอย่าง Aston Martin DB11 แล้ว Aston Martin DB12 จะเหนือกว่าแทบจะทุกมิติ มีการปรับลุคด้วยกระจังหน้าที่ใหญ่ขึ้น 56% พร้อมโลโก้แบบใหม่ที่สวยงามและใหญ่ขึ้น รอบคันถูกออกแบบให้เปลี่ยนจากลุคที่ดูแล้วเป็นผู้ใหญ่เต็มตัว ก็กลายเป็นรถสปอร์ตวัยรุ่นเทสดีชาวอังกฤษไปเลย\n\nด้านโครงสร้างตัวถังมีการเสริมแกร่งให้ทนต่อแรงบิดได้มากขึ้น 7% รวมถึงฐานล้อก็กว้างขึ้นด้วย นั่นก็เป็นเพราะเครื่องยนต์ของเขาแรงที่สุดในคลาส แม้จะเป็นเครื่องเดิมแต่เพิ่มเติมคือแรงม้าเพิ่มขึ้น 33% และแรงบิดเพิ่มขึ้น 18% อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ภายใน 3.6 วินาที ความเร็วสูงสุดที่ 325 กม./ชม.\n\nมีระบบอินโฟเทนเมนท์ใหม่ที่พัฒนาโดย Aston Martin ห้องโดยสารออกแบบโดยเน้นไปที่ผู้ขับขี่มากขึ้น ออกแบบในสไตล์ Dual Cockpit ทำให้ผู้โดยสารและผู้ขับขี่รู้สึกปลอดภัยและมีส่วนร่วมกับรถมากขึ้น ผสานเทคโนโลยีล่าสุดเข้ากับงานฝีมือและวัสดุเกรดสูง และไม่มีวัสดุสังเคราะห์ใด ๆ หนังคือหนังแท้และเพียวคาร์บอนแท้ ๆ ทำให้ภายในมีความดุดันสไตล์สปอร์ตและหรูหรามากขึ้นหลายเท่าตัว\n\nโช้คอัพสามารถปรับความหนืดได้แบบอัตโนมัติโดยจะยืดหยุ่นได้มากกว่าเดิมถึง 500% มีเฟืองท้ายอิเล็กทรอนิกส์ (e-diff) ใส่ยาง Michelin Pilot Sport 5S ใหม่ล่าสุดสำหรับ Aston Martin DB12 โดยเฉพาะมาจากโรงงาน\nตัวถังของ Aston Martin DB12 ถูกดีไซน์ใหม่ให้มีความกว้างและดุดันยิ่งขึ้น โดยยังคงคอนเซปต์เป็นรถ Coupe แบบ 2+2 ที่นั่งอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าจะนั่งสบายมากยิ่งขึ้นในทุกตำแหน่ง\n\nกระจังหน้าแบบใหม่ Single Vane (แบบซี่เดียว) ชุบโครเมียม มีขนาดใหญ่ขึ้น 56% ทำให้ลุคดูดุดันและสปอร์ตขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมกับโลโก้ Aston Martin ทั้งหน้าและหลังแบบใหม่ที่ใหญ่และสวยงามมากขึ้นประเดิมติดลงในรุ่นนี้เป็นรุ่นแรก โดยโลโก้นี้จะเป็นงานแฮนด์เมดซึ่งมีความพิถีพิถันมาก 1 ชิ้นจะใช้เวลาถึง 4 วัน และแค่เพียงโลโก้ 1 ชิ้น ก็มีมูลค่าหลักแสนเลยทีเดียว\nขุมพลังของ Aston Martin DB12\nขุมพลังของ Aston Martin DB12 เป็นเครื่องยนต์เบนซิน V8 ทวินเทอร์โบ 4.0 ลิตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ (ZF 8HP7S) ให้แรงม้าสูงสุดที่ 680 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตร ที่ 2,750-6,000 รอบต่อนาที ทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 3.6 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 325 กม./ชม.\n\nการปรับโฉมที่ให้ทั้งรูปลักษณ์ที่ ดูปราดเปรียวยิ่งขึ้น เส้นสายที่ถูกออกแบบอย่างลงตัวรวมไปถึงเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ทำให้ทุกอย่างลงตัวพร้อมกับพละกำลังที่ เหลือเฟือ ซึ่งเป็นรถแห่งตำนานอย่างแท้จริง","CoverDB12.png",null,"BannerDB12.png",[10,12,13,14,15,16],"DB121.png","DB122.png","DB123.png","DB124.png","DB125.png","10 พฤศจิกายน 2566",1777136587335]