[{"data":1,"prerenderedAt":17},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":5,"title_th":6,"description_th":7,"banner_image":8,"jw_media_id":9,"video_embed_link":9,"article_image":10,"galleries":11,"publish_date":16},"20240122111948513021",2,"New McLaren 750S ใหม่ สวย แรง เบา","เปิดตัว 750S Coupe อย่างเป็นทางการ พร้อมงานครบรอบ  60 ปี สำหรับ McLaren 750S ใหม่ที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่จากสนามแข่ง มาด้วยราคาเริ่มต้น 32 ล้านบาท\n\nการพัฒนา McLaren 750S ใหม่ ให้ดียิ่งกว่าเดิม ด้วยการปรับใหม่กว่าพันจุด ยกระดับชิ้นส่วนกว่า 30% ทั้งยกเครื่องใหม่และปรับแต่งใหม่ให้ล้ำหน้ายิ่งขึ้น ทำให้รถเบาขึ้น สร้างสมดุลด้านอากาศพลศาสตร์ดียิ่งขึ้น ทำให้สามารถเพิ่มแรงกดอากาศได้ดีขึ้นอีก  การลดน้ำหนักตัวรถทำให้ได้สัดส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักรถอยู่ที่ 587 แรงม้าต่อตัน\nโครงสร้างหลักแบบโมโนค็อกพร้อมด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ การใช้เบาะนั่งแบบรถแข่งที่เป็นคาร์บอนไฟเบอร์และล้อน้ำหนักเบาที่สุดที่ติดตั้งในโมเดลมาตรฐาน คือกุญแจสำคัญที่ส่งผลให้แมคลาเรน 750S เบากว่า 720S ถึง 30 กิโลกรัม นอกจากนี้น้ำหนักรถเปล่ายังเบาสูงสุด เพียง 1,277 กิโลกรัม เบากว่าคู่แข่งหลักถึง 193 กิโลกรัม\n\nขนาดมิติตัวถัง McLaren 750S\n• ความยาว 4,569 มม.\n• ความกว้าง 1,930 มม.\n• ความสูง 1,196 มม.\n• ระยะฐานล้อ 2,670 มม.\n• ความจุถังน้ำมัน 72 ลิตร\n• ขุมพลัง McLaren 750S\n\nขุมพลัง McLaren 750S ยังคงใช้เครื่องยนต์เบนซิน V8 รหัส M840T ขนาด 4.0 ลิตรเทอร์โบชาร์จคู่ (Twin-scroll) ให้กำลังสูงสุด 750 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร จับคู่ผ่านเกียร์คลัทช์คู่ SSG (Seamless Shift Gearbox) 7 สปีด ทำความเร็วสูงสุด 332 กม./ชม. สามารถเบรกหยุดจากความเร็ว 200 กม./ชม. ได้ภายใน 4.6 วินาที กับระยะเบรก 113 ม. อย่างไรก็ตาม ยังมีรายละเอียดปลีกย่อยที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่น ซึ่งจะแยกได้ ดังนี้ \n\nรุ่น Coupe อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 2.8 วินาที และเร่งจาก 0-200 กม./ชม. ภายใน 7.2 วินาที วิ่งควอเตอร์ไมล์ ภายใน 10.1 วินาที \nรุ่น Spider  อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 2.8 วินาที และเร่งจาก 0-200 กม./ชม. ภายใน 7.3 วินาที วิ่งควอเตอร์ไมล์ ภายใน 10.3 วินาที\nการออกแบบของแมคลาเรน 750S สไปเดอร์ มุ่งเน้นให้มีน้ำหนักเบาที่สุดเช่นกัน จุดเด่นของรุ่นนี้ คือ หลังคาแบบ Retractable Hard Top (RHT) ที่สามารถเปิดปิดได้เร็วกว่า 11 วินาทีที่ความเร็วไม่เกิน 50 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อม Rollover Protection System\n\nส่วนบนของโครงสร้างด้านหลังเชื่อมกันกับโมโนค็อก ที่มีคาร์บอนไฟเบอร์เป็นวัสดุหลัก และด้วยความแข็งแรงของวัสดุนี้ จึงไม่ต้องเสริมความแข็งแรงเพิ่มเติม จึงทำให้มั่นใจว่าแมคลาเรน 750S สไปเดอร์ จะขึ้นสู่ผู้นำในกลุ่มตลาดนี้ด้วยสัดส่วน 566 แรงม้าต่อตัน และตัวรถเปล่าที่เบาที่สุดที่ 1,326 กิโลกรัม\n\nแมลลาเรน 750S ที่ได้รับการพัฒนาและต่อยอด ให้แตกต่างจากแมคลาเรน 720เอส เช่น\nส่วนของปลายด้านหน้ารถ (จมูกรถ) ที่ต่ำลง ออกแบบให้ช่องรับอากาศเข้าบริเวณไฟหน้าหรือ Eye Socket ให้แคบลง Sill Air Intake แบบใหม่\n\nช่องรับอากาศเข้าแบบใหม่บริเวณซุ้มล้อหลัง\nระบบควบคุมอากาศพลศาสตร์ด้านหลังพร้อมปรับการออกแบบเพิ่มความยาวส่วนหลังเพิ่มรีดลมไปยังปีกคาร์บอนไฟเบอร์ด้านหลังที่ออกแบบให้สูงขึ้นและยาวขึ้น โดยปีกชุดนี้อยู่เหนือชุดท่อไอเสียตรงกลาง\n\nออปชั่นสำหรับชุดตกแต่งไฟหน้ามีให้เลือกทั้งแบบสีเดียวกับตัวรถและแบบคาร์บอนไฟเบอร์ หรือจะเป็นชุดช่องรับอากาศแบบใหม่ทั้งที่กันชนหน้าและกันชนหลังก็มีให้เลือกเช่นกันในหมวดหมู่วัสดุน้ำหนักเบา (lightweight material) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแมคลาเรน\n\nซึ่งทั้งหมดนี้คือการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติมที่ทำให้ McLaren 750S ดีขึ้นในทุกด้าน หน้าตาภายนอกอาจจะรู้สึกว่าไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไรมากนักแต่สิ่งที่ซ่อนอยู่ภายใต้ฝากระโปรงที่มาพร้อมสมรรถนะที่ดีขึ้นในทุกด้านทำให้การขับขี่ดียิ่งขึ้นไปอีกระดับ","CoverMcLaren750S.png",null,"BannerMcLaren750S.png",[10,12,13,14,15],"McLaren1.png","McLaren2.png","McLaren3.png","McLaren4.png","22 มกราคม 2567",1777136586397]