[{"data":1,"prerenderedAt":17},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":16},"20240313164017435058",2,5,"รถเร่งไม่ขึ้น กินน้ำมัน ดูแลยังไงดี?","ปัญหาสำหรับรถที่ผ่านการใช้งานมาอย่างหนักหรือหมดประกันแล้ว หากเรารู้สึกว่าทำไมรถยนต์ของเราเร่งไม่ขึ้นหยียบไม่ไป แถมด้วยการกินน้ำมันมากกว่าปกติ นั่นอาจจะต้องตรวจสอบเบื้องต้นเพิ่มเติมด้วยตัวเอง\n\nจุดที่เราสามารถตรวจสอบได้เอง เช่น หัวเทียนอาจเสื่อมสภาพ กรองอากาศไม่สะอาด ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงสกปรก หรือน้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพ เป็นต้น หากเราตรวจพบเองก่อนก็จะดี เพราะจะสามารถแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้เร็ว เพื่อความประหยัด พร้อมกับรถที่จะพาเราไปถึงจุดหมายทุกการเดินทาง\n\n1.หัวเทียนเสื่อมสภาพ\nหมั่นตรวจเช็กสภาพของหัวเทียนรถอยู่เสมอ ทุกๆ 50,000 km เพราะหัวเทียนรถจะเป็นตัวจุดระเบิดในกระบอกสูบที่ทำให้เครื่องยนต์ทำงานเป็นปกติ หากหัวเทียนบอด หรือมีการเสื่อมสภาพ จะทำให้เครื่องยนต์รถมีปัญหาและรถเร่งไม่ขึ้น ต้องทำการเปลี่ยนทันที คุณสามารถเช็กหัวเทียนรถ ได้เช่น ปลายหัวเทียนมีคราบสีดำ หัวเทียนมีคราบน้ำมัน เขี้ยวหัวเทียนจะเปลี่ยนเป็นสีขาว\n\n2.กรองอากาศไม่สะอาด\nกรองอากาศไม่สะอาดก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้รถเร่งไม่ขึ้นได้ เพราะหากกรองอากาศสกปรกหรืออุดตันอาจทำให้การจุดระเบิดทำงานได้ไม่เต็มกำลัง ระบบกรองอากาศเปรียบเสมือนทางเดินหายใจถ้าติดขัดก็ทำให้กินน้ำมันเพราะต้องใช้แรงดูดมากกว่าปกติ\n\n3.ไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิงอุดตัน/สกปรก\nอีกหนึ่งชิ้นส่วนสำคัญที่หลายคนอาจจะมองข้าม ปัจจัยที่ทำให้กรองน้ำมันอุดตันคือการปล่อยให้น้ำมันหมด ขีดแดงบ่อยๆ ทำให้เกิดการอุดตันได้ง่ายขึ้น เมื่อเกิดการอุดตันทำให้แรงดูดน้ำมันต้องใช้แรงมากขึ้นทำให้เร่งไม่ออกกินน้ำมัน\n\n4.น้ำมันเครื่องเสื่อมสภาพ\nน้ำมันเครื่องมีความสำคัญในการขับเคลื่อนรถ ช่วยหล่อลื่นเครื่องยนต์ให้ทำงานได้ตามปกติ หากคุณภาพน้ำมันเครื่องเสื่อมลงจะทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้นจึงจำเป็นต้องหมั่นดูแล เพียงเปลี่ยนตามระยะทางที่กำหนดหรือถ้าใช้งานไม่มากควรจะเปลี่ยนทุกปีเพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มกำลังลดภาระเครื่องยนต์ไม่ให้ทำงานหนักจนเกินไปครับ\n\nการตรวจเช็กสภาพเครื่องยนต์ให้มีประสิทธิภาพที่พร้อมใช้งานตลอดเวลานั้น ย่อมส่งผลดีในหลายๆ ด้านทั้งเรื่องการประหยัดน้ำมัน และรักษาสมรรถนะของเครื่องยนต์ ให้คงความรู้สึกใหม่ตลอดเวลา","CoverBoostthecar.png",null,"BannerBoostthecar.png",[11,13,14,15],"Boostthecar1.png","Boostthecar2.png","Boostthecar3.png","13 มีนาคม 2567",1777136585824]