[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":5,"title_th":6,"description_th":7,"banner_image":8,"jw_media_id":9,"video_embed_link":9,"article_image":10,"galleries":11,"publish_date":14},"20231117154336076356",2,"รีวิว LAMBRETTA X300SR พรีเมี่ยมคลาสสิกสุดเท่","LAMBRETTA X300 พรีเมี่ยมคลาสสิกที่ยังคงกลิ่นอายความเป็นแลม กับขุมพลัง 300cc แรงสะใจคนยุคใหม่ในกลิ่นอายพรีเมี่ยมคลาสสิก โดยวันนี้เรามาอยู่กับรุ่น SR ประจำปี 2023 กับราคาสุดเร้าที่ 156,900 บาท\n\nLAMBRETTA X300 มาในคอนเซปต์ ‘Heritage To Future’ ถือเป็นโมเดลฉลองครบรอบ 75 ปี กับดีไซน์มิติใหม่ ในจิตวิญญาณเดิม กับรูปทรง Diamond lines ของการออกแบบเส้นสายบนตัวรถ ถือเป็นการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของ LAMBRETTA ด้วยงานดีไซน์สไตล์อิตาเลียน ที่ใช้แนวคิดแห่งอนาคตในการออกแบบให้มีความล้ำสมัยระดับไฮเอนด์ แต่ยังคงกลิ่นอายและ DNA อันเป็นเอกลักษณ์ของ LAMBRETTA ที่มีมาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันเอาไว้ได้อย่างลงตัว\n\nไฟหน้า ใช้เป็นไฟหน้า LED เต็มระบบทั้งไฟสูงและไฟต่ำในโคม 6 เหลี่ยม อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ LAMBRETTA อีกทั้งยังมีการใส่ชื่อของแบรนด์เอาไว้ที่ภายในโคมไฟหน้าด้วย ส่วนตัวไฟเลี้ยวแบบ LED ติดตั้งอยู่ที่ด้านข้างของชุดหน้าตัวรถ มาพร้อมกับโลโก้ของแบรนด์ และชื่อรุ่นรถติดตั้งอยู่ที่ด้านหน้าด้วยเช่นกัน\n\nช่วงล่าง ใช้ช่วงล่างแบบดับเบิ้ลอาร์มลิ้งค์ ซึ่งช่วงล่างแบบนี้มีจุดเด่นตรงที่ทำให้รถทรงตัวบนความเร็วสูงได้ดี ด้านระบบเบรกก็จัดเต็มด้วยดิสก์เบรกเดี่ยวพร้อมปั๊มเบรก 2 พอต และ ABS ป้องกันล้อล็อก ส่วนล้อใช้เป็นล้ออัลลอยขนาด 12 นิ้ว รัดยางขนาด 120/70 R12 ชนิดไม่มียางใน\n\nเรือนไมล์ของ LAMBRETTA X300 ถูกออกแบบให้มีความร่วมสมัยแต่แฝงด้วยเทคโนโลยีได้อย่างกลมกล่อม โดยใช้เป็นเรือนไมล์ทั้งแบบเข็มและดิจิทัลผสมกันภายในกรอบไมล์ทรง 4 เหลี่ยมดีไซน์คลาสสิก\n\nด้านบน จะเป็นมาตรวัดรอบเครื่องยนต์ โดยมี Redline อยู่ที่ 8,000 รอบ/นาที ส่วนด้านล่างจะเป็นหน้าจอดิจิทัล บอกข้อมูลการขับขี่อื่นๆ ครบครัน ทั้งมาตรวัดความเร็ว, ปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิง, อุณหภูมิน้ำหล่อเย็น, นาฬิกา, จับทริป, มาตรวัดแรงดันแบตเตอรี่ เป็นต้น\n\nเมื่อมองจากด้านข้าง จะเห็นลายเส้นของรถแบบ Diamond Cut อย่างชัดเจน ตัวทรวดทรงต่างๆ ของตัวรถถูกออกแบบไว้อย่างประณีต โดยเฉพาะตัวถังโลหะของรถคันนี้ที่ดูเรียบหรู ดูดีมีสไตล์วินเทจเป็นอย่างยิ่ง ประกอบกับโครงสร้างตัวรถแบบ Low & Long  ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ LAMBRETTA มาตั้งแต่อดีต สู่รุ่นปัจจุบัน อีกทั้งยังสามารถควบคุมบาลานซ์ของตัวรถได้อย่างดีเยี่ยม โดยความสูงของเบาะนั่งอยู่ที่ 790 มม.\n\nไฟท้าย ถือเป็นส่วนที่โดดเด่นมากๆ ของรถคันนี้ ด้วยดีไซน์ที่ไม่เหมือนใครในท้องตลาด ดูมีความพรีเมี่ยมเหนือระดับด้วยรูปทรงแท่งคริสตัลที่มีการเพิ่มชั้นด้วยการซ้อมโคมด้านนอกอีกชั้น ตัวไฟเป็นไฟ LED เต็มระบบ มาพร้อมกับระบบ IFS (Integrate-Function Signals) ที่ออกแบบให้ทั้ง ไฟเลี้ยว/ไฟฉุกเฉิน/ไฟเบรก build-in อยู่ภายใต้โคมไฟท้ายเดียวกัน\n\nLAMBRETTA X300 ตอบโจทย์ความต้องการด้านความแรงด้วยเครื่องยนต์ LSP (Lambretta Super Performance) ขนาด 275 ซีซี 1 สูบ 4 จังหวะ 4 วาล์ว จ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงด้วยเทคโนโลยีหัวฉีด, ระบายความร้อนด้วยน้ำ มอบพละกำลังสูงสุด 21.1 แรงม้า ที่ 8,250 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 24.5 นิวตันเมตร ที่ 6,250 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ CVT ขับเคลื่อนด้วยสายพาน ทำความเร็วสูงสุดได้มากถึง 155 กม./ชม.\n\nในส่วนของการทดสอบขับขี่ LAMBRETTA X300 เราได้ทำการทดสอบขับขี่ในหลากหลายเส้นทาง เพื่อเฟ้นหาประสิทธิภาพของตัวรถคันนี้ว่าเป็นอย่างไร สัมผัสแรกที่ได้รับนั่นคือเป็นรถที่มีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำมาก และมีน้ำหนักที่ค่อนข้างเบากว่าที่คิด แม้ว่าจะใช้ตัวถังเป็นโลหะทั้งหมด แต่ด้วยความที่น้ำหนักส่วนใหญ่จะอยู่ใกล้พื้นมาก ทำให้รู้สึกว่ารถคันนี้ไม่ได้หนักอย่างที่คิดไว้\n\nพละกำลัง ถือเป็นจุดเด่นของรถคันนี้ อัตราเร่งช่วง 0-100 กม./ชม. ใช้เวลาเพียง 8 วินาที ซึ่งถือว่าทำได้ดีสวนทางกับหน้าตาที่ดูเน้นขี่ชิวๆ เอาว่าเรื่องพละกำลังของรถคันนี้ถือว่าหายห่วงเลยทีเดียว โดยความเร็วสูงสุดที่ทำได้อยู่ที่ 155 กม./ชม. กับอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเพียง 33 กม./ลิตร เท่านั้น ถือว่าเป็นรถที่ค่อนข้างประหยัดน้ำมัน เมื่อเทียบกับประสิทธิภาพที่ได้รับมา\n\nช่วงล่าง ถือว่าออกแนวอารมณ์สปอร์ตซะมากกว่า ด้วยความที่รถมีพละกำลังที่สูง จึงไม่แปลกนักที่จะให้ช่วงล่างอารมณ์ประมาณนี้มา ซึ่งข้อดีของช่วงล่างประเภทนี้นั่นคือเวลาเราขับขี่ด้วยความเร็วสูง รถยังมอบความมั่นใจในการควบคุมรถให้กับเราได้เป็นอย่างดี ยิ่งเวลาขับเข้าโค้งด้วยจะยิ่งเห็นผลมาก เพราะด้วยศูนย์ถ่วงของรถที่ค่อนข้างต่ำ ทำให้เราเลี้ยวพลิกรถได้ง่าย\n\nการขับซอกแซกในเมืองก็ถือว่าทำได้ง่าย ด้วยขนาดตัวรถที่ไม่ได้ใหญ่มากนัก ประกอบกับฐานล้อที่ยาวกำลังดี ทำให้วงเลี้ยวของรถถือว่าอยู่ในระดับปานกลาง ขับขี่ในเมืองได้สะดวก ซอกแซกได้ง่าย ด้านระบบเบรกติดรถถือว่าให้มาดีเลย ด้วยดิสก์เบรกหน้า-หลัง พร้อม ABS ทั้งคู่ ถือว่าสบายใจหายห่วงเรื่องระบบเบรกได้\n\nในส่วนของการใช้ LAMBRETTA X300 คันนี้ในการเดินทางไกล บอกได้เลยว่าคันนี้แหละตอบโจทย์ด้วยประการทั้งปวง ด้วยพละกำลังจากเครื่องยนต์ 275cc ที่สามารถทำความเร็วได้มากกว่า 120 กม./ชม. ได้แบบสบายๆ กับอัตราสิ้นเปลืองราวๆ 33 กม./ลิตร ด้วยความจุถังน้ำมัน 7.5 ลิตร นั่นหมายความว่าคุณสามารถเดินทางได้ยาวๆ กว่า 200 กิโลเมตร ค่อยแวะเติมน้ำมันสักครั้งหนึ่งก็สามารถทำได้แบบสบายๆ เอาว่าจัดทริปขี่ขึ้นเชียงใหม่ ใช้เวลาสัก 8 ชม. เต็มที่ก็จอดแวะพักคน+เติมน้ำมันแค่ 4 ครั้ง ก็ถึงแบบสบายๆ ไม่เหนื่อยแน่นอน แต่อาจจะเจอเรื่องของแรงลมปะทะหน้าอกเยอะสักหน่อย ซึ่งถ้าจะนำรถคันนี้ไปเดินทางไกล ก็อาจจะต้องใส่ของแต่งเป็นพวกชิลด์บังลมกันสักหน่อย จะได้ขี่ทางไกลสบายขึ้น\n\nนอกจากนี้ ตัวมือจับหลังของคนซ้อน ก็สามารถเปลี่ยนเป็นแร๊คสำหรับติดกล่องบรรทุกสัมภาระเพิ่มเติมได้อีกด้วย ตอบโจทย์สายทัวร์ริ่งแน่นอน","CoverX300SR.png",null,"BannerX300SR.png",[10,12,13],"X300SR1.png","X300SR2.png","17 พฤศจิกายน 2566",1777136587280]