[{"data":1,"prerenderedAt":14},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":13},"20231127113444472165",2,5,"ยางรถ EV แตกต่างจากรถยนต์ปกติอย่างไร?","ข้อแตกต่างของยางรถยนต์ไฟฟ้าที่แตกต่างกับยางรถยนต์สันดาปทั่วไปนั้น มีทั้งหมด 4 ข้อด้วยกัน อย่างที่ทราบกันดีว่ารถยนต์ไฟฟ้า จะออกตัวได้แรงและเร็วกว่ารถยนต์สันดาปมาก จึงทำให้ยางที่ใช้ร่วมกันต้องทำออกมาให้ตอบโจทย์กับการใช้งานนั่นเอง จะมีอะไรบ้างมาดูกัน \n\nยางรถ EV ลดเสียงรบกวนได้ดีกว่า\nเนื่องจากความเงียบของเครื่องยนต์ ทำให้เสียงยางต้องถูกออกแบบมาให้เงียบตามไปด้วยซึ่งจะแตกต่างจากรถทั่วไป ยางของรถยนต์ไฟฟ้าจะใช้โฟมเพื่อซับเสียง ทำให้ความนุ่มเงียบขึ้นมาแทนที่ การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าจึงเหมือนกันเราขับยานอวกาศที่มีแค่เสียง “วี้” เท่านั้น ทำให้ยางรถ EV มีต้นทุนและราคาที่สูงกว่ารถยนต์ทั่วไป\n\nยางรถ EV ต้องมีความทนทานต่อแรงบิดสูง\nอีกหนึ่งความแตกต่างคือแรงบิดของรถยนต์ไฟฟ้าจะแตกต่างกับรถยนต์สันดาปที่ต้องรอรอบเครื่อง แรงบิดที่สูงนี่เองที่ทำให้ยางรถ EV ต้องมีคุณภาพสูงขึ้นไปด้วย เพื่อทนต่อการสึกหรอที่เร็วกว่ายางปกติ การใช้ยางรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ จึงมีความจำเป็น\n\nยางรถ EV รับน้ำหนักได้ดีกว่ายางทั่วไป\nเพื่อรองรับขนาดแบตเตอรี่ที่มีขนาดใหญ่กว่าเครื่องยนต์กลไกต่างๆ ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าต้องใช้ยางแบบพิเศษที่ทำมาเพื่อรองรับกับน้ำหนักที่มากกว่ารถสันดาป ซึ่งจะรองรับน้ำหนักตัวรถได้ดีกว่ามากถึง 20% เมื่อเทียบกับรถยนต์ปกติทั่วไป \n\nยางรถ EV จะยึดเกาะถนนได้ดีกว่ายางรถทั่วไป\nรถยนต์ไฟฟ้าจะมีระบบเบรกที่เรียกว่า Regenerative Braking ที่จะช่วยหน่วงและชะลอความเร็วรถให้ช้าลง ป้องกันการลื่นไถล เพราะรถยนต์ไฟฟ้าจะมีแรงบิดมากกว่าปกติ เมื่อเราขับรถด้วยความเร็วสูงตามแรงบิดของรถยนต์ไฟฟ้า เมื่อเกิดเหตุที่ต้องใช้เบรกฉุกเฉิน ยางรถยนต์จะต้องเกาะถนนได้ดีกว่ารถทั่วไป","CoverEVTire.png",null,"BannerEVTire.png",[11],"27 พฤศจิกายน 2566",1777136587168]