[{"data":1,"prerenderedAt":17},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":5,"title_th":6,"description_th":7,"banner_image":8,"jw_media_id":9,"video_embed_link":9,"article_image":10,"galleries":11,"publish_date":16},"20250211103240949775",2,"ระบบเกียร์ออโต้ Y-AMT ในรถบิ๊กไบค์ของ Yamaha มีดีอย่างไร?","ระบบเกียร์ออโต้ Y-AMT ในรถบิ๊กไบค์ของ Yamaha มีดีอย่างไร?\nรถบิ๊กไบค์ หลายๆ คนอาจจะคิดว่าขับยาก และที่สำคัญคือระบบเกียร์แบบธรรมดา คลัตช์มือ ทางยามาฮ่าจึงคิดค้นระบบเกียร์อัตโนมัติ ที่ทำให้ทุกคนสามารถขับบิ๊กไบค์ง่ายขึ้น\n\nระบบเกียร์อัตโนมัติในรถบิ๊กไบค์ที่ยามาฮ่าคิดค้นขึ้นมา นั่นคือเจ้าระบบ Yamaha Y-AMT (Yamaha Automated Manual Transmission) คือระบบเกียร์ธรรมดาที่สามารถเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ได้โดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องใช้ก้านคลัตช์และคันเกียร์ ช่วยให้ผู้ขี่เป็นอิสระจากการใช้คลัตช์และคันเกียร์ เพิ่มความเพลิดเพลินในการควบคุมรถจักรยานยนต์ตามต้องการ และช่วยเพิ่มประสบการณ์ของความเป็นหนึ่งเดียวกับรถ\n\nมีหลักการทำงานที่เรียบง่าย และราบรื่น โดยพื้นฐานแล้วมันคือระบบเกียร์ธรรมดา เพียงแต่เพิ่มชุดระบบช่วยการเปลี่ยนเกียร์โดยอัตโนมัติเข้ามา ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้โดยไม่ต้องใช้ก้านคลัตช์ และไม่ต้องใช้คันเกียร์ ทำให้ผู้ขับขี่ที่ไม่มีทักษะใช้รถมอเตอร์ไซค์ที่มีก้านคลัตช์ สามารถขับขี่รถคันนี้ได้อย่างง่ายดายประดุจมือโปร ช่วยทำให้การขับขี่รถบิ๊กไบค์สะดวกสบายมากขึ้น ราบรื่นมากขึ้น และสปอร์ตยิ่งขึ้นในทุกสถานการณ์ใช้งาน ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน, การเดินทางไกล และการขับในสนามแข่ง\n\nโดยตัวระบบจะมีโหมดมาให้เลือก 2 แบบ ได้แก่โหมด AT และโหมด MT โดยการทำงานของชุดกลไกการเปลี่ยนเกียร์ที่ทำงานได้อย่างรวดเร็ว ทำให้มีความรู้สึกถึงการเปลี่ยนเกียร์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น\n\nในส่วนของการทดลองขับ Yamaha MT-09 Y-AMT เราทำการทดสอบขับขี่กันภายในสนามทดสอบ ซึ่งมีพื้นที่จำกัด ทำให้สามารถทดสอบประสิทธิภาพของรถได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น โดยเราขอเริ่มตั้งแต่หลักการทำงานของระบบ Y-AMT\n\nY-AMT จะมี 2 โหมดหลัก ได้แก่โหมด AT และ MT โดยโหมด AT หรือโหมดอัตโนมัติ ตัวรถจะมีโหมดให้เลือก 2 โหมดหลัก ได้แก่โหมด D และ D+ ถ้าเทียบกับรถยนต์ก็เหมือนกับเกียร์ D และเกียร์ S โดยลักษณ์ของเกียร์ D จะมีการเปลี่ยนเกียร์อย่างรวดเร็วในรอบต่ำ เพื่อเน้นความประหยัดน้ำมัน ส่วนโหมด D+ จะเน้นให้สามารถลากรอบเครื่องยนต์ได้สูงถึงจะเปลี่ยนเกียร์ เพื่อการขับขี่อย่างสนุกสนานในแต่ละช่วงเกียร์ เน้นใช้งานคนละแบบ\n\nคือถ้าเน้นขับทั่วไป ไปเรื่อยๆ ไม่ลากรอบ ควรใช้เกียร์ D รถจะเพิ่มเกียร์ให้สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อลดรอบเครื่องยนต์ให้ต่ำลง เพื่อประหยัดน้ำมัน\nแต่ถ้าเป็นสายซิ่ง เน้นซิ่ง เน้นมุด ควรใช้ D+ จะกลายเป็นสัมผัสแบบรถสปอร์ต โดยทั้ง 2 โหมดนี้จะเป็นการเปลี่ยนเกียร์โดยอัตโนมัติทั้งหมด เรามีหน้าที่ขับอย่างเดียว และก็ยังสามารถลดเกียร์ลงตามใจได้ เพื่อเพิ่มอัตราเร่งของรถให้เร้าใจขึ้น\n\nในส่วนของโหมด MT จะมีโหมดการขับขี่ทั้งหมด 5 โหมดด้วยกัน ได้แก่ Rain, Street, Sport, Custom 1 และ Custom 2 โดยทุกโหมด เราจะต้องเปลี่ยนเกียร์ด้วยตนเองทั้งหมดผ่านปุ่มเปลี่ยนเกียร์ที่แฮนด์ซ้าย โดยการเปลี่ยนเกียร์จะไหลลื่นสัมผัสเหมือนกับควิกชิพเตอร์เมื่อรอบเครื่องยนต์สูงกว่า 6,000 รอบ/นาที แต่ถ้าเปลี่ยนที่รอบเครื่องยนต์ต่ำกว่านี้ จะเจออาการดีเลย์เล็กน้อย\n\nเห็นได้ว่า ทางยามาฮ่าได้คิดมาเผื่อให้แล้วสำหรับคนที่ชอบการขับรถแบบควบคุมด้วยตนเองทั้งหมด กับคนที่อยากขับรถบิ๊กไบค์ แต่กลัวการใช้ระบบแมนนวล เจ้า Y-AMT นี่แหละ ที่เข้ามาทำให้การขับขี่รถบิ๊กไบค์ง่ายมากยิ่งขึ้น เริ่มใช้งานแล้วใน Yamaha MT-09 Y-AMT เปิดราคาจำหน่ายในประเทศไทยที่ 519,000 บาท","CoverYAMT.png","","BannerYAMT_1.png",[10,12,13,14,15],"BannerYAMT_2.png","BannerYAMT_3.png","BannerYAMT_4.png","BannerYAMT_5.png","12 กุมภาพันธ์ 2568",1777136584376]