[{"data":1,"prerenderedAt":14},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":13},"20240109133624968551",2,6,"วิธีเช็ก แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าเสื่อม","แน่นอนว่าหัวใจหลักของรถยนต์ไฟฟ้าก็คือแบตเตอรี่ เพราะรถ EV นั้นจะใช้กำลังไฟในการวิ่งหรือใช้งาน 100% งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าถ้าแบตเตอรี่รถ EV เสื่อม จะมีอาการอะไรบ้าง\n\nอาการของแบตเตอรี่เสื่อม\n1.คุณภาพในการเก็บไฟน้อยลง \nหรือเมื่อชาร์จแบตเต็ม 100% แต่ระยะทางในการวิ่งน้อยลงผิดปกติ สาเหตุมาจากตัวเก็บประจุไฟฟ้าเสื่อมคุณภาพ\n\n2. การเก็บไฟของแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าลดลง \nเมื่อชาร์จไฟแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าแล้ว ไม่สามารถกักเก็บประจุไฟฟ้าได้เท่าที่ควร ทำให้มีการชาร์จไฟนานขึ้น แม้ว่าจะใช้ชาร์จเร็วแล้วก็ตาม\n\n3. ชาร์จไฟเต็มเร็วเกินไปจนดูผิดปกติ\nเกิดจากประสิทธิภาพความจุไฟฟ้าในแบตเตอรี่เหลือน้อยลง เมื่อขับไปนานๆ แบตกลับหมดเร็วขึ้นกว่าปกติ แสดงว่าแบตเตอรี่มีความผิดปกติ หรือเสื่อมสภาพ\n\n4. ไม่สภาพกักเก็บพลังงานไฟฟ้าไว้ได้ \nแสดงว่าแบตเตอรี่เริ่มเสื่อม เพราะความสามารถในการเก็บพลังงานไฟฟ้าลดลง ส่งผลทำให้ประสิทธิภาพลดลงด้วยเช่นกัน\n\nวิธีถนอมแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า EV\n1. ไม่ชาร์ตแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้านานเกินไป\nควรชาร์จให้มีแบตเตอรี่ประจุไว้ที่ 20-80% ก็เพียงพอต่อการใช้งานแล้ว ไม่จำเป็นต้องเต็ม 100% ทุกครั้ง\n\n2. ไม่ควรปล่อยให้แบตเตอรี่ต่ำจนเกินไป\nแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้านั้น ไม่ต่างจากแบตเตอรี่ของสมาร์ทโฟน เมื่อแบตลดลงถึง 20% ควรชาร์จทันที ไม่ควรปล่อยให้ใช้จนแบตหมด\n\n3. ไม่ควรจอดรถยนต์ EV ไว้กลางแจ้งเป็นเวลานานๆ\nเนื่องจากประเทศไทยมีอากาศร้อน จึงไม่ควรจอดในที่โล่ง เพราะจะส่งผลให้แบตเตอรี่ร้อนจนเกินไป ส่งผลให้เซลล์แบตเตอรี่เสียหาย ทำให้อายุแบตสั้นลง\n\n4. ไม่ควรใช้ Fast Charge บ่อย\nเพราะการชาร์จแบบเร็วจะใช้กระแสไฟที่สูงหรือจำนวนมากและรวดเร็ว ทำให้แบตมีอุณหภูมิที่สูง มีความร้อนสะสม ทำให้แบตเตอรี่ใช้งานหนักเกินไป ส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อม","CoverBatteryEVDecline.png",null,"BannerBatteryEVDecline.png",[11],"9 มกราคม 2567",1777136586635]