[{"data":1,"prerenderedAt":14},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":13},"20231117154335076853",2,5,"แบตเตอรี่แบบน้ำกับแบบแห้งต่างกันอย่างไร","สำหรับใครที่เพิ่งมีรถคันแรกเป็นของตัวเอง ควรทำความรู้จักกับแบตเตอรี่แบบน้ำและแบบแห้งเอาไว้ เพราะเป็นส่วนสำคัญกับรถ ทั้งสองแบบมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกัน สะดวกแบบไหนให้ใช้แบบนั้น จะแตกต่างกันยังไงบ้างไปดูกัน\n\nแบตเตอรี่แห้ง คืออะไร? \nแบตเตอรี่แห้ง คือ แบตเตอรี่ที่เกิดมาเพื่อแก้ปัญหาแบตเตอรี่แบบน้ำได้อย่างดีเยี่ยม เพราะไม่ต้องเติมน้ำกลั่นตลอดอายุการใช้งาน และไม่มีฝาเปิด-ปิด ไม่จำเป็นต้องเช็กระดับน้ำ เพราะประจุไฟได้นานและไม่มีความจำเป็นต้องกระตุ้นแบตเตอรี่ \nข้อดีแบตเตอรี่แห้ง \n- ไม่ต้องเติมน้ำกลั่น ดูแลรักษาง่าย ไม่จำเป็นต้องเช็กบ่อยๆ\n- การจ่ายกระแสไฟฟ้าทำได้ดีกว่าและเร็วกว่าแบตเตอรี่แบบน้ำ\n- ปลอดภัยกว่าเพราะไม่มีน้ำกรดแบบแบตเตอรี่แบบน้ำ\n- อายุการใช้งานมากกว่าแบตเตอรี่แบบน้ำ\nข้อเสียแบตเตอรี่แห้ง\n- ราคาสูงกว่าแบตเตอรี่แบบน้ำ \n- แบตเตอรี่แบบแห้งจะมีรูระบายอากาศที่ขนาดเล็กเกินไป เมื่อเกิดความร้อนส่งผลให้เกิดแรงดันภายในแบตเตอรี่ได้\n- ระวังแผ่นปิดซีลช่องหายใจหลุด ความชื้นอาจเข้าไปส่งผลเสียต่อแบตเตอรี่ได้\n\nแบตเตอรี่น้ำ คืออะไร? \nแบตเตอรี่น้ำ คือ แบตเตอรี่ที่มีส่วนผสมของตะกั่วกรด เวลาใช้งานต้องหมั่นเติมน้ำกลั่นบ่อยๆ จึงต้องหมั่นเช็กเป็นประจำ รถที่ไม่ได้วิ่งนานๆ เมื่อแบตเตอรี่น้ำเสื่อมอาจจะส่งผลให้สตาร์ทไม่ติดได้\nข้อดีแบตเตอรี่น้ำ \n- ราคาถูกกว่าแบตเตอรี่แห้ง\n- สามารถทนความร้อนได้ดีกว่า เพราะมีส่วนผสมของตะกั่วกรด \n- มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า คุ้มค่ามากกว่าในระยะยาว\nข้อเสียแบตเตอรี่น้ำ \n- ต้องหมั่นตรวจสอบระดับน้ำกลั่นเสมอ \n- ต้องปิดฝาให้มิดชิดระวังอย่าให้น้ำกลั่นไหลออกมา\n- ถ้าน้ำกลั่นล้นออกมา จะมีขี้เกลือแบตเตอรี่ติดอยู่บริเวณฝา\n- ถ้าแบตเตอรี่เสื่อม อาจทำให้รถสตาร์ทไม่ติด","CoverDryChargedVSWetChargedCarBattery.png",null,"BannerDryChargedVSWetChargedCarBattery.png",[11],"17 พฤศจิกายน 2566",1777136587291]