[{"data":1,"prerenderedAt":17},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":16},"20231226111013809276",2,3,"กุญแจสมาร์ทคีย์ สะดวกกว่ากุญแจธรรมดา จริงหรือ?","กุญแจสมาร์ทคีย์ ระบบกุญแจที่ได้รับความนิยมมากในขณะนี้ โดยรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ๆ ล้วนแล้วแต่หันมาใช้ระบบกุญแจสมาร์ทคีย์แล้วทั้งสิ้น ซึ่งข้อดีของระบบกุญแจสมาร์ทคีย์นั่นคือใช้งานง่าย เพียงคุณพกกุญแจไว้กับตัว คุณก็สามารถควบคุมรถได้ทั้งคัน ทั้งการล็อกรถ, ปลดล็อกรถ, สตาร์ทรถ เป็นต้น\n\nส่วนระบบกุญแจธรรมดา มีความสามารถเหมือนกับระบบกุญแจสมาร์ทคีย์เช่นกัน ทว่าคุณจะต้องนำเอากุญแจมาไขทีั่เบ้ากุญแจของตัวรถโดยตรง ซึ่งจะเป็นการเพิ่มขั้นตอนการทำงานขึ้นมาระดับหนึ่ง หลายๆ คนเห็นจุดนี้ก็คงคิดว่ากุญแจสมาร์ทคีย์สะดวกกว่ามาก โดยในทางปฏิบัติต้องบอกว่าถูกต้อง แต่ในยามฉุกเฉินอย่าง \"แบตเตอรี่กุญแจหมด\" อันนี้บอกเลยว่าไม่จืด\n\nเพราะระบบกุญแจสมาร์ทคีย์ เมื่อแบตเตอรี่กุญแจหมด ตัวกุญแจจะไม่สามารถสื่อสารกับตัวรถได้เลย โดยทั่วไปแล้วผู้ผลิตรถ มักจะมีกุญแจสำรองติดมาให้กับตัวชุดกุญแจสมาร์ทคีย์อยู่แล้ว\n\nส่วนรถที่ใช้ระบบสมาร์ทคีย์ในการปลดล็อกรถแบบเต็มระบบ รวมไปถึงใช้ในการขับเคลื่อนด้วย ก็มักจะมาพร้อมกับระบบยืนยันกุญแจแบบฉุกเฉิน โดยวิธีการทำก็ง่ายๆ เพียงนำเอากุญแจสมาร์ทคีย์ไปวางใกล้ๆ กับตำแหน่งรับสัญญาณกุญแจของรถยนต์หรือรถมอเตอร์ไซค์ เท่านี้ก็สามารถใช้งานรถยนต์ได้แล้ว\n\nแต่ทางที่ดีที่สุด แนะนำให้นำเอากุญแจไปเปลี่ยนแบตเตอรี่ เพื่อทำให้มันสามารถกลับมาทำงานได้เป็นปกติ\n\nซึ่งทั้งหมดนี้ เราไม่ต้องกังวลใดๆ เมื่อใช้กุญแจธรรมดา เพราะกุญแจธรรมดาส่วนใหญ่ แทบจะไม่มีระบบไฟฟ้าใดๆ อยู่ในตัวอยู่แล้ว\n\nก็เห็นได้ว่ากุญแจสมาร์ทคีย์นั้นมีความสะดวกเป็นอย่างยิ่งเมื่อเปรียบเทียบกับระบบกุญแจธรรมดาที่เราใช้งานกันมาอย่างยาวนาน แต่ก็มีเพียงแค่ข้อจำกัดเล็กน้อยอย่างที่เราได้บอกไป","CoverSmartkey.png",null,"BannerSmartkey.png",[11,13,14,15],"Smartkey1.png","Smartkey2.png","Smartkey3.png","26 ธันวาคม 2566",1777136586807]