[{"data":1,"prerenderedAt":16},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":5,"title_th":6,"description_th":7,"banner_image":8,"jw_media_id":9,"video_embed_link":9,"article_image":10,"galleries":11,"publish_date":15},"20231117154337232784",2,"Honda City 2023 e:HEV ใหม่ประหยัดจริงไหม","การแข่งขันในรถกลุ่ม อีโคคาร์ ถือได้ว่าดุดันมากเพราะทุกคนอยากเป็นเจ้าตลาดด้วยกันทั้งนั้น และหนึ่งในผู้นำตลาดอย่าง ฮอนด้าที่มีตัวเลือกทั้งรูปแบบรถ รวมไปถึงเครื่องยนต์อันหลากหลาย แต่รุ่นที่น่าสนใจและพึ่งเปิดตัวไปไม่นานกัน Honda City e:HEV ที่เน้นการประหยัดและสมรรถนะที่ดี\n\nขุมพลัง Honda City e:HEV\nขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV ที่ผสานการทำงานอันทรงพลังร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กับเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Atkinson Cycle DOHC i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และ แบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน มอบแรงบิดมอเตอร์สูงสุดที่ 253 นิวตันเมตร ที่ 0 – 3,000 รอบต่อนาที และยังให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 27.8 กิโลเมตร/ลิตร มีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 83 กรัม/กิโลเมตร รองรับพลังงานทางเลือก E20 ทั้งนี้ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV จะปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ให้โดยอัตโนมัติตามความเหมาะสม ประกอบด้วย 3 โหมด ได้แก่ โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode) และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode)\nภายนอกอาจจะมีการปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยเท่านั้นไม่ได้มากมายอะไร รวมถึงภายในด้วยแต่ จุดเด่นสำหรับรุ่นใหม่ปีนี้คือ \nฮอนด้า ซิตี้ อี:เอชอีวี ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย \n- รุ่น e:HEV RS ราคา 839,000 บาท \n- รุ่น e:HEV SV ราคา 769,000 บาท (ตัวเลือกใหม่)\n\nในรุ่นไฮบริดได้เพิ่มรุ่นย่อย SV ซึ่งราคาถูกลงทำให้การตัดสินใจง่ายยิ่งขึ้น เพราะมีราคาที่ถูกลง ในส่วนของการขับก็ไม่ได้แตกต่างอะไรกันเพราะมีเครื่องยนต์และช่วงล่างเดียวกันต่างกันที่ออปชั่นเล็กน้อยเท่านั้น \n\nHonda city 2023 จุดเด่นคือ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ทำงานผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ช่วยตรวจจับรถยนต์ คนเดินถนน จักรยาน และจักรยานยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบไปด้วย 6 ฟังก์ชัน ตั้งแต่ในรุ่นเริ่มต้น ในส่วนของการขับในรุ่น ไฮบริดต้องบอกว่าเน้นเรื่องการประหยัดเป็นหลักของแถมคือความแรง 253 นิวตัน-เมตร คือแรงบิดที่ได้เมื่อเครื่องยนต์และมอเตอร์ทำงานรวมกัน เรียกว่าแรงเหลือสำหรับรถขนาดเล็ก\n\nอัตราการประหยัดที่โรงงานเคลมคือ 27.8 กิโลเมตร/ลิตร ถือว่าประหยัดมากๆ ทีมงานเลยทำการทดสอบว่าถ้าวิ่งแบบทำตัวเลยประหยัดมากๆ จะสามารถทำได้สูงสุดที่เท่าไหร่ โดยวิ่งทางไกลแบบยาวความเร็วเฉลี่ยประมาณไม่เกิน 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถทำตัวเลขเฉลี่ยรวมได้ที่ 37  กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งถือว่าประหยัดมากๆ ในการทดสอบ มากกว่าตัวเลขจากโรงงาน แสดงให้เห็นว่าอัตราการประหยัดน้ำมันนั้นถ้าตั้งใจวิ่งก็สามารถประหยัดได้มากแต่แน่นอนว่าการวิ่งแบบนี้เพื่อการทดสอบ\nฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ทำงานผ่านกล้องมุมมองกว้างด้านหน้า ประกอบไปด้วย 6 ฟังก์ชันการทำงานหลักๆ ดังนี้\n\nระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)\nระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)\nระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)\n\nระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)\nระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control: ACC) (รุ่น V, SV และ RS) พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (with Low-Speed Follow: with LSF) (รุ่น e:HEV SV และ e:HEV RS)\nใหม่ ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (Lead Car Departure Notification System: LCDN)","CoverCityeHEV.png",null,"BannerCityeHEV.png",[10,12,13,14],"CityeHEV1.png","city2.png","city3.png","17 พฤศจิกายน 2566",1777136587204]