[{"data":1,"prerenderedAt":16},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":15},"20240422124337860921",2,5,"ลมยางสำหรับ รถแต่ละประเภท ควรเติมเท่าไร?","หลายท่านอาจจะมองข้ามเรื่องเล็กๆ แต่ใกล้ตัวสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ นั่นก็คือยางรถยนต์นั่นเอง เหมือนเป็นรองเท้าของเรา ถ้าเลือกดีก็กลายเป็นคู่ใจ แต่ถ้าไม่ใช่ก็อาจจะต้องหาคู่ใหม่ที่พอดี แต่สิ่งสำคัญกว่านั้นที่จะทำให้รองเท้าคู่นี้เดินสบาย คือการเติมแรงดันลมยางให้เหมาะสม \n\nลมยางของรถแต่ละประเภทแตกต่างกันหรือไม่ \n- รถยนต์ขนาดเล็ก ควรเติมลมยางประมาณ 25-30 ปอนด์\n- รถยนต์ขนาดกลาง ควรเติมลมยางประมาณ 30-35 ปอนด์\n- รถกระบะ (ไม่บรรทุก) ควรเติมลมยางประมาณ 35-40 ปอนด์\n- รถตู้ (บรรทุก 7-10 คน) ควรเติมลมยางประมาณ 43-55 ปอนด์\n\nควรเติมลมยางเท่าไหร่จึงจะดีที่สุด?\nลมยางควรเติม แรงดันตามที่รถแต่ละประเภทกำหนด แต่จะเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสมกับการบรรทุกที่แตกต่างกัน เพราะลมยางส่งผลต่อการควบคุมรถหรือการเบรก หากคุณบรรทุกคนหรือของที่มากขึ้น อาจจะต้องเพิ่มแรงดันลมยางเพื่อชดเชยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นนั้นด้วยเช่นกัน สามารถดูได้จากคำแนะนำการเติมลมยางที่ข้างประตูคนขับได้\n\nแรงดันลมยางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเติมลมยางรถเก๋งนั้น จะอยู่ที่ประมาณ 30-32 PSI (ปอนด์ต่อตารางนิ้ว) สำหรับล้อหน้าและล้อหลัง แต่ถ้าหากต้องบรรทุกน้ำหนักมาก เช่น กรณีที่มีผู้โดยสารเต็ม 5 ที่นั่ง หรือบรรทุกของด้านหลังจนเต็ม อาจเพิ่มปริมาณการเติมได้ถึง 33-35 PSI เนื่องจากน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น หรือหากต้องเดินทางไกลคนเดียวสองคนควรเติมลมยางให้แข็งขึ้นเล็กน้อย 32-34 PSI \n\nส่วนแรงดันลมยางที่เหมาะสมที่สุดสำหรับรถกระบะนั้น จะค่อนข้างใช้ลมยางที่มากกว่ารถเก๋งโดยสารตามปกติ สำหรับล้อหน้าแรงดันยางจะอยู่ที่ประมาณ 36-38 PSI และล้อหลังที่ 40-42 PSI แต่ถ้าหากบรรทุกของเต็มท้ายรถ ก็สามารถเพิ่มปริมาณการเติมลมเพื่อรองรับน้ำหนักได้มากถึง 47-51 PSI  เพื่อการยึดเกาะถนนที่ดียิ่งขึ้น\n\nลมยางอ่อน อาการเป็นอย่างไร?\n- รถออกตัวช้า มีอาการย้วย เมื่อเหยียบคันเร่งรู้สึกว่าเหยียบไม่ค่อยไป\n- พวงมาลัยหนักผิดปกติ เลี้ยวรถยากขึ้น\n- เวลาเลี้ยวรถแล้วพวงมาลัยไม่ค่อยคืนกลับหรือคืนกลับช้า\nหากเติมลมยางน้อยกว่าที่ค่ามาตรฐานกำหนด จะทำให้ลมยางอ่อนกว่าปกติ นอกจากจะขับได้ช้าลงแล้ว ลมยางอ่อนยังทำให้เครื่องยนต์ทำงานหนักขึ้น และเปลืองน้ำมันมากกว่าปกติ เนื่องจากรถหนักขึ้นและทำให้เราต้องเหยียบคันเร่งมากกว่าเดิม อีกทั้งหากลมยางอ่อนเกินไป เมื่อเข้าโค้งก็จะมีความอันตรายมาก เสี่ยงที่จะต้องเจอกับอาการท้ายรถส่าย และควบคุมรถได้ยากขึ้น\n\nลมยางแข็ง อาการเป็นอย่างไร?\n- รู้สึกว่ารถเบากว่าปกติ และอัตราเร่งดี\n- รถมีอาการร่อนในความเร็วสูง\n- เมื่อขับผ่านเนิน หลุม บ่อ รถจะกระเทือนมากกว่าปกติ\n\nในกรณีที่เติมลมยางมากหรือแข็งเกินไป แม้ว่ารถยนต์จะออกตัวได้ดีกว่าการเติมลมยางอ่อน แต่ประสิทธิภาพในการขับขี่นั้นไม่ได้มากขึ้น ลมยางแข็งทำให้ยางเกาะถนนน้อยลงทั้งบนทางตรงและทางโค้ง การเบรกจะต้องใช้ระยะที่มากขึ้น และดอกยางตรงกลางจะเสื่อมเร็วมากขึ้นด้วย\n\nการเติมลมที่เหมาะสมจะทำให้การขับขี่มีประสิทธิภาพมากที่สุดพร้อมความปลอดภัยในการเดินทาง แต่อย่างไรก็ดีในการเดินทางไกลเราก็ควรจะลงมาตรวจสอบสภาพยางด้วยเช่นกัน","CoverTire_0.png",null,"","BannerTire_0.png",[12,14],"tire1.png","22 เมษายน 2567",1777136585608]