[{"data":1,"prerenderedAt":20},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":19},"20240206174252971645",2,3,"Mercedes-Benz GLC350e vs GLC 220d เลือกไม่ถูก","รถ SUV ขนาดกลางและเป็นรถธงอีกหนึ่งรุ่นจากค่ายตราดาวที่หลายคนรู้จักกันดีกับ GLC ความลงตัวที่หลายท่านอยากจะมีเอาไว้ใช้งานเพราะด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่มากนักพร้อมกับความหรูหราทันสมัยและเมื่อสิ้นปี 2023 ก็ได้ทำการเปิดตัวอีกหนึ่งรุ่นยอดนิยมเครื่องยนต์ดีเซลทำให้การตัดสินใจระหว่าง BenZ GLC350e Vs BenZ GLC 220d  เราจะชอบคันไหนมากกว่ากัน \n\nเริ่มต้นด้วยเรื่องราคาค่าตัวกันก่อน ประกอบไทย (CKD) \nMercedes-Benz GLC 220d 4MATIC Avantgarde : 3,720,000 บาท \nMercedes-Benz GLC 350e 4MATIC AMG Dynamic : 4,180,000 บาท\n\nมิติตัวถังขนาดความยาว 4,721 มม. ความกว้าง 1,918 มม. ความสูง 1,631 มม. ระยะฐานล้อ 2,888 มม. มีการดีไซน์พื้นที่บรรทุกสัมภาระใหม่แบบ Flat trunk floor ความจุสูงถึง 470 – 1,530 ลิตร \n\nเครื่องยนต์ \n• Mercedes-Benz GLC 220d\nเครื่องยนต์รหัส OM654 ดีเซล 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว 2.0 ลิตร 1,993 ซีซี พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged พร้อม Intercooler กำลังสูงสุด 197 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร ที่ 1,800 – 2,800 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic ขับเคลื่อน 4 ล้อ 4MATIC ความจุถังน้ำมัน  62 ลิตร\n\nตัวเลขสมรรถนะเคลมจากโรงงาน\nอัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 8.0 วินาที\nความเร็วสูงสุด Top Speed ทำได้  219 กิโลเมตร/ชั่วโมง\nช่วงล่างแบบ Comfort Suspension\n\n• Mercedes-Benz GLC 350e\nเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร เทอร์โบ แบบ 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ และมอเตอร์ไฟฟ้า Permanently Excited Synchronous Machine มอบกำลังแรงม้ารวมสูงสุด 313 แรงม้า แรงบิดรวมสูงสุด 550 นิวตันเมตร มาพร้อมระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC\nทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง เพียง 6.7 วินาที\n\nติดตั้งแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Li-Ion) แรงดันสูงที่มีความจุ 31.2 kWh ช่วยให้สามารถขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าได้ไกลมากกว่า 120 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP\nรองรับการชาร์จพลังงานไฟฟ้าแบบกระแสตรง (DC Charge) สูงสุด 60 kWh ใช้เวลาชาร์จจาก 10 – 80% เพียง 20 นาที ส่วนการชาร์จแบบกระแสสลับ (AC Charge) รองรับสูงสุด 11 kWh ใช้เวลาชาร์จจาก 0 – 100% ในระยะเวลา 2 ชั่วโมง 45 นาที \n\nหัวใจสำคัญของทั้งสองคันนี้คงต้องมาพูดถึงเรื่องเครื่องยนต์เป็นหลักแน่นอนว่าเครื่องยนต์ดีเซลค่อนข้างได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในตลาดเมืองไทยด้วยการดูแลที่ง่ายกว่า ประหยัด ทน ซึ่งทำให้หลายท่านตัดสินใจได้ง่ายๆ แต่เมื่อเครื่องยนต์ระบบปลั๊กอินไฮบริดพัฒนาอย่างต่อเนื่องและสามารถใช้งานได้จริงทั้งไฟฟ้าอย่างเดียววิ่งจริงได้เป็นระบบทางกว่า 120 km นั้นทำให้อัตราการประหยัดก็ย่อมดีกว่าดีเซลแน่นอน เพราะวันๆ ในการทำงานคุณอาจจะไม่ต้องเสียค่าน้ำมันเลย มีแต่ค่าไฟ วิ่งออกต่างจังหวัดก็ไม่ต้องกังวลเพราะจะวิ่งแบบใช้ไฟฟ้าหรือจะใช้น้ำมันก็ได้ นั้นคือข้อได้เปรียบ\n\nในส่วนของความแรงตัวเลขก็เห็นอยู่ว่าแรงกว่ามากมายแบบทิ้งกันหายไปเลย ให้ทั้งความแรงและประหยัดกว่าแน่นอนว่าดีกว่าทุกมุมแต่มีสิ่งหนึ่งที่ต้องยอมรับเมื่ออุปกรณ์หรือระบบที่มากกว่าค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงก็ต้องยอมรับว่าต้องได้รับการดูแลที่มากกว่าเช่นกัน(อยู่ในประกันสบายใจได้)\n\nสรุปสำหรับ  Mercedes-Benz GLC350e Vs GLC 220d ระบบปลั๊กอินไฮบริดปัจจุบันได้พัฒนาถึงจุดที่น่าใช้งานมากๆ เพราะให้การประหยัดได้มากถ้าใครยังไม่พร้อมไปรถไฟฟ้า ปลั๊กอินไฮบริด น่าสนใจมากๆ เหมือนเป็นการทดลองก่อนใช้งานจริงกับระบบไฟฟ้า ความแรงมีมาให้แบบเกินพอ ออปชั่นให้แบบจัดเต็มแต่ก็ต้องมีการซ่อมบำรุงที่มากว่าค่าตัวที่มากกว่าดีเซลเช่นกัน แต่ถ้าจะคิดว่าจะใช้งานแบบยาวไม่คิดมากยังไม่พร้อมดีเซลก็เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจเช่นกัน","CoverBenzGLC350eVsBenZGLC220d.png",null,"BannerBenzGLC350eVsBenZGLC220d.png",[11,13,14,15,16,17,18],"BenzGLC350eVsBenZGLC220d1.png","BenzGLC350eVsBenZGLC220d2.png","BenzGLC350eVsBenZGLC220d3.png","BenzGLC350eVsBenZGLC220d4.png","BenzGLC350eVsBenZGLC220d5.png","BenzGLC350eVsBenZGLC220d6.png","6 กุมภาพันธ์ 2567",1777136586183]