[{"data":1,"prerenderedAt":14},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":13},"20240701214211057091",2,8,"พ.ร.บ. รถยนต์กับประกันภาคสมัครใจ ต่างกันยังไง?","คนมีรถคงทราบกันดีว่าการต่อ พ.ร.บ. รถยนต์ คือสิ่งที่ต้องต่อในทุกปีเพราะเป็นข้อกำหนดตามกฎหมาย แต่หลายคนก็อาจสงสัยว่า พ.ร.บ. รถยนต์ และประกันภัยรถยนต์ภาคสมัครใจนั้นต่างกันยังไงบ้าง? \nและหากเรามีประกันรถยนต์แล้วยังต้องทำ พ.ร.บ. รถยนต์ หรือไม่? ในบทความนี้คานะจะพาทุกคนไปไขคำตอบ ถ้าพร้อมแล้วติดตามอ่านกันได้เลยค่ะ\n\n> ความสำคัญของ พ.ร.บ. รถยนต์\nพ.ร.บ. รถยนต์ มีความสำคัญเนื่องจากเป็นประกันรถยนต์ภาคบังคับ ซึ่งเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายให้ยานพาหนะที่จดทะเบียนกับกรมขนส่งทางบกทุกประเภทต้องมี ซึ่ง พ.ร.บ. คุ้มครองต่อผู้ขับขี่รถยนต์รวมถึงบุคคลภายนอกในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ ไม่ว่าผู้ขับขี่จะเป็นฝ่ายถูกหรือผิด โดย พ.ร.บ. รถยนต์ จะช่วยทำหน้าที่ในการช่วยเหลือค่าเสียหายต่อร่างกายและชีวิตเป็นหลัก\n\nโดย พ.ร.บ. รถยนต์ ราคาค่าใช้จ่ายรถแต่ละประเภทที่แตกต่างกัน แบ่งออกเป็นดังนี้\n- รถยนต์โดยสาร ไม่เกิน 7 ที่นั่ง (รถเก๋ง) - 600 บาท/ปี\n- รถยนต์ไฟฟ้า ไม่เกิน 7 ที่นั่ง - 600 บาท/ปี\n- รถยนต์โดยสารเกิน 7 ที่นั่ง ไม่เกิน 15 ที่นั่ง (รถตู้) - 1,100 บาท/ปี\n- รถยนต์โดยสารเกิน 7 ที่นั่ง ไม่เกิน 20 ที่นั่ง - 2,050 บาท/ปี\n(ราคายังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)\n\n> ความแตกต่างของ พ.ร.บ. รถยนต์ และประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ\nพ.ร.บ. รถยนต์ และประกันรถยนต์ภาคสมัครใจ จะให้ความคุ้มครองและเงื่อนไขที่ต่างกัน ดังนี้\n\n1. พ.ร.บ. รถยนต์ คือสิ่งที่รถทุกคันต้องมี\nอย่างที่ทราบกันดีว่า พ.ร.บ. รถยนต์ คือประกันภาคบังคับที่กฎหมายกำหนด ดังนั้นเป็นสิ่งที่รถยนต์ทุกคันจะต้องมี หากปล่อยให้ พ.ร.บ. รถขาดจะส่งผลให้รถต่อภาษีไม่ได้และยังผิดกฎหมาย ส่งผลให้เจ้าของรถต้องเสียค่าปรับโดยแบ่งเป็นกรณีต่าง ๆ ดังนี้\n- รถขาดต่อ พ.ร.บ. มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท\n- รถขาดต่อ พ.ร.บ. แล้วต่อภาษีรถยนต์ไม่ได้ หากถูกจับจะเสียค่าปรับ 400 - 1,000 บาท และถูกปรับดอกเบี้ยเพิ่มเดือนละ 1% ในครั้งถัดไป\n- กรณีที่รถขาดต่อภาษีนาน 3 ปี ทะเบียนรถจะถูกระงับการใช้งาน โดนโทษปรับไม่เกิน 1,000 บาท\n- กรณีที่ไม่ใช่เจ้าของรถ และใช้รถที่ไม่มี พ.ร.บ. มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท\n\nส่วนประกันภัยรถยนต์ นั้น จะเป็นประกันภาคสมัครใจที่เจ้าของรถจะทำหรือไม่ทำก็ได้ และยังสามารถเลือกความคุ้มครองมากน้อยได้ตามความต้องการ ซึ่งประกันรถยนต์จะให้ความคุ้มครองที่เยอะกว่า พ.ร.บ. ครอบคลุมหลายกรณีขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ที่เราเลือก\n\n2. พ.ร.บ. จะคุ้มครองเฉพาะร่างกายและชีวิตเท่านั้น\nหน้าที่หลัก ๆ ของ พ.ร.บ. คือการให้ความคุ้มครองต่อร่างกายและชีวิตของคนที่ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และบุคคลภายนอก โดย พ.ร.บ. รถยนต์ จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าชดใช้ในการจัดการงานศพ เป็นต้น เพื่อช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายจากอุบัติเหตุของผู้ประสบภัย แต่ พ.ร.บ. จะไม่ได้ให้ความคุ้มครองในส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นกับตัวรถใด ๆ ทั้งสิ้น ต่างจากประกันรถยนต์ที่จะคุ้มครองครอบคลุมในส่วนของค่าเสียหายที่เกิดขึ้นต่อรถยนต์ทั้งของตัวผู้ขับขี่และบุคคลภายนอก\n\n3. พ.ร.บ. จะไม่ช่วยจ่ายค่าประกันตัว กรณีผู้ขับขี่เป็นฝ่ายผิด\nหากผู้ขับขี่ประสบอุบัติเหตุแล้วถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวในคดีอาญา พ.ร.บ. รถยนต์ จะไม่ได้ให้ความคุ้มครองในส่วนของค่าประกันตัวใด ๆ ทั้งสิ้น ต่างจากประกันรถยนต์ที่จะให้ความคุ้มครองในส่วนของค่าประกันตัวและค่าทนายความ โดยวงเงินความคุ้มครองจะมากน้อยขึ้นอยู่กับกรมธรรม์ที่เลือก\n \nสรุป\nจะเห็นได้ว่าแม้ขึ้นชื่อว่าเป็นประกันรถ แต่ พ.ร.บ. รถยนต์ และประกันรถยนต์ภาคสมัครใจนั้น ให้ความคุ้มครองที่ต่างกันพอสมควร แต่ถึงแม้ว่าประกันรถยนต์จะคุ้มครองเยอะกว่า แต่การมี พ.ร.บ. รถยนต์ ก็ยังสำคัญและต้องต่อเป็นประจำในทุกปี เพื่อเป็นหลักประกันว่าผู้ขับขี่ ผู้โดยสาร และบุคคลภายนอกจะได้ความช่วยเหลือหากประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์\n\nส่วนใครสนใจต่อ พ.ร.บ. กับ กรุงศรี ออโต้ โบรคเกอร์ สะดวก ครบ จบ ทุกความต้องการในที่เดียว เพียงคลิกที่รูปด้านล่าง และเลือกกดปุ่ม “พ.ร.บ. รถยนต์” จากนั้นก็สามารถเริ่มดำเนินการได้เลยทันที สมัครง่าย ไม่ยุ่งยาก\n\nPhoto credit:\n- www.freepik.com/free-photo/image-auto-accident-involving-two-cars_25866280.htmlfromView=search&page=1&position=32&uuid=83e465e2-d777-47d8-9183-c8882600c400","RotyonKapPrakanPhakSamakchai_Cover.png","","RotyonKapPrakanPhakSamakchai_Banner.png",[11],"1 กรกฎาคม 2567",1777136585168]