[{"data":1,"prerenderedAt":14},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":13},"20240507174724438796",2,5,"8 เช็กก่อนใช้งานรถ ","ใครเช็กรถไม่เป็นต้องรู้! วิธีเช็กสภาพรถก่อนใช้งานด้วยตัวเอง ต้องตรวจและทำเป็นประจำ เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง นอกจากจะช่วยรถของเราใช้งานได้อย่างราบรื่น ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการนำรถเข้าศูนย์อีกด้วย\n\n1. เช็กแบตเตอรี่ \nสิ่งที่มือใหม่ตรวจเองได้ง่ายที่สุดคือแบตเตอรี่ รถจะสตาร์ทติดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับตรงนี้เลย วิธีตรวจเช็กแบตเตอรี่ขึ้นอยู่กับประเภทของแบตที่เราใช้ ว่าเป็นแบบน้ำ แบบแห้ง หรือกึ่งแห้ง ควรศึกษาให้ดีก่อน เช่นถ้าเป็นแบบน้ำควรเติมน้ำกลั่น ส่วนแบบแห้งและกึ่งแห้งไม่ต้องเติมน้ำกลั่น ดูแลรักษาง่ายแต่อายุการใช้งานสั้นกว่า ควรหมั่นเช็ดทำความสะอาดคราบน้ำมันที่อยู่บริเวณขั้วแบตเตอรี่ออกเพื่อลดคราบสนิมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต\n\n2. เช็กน้ำมันเครื่อง \nน้ำมันเครื่องมีหน้าที่หล่อลื่นจุดต่างๆ ให้การทำงานของเครื่องยนต์ไม่มีติดขัดลดแรงเสียดทานจากการทำงานของชิ้นส่วนต่างๆ การเช็กน้ำมันเครื่องสามารถทำได้ด้วยตัวเอง เพียงแค่เปิดฝากระโปรงหน้ารถ และเปิดฝาจุดใส่น้ำมันเครื่องและวัดระดับด้วยก้านพลาสติก ให้อยู่ในระดับที่พอดี อย่าให้อยู่ต่ำกว่า Low เด็ดขาด สามารถเติมน้ำมันเครื่องได้ด้วยตัวเองไม่ต้องนำรถเข้าศูนย์ \n\n3. เช็กยางรถยนต์ \nยางเป็นจุดที่เช็กได้ง่ายที่สุด เพราะคนขับรถจะรู้ว่ารถของเราใช้บ่อยแค่ไหน เป็นคนขับเร็วมั้ย อายุของยางขึ้นอยู่กับสองสิ่งนี้เป็นหลัก ถ้ายางเก่าเกินไปมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ ควรหมั่นเช็กลมยางว่าเติมตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่ พกอุปกรณ์ปะยางฉุกเฉินและยางสำรองเพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเวลาเกิดอุบัติเหตุ\n\n4. เช็กระบบหล่อเย็น \nใครเคยเห็นรถยนต์มีควันพวยพุ่งออกจากฝากระโปรงรถบ้าง ต้นเหตุของปัญหานี้มาจาก อุณหภูมิรถที่สูงเกินไป ทำให้ระบบหล่อเย็นล้มเหลว เสี่ยงเกิดอันตรายได้ จุดที่เราต้องเช็กนั่นก็คือ “หม้อน้ำ”ถ้าหม้อน้ำมีปริมาณน้ำต่ำกว่าเกณฑ์ก็จะมีโอกาสพบควันจากความร้อนพุ่งขึ้นมาอย่างที่เคยเห็นกันในหน้าข่าว ควรหมั่นเติมน้ำในหม้อน้ำทุกครั้ง เพื่อรักษาอุณหภูมิของเครื่องยนต์ให้อยู่ในระดับปกติ\n\n5. เช็กน้ำมันเบรกและระบบเบรก \nน้ำมันเบรกเวลาทำงานจะอยู่ภายในเบรก ไม่ต้องกลัวมันจะระเหยหรือระเหิดออกมาจนเป็นคราบเหมือนน้ำมันเครื่องยนต์หรือน้ำกลั่นแบตเตอรี่ วิธีเช็กน้ำมันเบรกนั่นง่ายมาก แค่ต้องเติมน้ำมันเบรกให้อยู่ในระดับปกติ เพียงเท่านี้ก็ไม่เกิดปัญหาแล้ว เพียงแต่ต้องหมั่นเช็กเท่านั้นเอง\n\n6. เช็กไฟหน้ารถ \nอีกจุดหนึ่งที่คนมักหลงลืมไป คิดว่าไม่สำคัญนั่นก็คือ ไฟรถยนต์ทุกตำแหน่ง ทั้งไฟหน้า ไฟท้าย ไฟสูง ไฟเลี้ยวและไฟเบรก เพราะเราขับรถเป็นประจำจนอาจไม่ทันสังเกตว่า ไฟอ่อนลงหรือไม่ เมื่อไฟสว่างไม่เพียงพอ ทำให้ผู้ร่วมใช้ถนนเสี่ยงเกิดอุบัติเหตุได้ เพื่อลดความเสี่ยงนี้ ควรเช็กความสว่างของไฟรถรอบคัน ว่าสว่างเพียงพอหรือไม่ก่อนออกเดินทาง \n\n7. เช็กที่ปัดน้ำฝน \nส่วนใหญ่เรามักไม่ให้ความสำคัญของที่ปัดน้ำฝน จนเจอเหตุการณ์พายุถล่ม ฝนสาดจนมองไม่เห็นถนน บอกเลยว่าอันตรายมาก เพราะจะเห็นแค่ไฟหน้ารถของคันหน้าเท่านั้น วิสัยทัศน์ที่ไม่ดี ทำให้กะระยะห่างได้ยากขึ้น สิ่งที่ต้องเช็กสำหรับที่ปัดน้ำฝนนั่นก็คือ น้ำในถังที่ปัดน้ำฝน ว่ามีเพียงพอสำหรับล้างสิ่งสกปรกและตัวก้านมีเศษอะไรติดอยู่หรือไม่ เพื่อวิสัยทัศน์ที่ดี\n\n8. เช็กประกันรถยนต์ \nประกันรถยนต์ สั้นๆ ง่ายๆ เช็กว่าหมดอายุหรือยัง ถ้าเช็กแล้วใกล้หมดอายุ ให้รีบต่อก่อนออกเดินทาง เพื่อความอุ่นใจในการเดินทาง จะชั้นไหนก็ได้ แล้วแต่ความต้องการของเรา ประกันจะช่วยคุ้มครองรถยนต์และชีวิตของเราได้แน่นอน และอย่าลืมต่อ พ.ร.บ. ทุกปี ก็จะช่วยคุ้มครองได้เช่นเดียวกัน","CoverStepsTo CheckYourCar.png","","BannerStepsTo CheckYourCar.png",[11],"7 พฤษภาคม 2567",1777136585367]