[{"data":1,"prerenderedAt":17},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":5,"title_th":6,"description_th":7,"banner_image":8,"jw_media_id":9,"video_embed_link":9,"article_image":10,"galleries":11,"publish_date":16},"20231117154336943375",2,"BYD Seal รถไฟฟ้าสุดพรีเมี่ยม","BYD Seal ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าในรูปแบบรถยนต์ซีดานสุดพรีเมียมจาก BYD ผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอันดับ 1 จากประเทศจีน โดยรถยนต์ไฟฟ้าคันนี้ถูกสร้างขึ้นมาแบบท้าชนกับแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าอันดับ 1 ของโลกอย่าง Tesla รุ่น Model 3 แบบตรงๆ ด้วยขนาดตัวรถที่ใหญ่กว่า ออปชั่นที่เหนือกว่า ในราคาที่อยู่บนทางแยกระหว่างจะเอา BYD หรือ Tesla? \n\nโดย BYD Seal มีราคาเริ่มต้น 1,325,000 บาท ส่วนรุ่นท็อปอยู่ที่ 1,599,000 บาท ชนกับ Tesla Model 3 Refresh ตรงๆ BYD Seal ถูกสร้างบนพื้นฐาน e-Platform 3.0 เฉกเช่นเดียวกับ BYD Dolphin และ BYD ATTO 3 รุ่นที่จัดจำหน่ายอยู่ในประเทศไทย ณ ขณะนี้ โดยชุดแบตเตอรี่ของรถติดตั้งด้วยเทคโนโลยี CTB หรือ Cell To Body หรือจะว่ากันแบบภาษาเข้าใจง่ายๆ ก็คือการใช้แพ็กแบตเตอรี่เป็นส่วนหนึ่งของตัวถังรถยนต์ \n\nด้านหน้าของรถ ถูกออกแบบเน้นเรื่องของความโฉบเฉี่ยว โดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบ LED พร้อมระบบเปิด/ปิดไฟสูงอัตโนมัติ ระบบความปลอดภัยให้มาจัดเต็ม ด้วยเซ็นเซอร์เตือนการชนรอบคัน และกล้องรอบคัน ด้านข้างของตัวรถ เห็นได้ว่ามือจับประตูเป็นแบบเรียบไปกับตัวถัง และยังรองรับระบบ NFC ใช้มือถือเป็นกุญแจรถได้ รูปทรงของรถ ออกไปในทิศทางของรถซีดานคูเป้ ซึ่งส่งผลดีด้านอากาศพลศาสตร์ โดย BYD Seal มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเพียง 0.219 Cd กระจกชุดหน้า ใช้เป็นกระจก 2 ชั้น ช่วยเรื่องลดเสียงรบกวนในห้องโดยสาร ส่วนกระจกผู้โดยสารด้านหลังจะมีความเข้มกว่าด้านหน้า \n\nภายในห้องโดยสาร โอ่อ่าด้วยหลังคาแบบพาโนรามิกเต็มบาน ที่ช่วยทำให้ตัวรถดูโปร่ง โล่ง สบาย ซึ่งรถยนต์ไฟฟ้ายุคใหม่นิยมออกแบบห้องโดยสารมาในลักษณะแบบนี้ เบาะคนขับ ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบจดจำตำแหน่งเบาะนั่ง ส่วนเบาะผู้โดยสารตอนหน้า ปรับไฟฟ้าได้ 4 ทิศทาง คอนโซลด้านหน้าออกแบบมาเรียบๆ ไม่หวือหวามากนัก หลายๆ คนน่าจะถูกใจจุดนี้ ส่วนกระจกครึ่งหน้าของรถเป็นแบบ 2 ชั้น หน้าจอเรือนไมล์ของคนขับ มีขนาด 10.25 นิ้ว บอกข้อมูลการขับขี่ครบครัน ส่วนหน้าจอกลาง ทำหน้าที่เป็นจอมัลติมีเดียขนาด 15.6 นิ้ว ปรับหมุนได้ รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน และตัวรถมีระบบเชื่อมต่อไร้สาย 5G เป็นของตัวเอง คันเกียร์ ติดตั้งบริเวณคอนโซลกลาง มาพร้อมกับปุ่มควบคุมการทำงานต่างๆ ของตัวรถแบบครบครัน และยังมีแท่นชาร์จมือถือไร้สายมาให้ถึง 2 จุด \n\nสำหรับสเปกของ BYD Seal นั้น เราหยิบยกมาจาก BYD ประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากใช้รถยนต์พวงมาลัยขวาเหมือนกับประเทศไทย ในเชิงเทคนิคการผลิตรถยนต์แล้ว หากมีการขึ้นไลน์ผลิตพวงมาลัยขวา รถที่ถูกส่งไปขายยังประเทศต่างๆ ก็มักจะใช้สเปกที่เหมือนๆ กันทั้งหมด เฉกเช่นอย่างที่พบมาแล้วใน ATTO 3 และ Dolphin BYD Seal ในประเทศญี่ปุ่น จัดจำหน่ายอยู่ 2 รุ่นย่อย ได้แก่รุ่น 5.9s มอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหลัง 308 แรงม้า และรุ่น 3.8s มอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน 4 ล้อ 523 แรงม้า ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ขนาดแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่มากถึง 82.5 kWh ทั้ง 2 รุ่น ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้สามารถทำระยะทางขับขี่ได้ไกลสุดถึง 700 กิโลเมตรตามมาตรฐาน CLTC BYD Seal \n\nระบบความปลอดภัยใน BYD Seal เรียกได้ว่าอัดมาให้แบบไม่แพ้คู่เปรียบเทียบ ได้แก่ Adaptive Cruise Control แบบ Stop & Go ระบบแจ้งเตือนการชนด้านหน้า ระบบแจ้งเตือนการชนด้านหลัง ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตา ระบบเตือนการออกนอกเลน ระบบเตือนรถมาด้านหลังขณะเปิดประตู กล้อง 360 องศา เซ็นเซอร์เตือนการชนรอบคัน BYD Seal ออปชั่น เบาะหลัง แยกพับ 60:40 ได้ ที่วางแก้วน้ำ 2 ช่อง ช่องชาร์จไร้สาย 2 ช่อง ช่องจ่ายไฟ 12V ช่องจ่ายไฟ AC 2.2 kW ภายในตัวรถ โหมดขับขี่ Eco/ Sport/ Normal/ Snow ช่อง USB ด้านหน้า 2 และด้านหลัง 2 ลำโพง Dyna 12 ตำแหน่ง ไฟ Ambient Light อัปเดตรถผ่าน OTA ได้ เรียกได้ว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้าอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจ ด้วยรูปลักษณ์ที่ดูโฉบเฉี่ยว เชื่อได้ว่าจะได้รับความนิยมในประเทศไทยอย่างแน่นอน \n\nโดยในประเทศไทย มีการจัดจำหน่าย BYD Seal 3 รุ่นย่อย ได้แก่ \n- รุ่น Dynamic ราคา 1,325,000 บาท \n- รุ่น Premium ราคา 1,449,000 บาท \n- รุ่น Performance ราคา 1,599,000 บาท","CoverSeal.png",null,"BannerSeal.png",[10,12,13,14,15],"Seal1.png","Seal2.png","Seal3.png","Seal4.png","17 พฤศจิกายน 2566",1777136587250]