[{"data":1,"prerenderedAt":17},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":16},"20240701214210815827",2,8,"รถยนต์ไฟฟ้า รถน้ำมัน มีข้อดี ข้อระวัง ต่างกันยังไงนะ","ในช่วงที่รถยนต์ไฟฟ้า กำลังเข้ามามีบทบาทต่อการใช้ชีวิตของผู้คนในปัจจุบันมากขึ้น ทั้งในด้านเศรษฐกิจ หรือสิ่งแวดล้อม หลายคนอาจสงสัยว่า รถยนต์ไฟฟ้า และรถยนต์น้ำมัน ที่เราใช้ขับขี่กันมาเนิ่นนานนั้น มีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง และมีข้อดี ขมเสียอย่างไร ในวันนี้คานะจะพาทุกคนไปไขข้อสงสัยนี้กัน\n\nผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม\n\n- รถยนต์ไฟฟ้า\nรถยนต์ไฟฟ้าขึ้นชื่อในเรื่องของการช่วยลดมลพิษต่อโลก และสิ่งแวดล้อม เพราะรถยนต์ไฟฟ้าใช้พลังงานจากไฟฟ้าเป็นหลัก ไม่มีการเผาไหม้จากเครื่องยนต์ ที่เป็นสาเหตุในการปล่อยมลพิษจากท่อไอเสีย ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นทางเลือกยอดนิยมของคนที่รักโลก อยากดูแลสิ่งแวดล้อม ทำให้ปัจจุบันได้มีทั้งภาครัฐ และเอกชน ได้ติดตั้งสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย และลดภาษีรถยนต์เพื่อสนับสนุนให้ผู้คนหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น\n\n- รถยนต์น้ำมัน\nเนื่องจากรถยนต์น้ำมัน มีการใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิงเพื่อทำการระเบิด หรือเผาไหม้ภายในเครื่องยนต์สันดาป ซึ่งการเผาดังกล่าวทำให้รถยนต์น้ำมันมีการปล่อยควันออกมาจากท่อไอเสีย ที่เป็นสาเหตุของปัญหามลพิษทางอากาศในปัจจุบัน เนื่องจากควันจากท่อไอเสียรถยนต์นั้นเต็มไปด้วยก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์ และฝุ่น 2.5 ไมครอน ที่เป็นอันตรายต่อโลก และสิ่งแวดล้อม ในปัจจุบันทางผู้ผลิตรถยนต์น้ำมันได้ตระหนักถึงปัญหามลพิษที่เกิดจากรถยนต์ ทำให้มีการพัฒนารถรุ่นใหม่ที่ประหยัดน้ำมันมากขึ้น เพื่อลดการปล่อยมลพิษ และทำให้รถยนต์น้ำมันเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น\n\nสมรรถนะ และความสะดวกสบาย\n\n- รถยนต์ไฟฟ้า\nด้วยความที่รถยนต์ไฟฟ้า มาพร้อมด้วยเทคโนโลยียานยนต์ที่มีความทันสมัย ตอบโจทย์กับผู้ใช้รถยนต์ในยุคปัจจุบัน ทำให้รถยนต์ไฟฟ้ามีความสะดวกสบายกว่ารถยนต์น้ำมัน รถยนต์ไฟฟ้าบางรุ่นมีการนำเทคโนโลยี AI มาใช้งาน ทำให้รถมีโหมด Auto Pilot ที่สามารถขับเคลื่อนได้เอง รวมถึงการใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างปลอดภัย และสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น\n\n- รถยนต์น้ำมัน\nรถยนต์น้ำมัน เป็นรถที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป ที่ใช้พลังงานน้ำมันในการขับเคลื่อน มีการนำมาใช้งานนานร่วมศตวรรษ ทำให้มีรูปแบบการขับขี่ที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย แต่ด้วยความซับซ้อนของเครื่องยนต์แบบสันดาปทำให้เครื่องยนต์ของรถมี เสียงดัง และมีการกระชากเมื่อเปลี่ยนเกียร์\n\nการใช้เชื้อเพลิง / พลังงาน\n\n- รถยนต์ไฟฟ้า\nขึ้นชื่อว่าเป็นรถยนต์ไฟฟ้า แน่นอนว่าต้องเป็นรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าเป็นหลัก โดยพลังงานทั้งหมดที่ใช้ในรถนั้น จะมาจากแบตเตอรี่ไฟฟ้าภายในเครื่อง ผู้ใช้สามารถเติมพลังงานให้รถด้วยการชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่แทนการเติมน้ำมัน เชื้อเพลิง ซึ่งสามารถติดตั้งเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ที่บ้านได้ รวมถึงในปัจจุบันก็ได้มีการติดตั้งจุดบริการชาร์จแบตเตอรี่ ตามสถานที่ต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า\n\nอย่างไรก็ตาม แม้รถยนต์ไฟฟ้าจะประหยัดพลังงาน และลดการใช้น้ำมัน แต่ข้อเสียของรถยนต์ไฟฟ้าคือระยะเวลาในการชาร์จแบตเตอรี่ ที่ใช้เวลาค่อนข้างนาน หากต้องการชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มต้องใช้ระยะเวลานานถึง 5-6 ชั่วโมง นอกจากนี้สถานีให้บริการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ยังมีให้บริการน้อยในประเทศไทย และสร้างความไม่สะดวกหากเจ้าของรถยนต์ต้องเดินทางไกล\n\n- รถยนต์น้ำมัน\nสำหรับรถยนต์น้ำมัน จะใช้พลังงานจากน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นหลัก สามารถหาสถานีเติมได้ง่าย และสะดวกสบาย แต่อย่างไรก็ตาม รถยนต์น้ำมันค่อนข้างเต็มไปด้วยข้อเสีย คือราคาของน้ำมันที่มักมีความผันผวน ไม่แน่นอน และรถยนต์แต่ละรุ่นก็มีอัตราการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ต่างกัน ทำให้เจ้าของรถน้ำมันต้องเสียเงินในการเติมน้ำมันแต่ละครั้งค่อนข้างสูง\n\nการบำรุงรักษา\n\n- รถยนต์ไฟฟ้า\nรถยนต์ไฟฟ้า มีโครงสร้างต่างจากรถยนต์น้ำมัน เนื่องจากไม่มีเครื่องยนต์ที่ซับซ้อน ไม่ต้องเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง และทำงานผ่านมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก ซึ่งเป็นแบตเตอรี่ที่มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ทำให้สะดวกแก่เจ้าของรถในการดูแลรักษา และไม่ต้องเสียเวลาในการเปลี่ยนอะไหล่ หรือบำรุงรักษาบ่อย ๆ แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้าถูกออกแบบมาให้สามารถใช้ซ้ำเป็นประจำได้ มีอายุการใช้งานอยู่ที่ประมาณ 6-8 ปี เจ้าของรถสามารถยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ให้ยาวนานขึ้นด้วยการชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มประจุอย่างน้อย 1 ครั้งต่อสัปดาห์\n\n- รถยนต์น้ำมัน\nรถยนต์น้ำมัน เป็นรถที่มีการใช้เครื่องยนต์สันดาป และมีโครงสร้างที่ซับซ้อน เจ้าของรถควรหมั่นดูแลรักษารถ อยู่เป็นประจำ ต้องหมั่นเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องทุก ๆ 8,000 - 10,000 กิโลเมตร หรือเปลี่ยนทุก ๆ 6 เดือน นอกจากนี้รถยนต์น้ำมันก็มีชิ้นส่วนอะไหล่ที่เยอะกว่ารถยนต์ไฟฟ้า ทำให้เจ้าของรถต้องเสียค่าซ่อม และค่าเปลี่ยนอะไหล่รถบ่อย ๆ\n\nไม่ว่าจะใช้รถยนต์ไฟฟ้า หรือรถยนต์น้ำมัน อย่าลืมที่จะมองหาประกันรถเพื่อช่วยคุ้มครองดูแลรถยนต์ของคุณ โดยสามารถเลือกซื้อประกันที่คุณสนใจกับคานะ ได้ที่ กรุงศรี ออโต้ โบรคเกอร์\n\nโดยคลิกที่รูปด้านล่างนี้ เพื่อไปที่หน้าคุยกับคานะ และกดปุ่ม “ประกันรถ” จากนั้นก็สามารถดำเนินการซื้อประกันรถกับน้องคานะได้ง่าย ๆ ","CarEVvsOil-Cover.png","","CarEVvsOil-Banner.png",[11,13,14,15],"CarEVvsOil-1.png","CarEVvsOil-2.png","CarEVvsOil-3.png","1 กรกฎาคม 2567",1777136585176]