[{"data":1,"prerenderedAt":14},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":13},"20231204083746154357",2,5,"วิธีดูแลยางรถยนต์ให้อยู่กับเราไปนานๆ","สำหรับใครที่อยากถนอมยางรถยนต์ให้ใช้ได้นานๆ โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนเราขอแนะนำ 6 วิธีดูแลรักษายางรถยนต์ให้อยู่กับเราไปนานๆ จะมีวิธีไหนบ้าง มาดูกัน\n\n1. อย่าขับรถเร็ว ควรขับขี่อย่างนุ่มนวล เพราะการขับขี่ด้วยความเร็วสูง เมื่อเราเบรก เข้าโค้ง หรือเจอทางขรุขระ ยางและล้อจะได้รับแรงกระแทกอย่างหนักทำให้ยางสึกหรอ และเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ\n\n2. อย่าบรรทุกของหนัก ควรบรรทุกแต่พอดี ให้สังเกตจากตัวเลขบนขอบยาง ว่ายางแต่ละเส้นสามารถรับน้ำหนักที่ได้มากแค่ไหน ไม่ควรบรรทุกเกินกว่านั้น\n\n3. หมั่นเช็กลมยาง เติมแต่พอดี ไม่ควรขับรถด้วยยางที่อ่อนเป็นระยะเวลานาน หมั่นเช็กลมยางและหมั่นเติมบ่อยๆ จะช่วยให้การขับขี่ดีขึ้นอีกด้วย\n- รถยนต์ขนาดเล็ก ควรเติมลมยางประมาณ 25-30 PSI\n- รถยนต์ขนาดกลาง ควรเติมลมยางประมาณ 30-35 PSI\n- รถกระบะ (ไม่บรรทุก) ควรเติมลมยางประมาณ 35-40 PSI\n- รถตู้บรรทุกประมาณ 7-10 คน ควรเติมลมยางประมาณ 43-55 PS\n\n4. ตรวจเช็กดอกยางรถยนต์ เพียงแค่สังเกตว่ายังมีดอกยางครบหรือไม่ และยางไม่อยู่ในสภาพที่สึกหรอจนเกินไป สามารถเช็กได้ด้วยสายตา ไม่จำเป็นต้องดูที่ระยะทาง\n\n5. ตรวจศูนย์ถ่วงล้อ เพราะเมื่อมีศูนย์ถ่วงล้อที่สมดุลกัน จะช่วยลดซับแรงกระแทกได้ดีกว่า มีความแม่นยำยิ่งขึ้น วิธีการเช็กง่ายๆ คือจัดพวงมาลัยให้ตรง และเช็กเวลาขับขี่ว่ารถเอียงซ้ายหรือขวาหรือไม่  การตรวจศูนย์ถ่วงล้อควรเข้ารับการตรวจทุกปี \n\n6. สลับยางทุกๆ 10,000 กิโลเมตร สำหรับคนที่ต้องการความสบายใจ ควรเปลี่ยนทุก 10,000 กิโลเมตรจะดีที่สุด เพราะแต่ละคนใช้รถในแต่ละวันไม่เท่ากัน ยางจะสึกหรอช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับผู้ขับขี่ แต่ถ้าหากระยะอยู่ระหว่าง 90,000 - 120,000 กม. การเปลี่ยนยางในช่วงระยะนี้จะปลอดภัยที่สุด","CoverTyreCarTips.png",null,"BannerTyreCarTips.png",[11],"4 ธันวาคม 2566",1777136587077]