[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":14},"20250709152331510508",2,6,"EV ชาร์จบ่อย กับ ชาร์จนาน แบบไหนดีกว่า","Content by Headlightmag\n---\nรถยนต์ไฟฟ้าไม่ว่าจะเป็นรุ่นไหน ถูกหรือแพง ล้วนมีปัญหาในการใช้งานเหมือนกัน นั่นคือ เติมพลังงานค่อนข้างนาน เมื่อเทียบกับรถน้ำมัน \nนั่นทำให้ หลายคนพอนำรถยนต์ไฟฟ้าไปใช้งานในการเดินทางไกล จะพบปัญหาต่างๆมากมาย ทั้งการรอนาน และรวมถึง การต้องวางแผนการเดินทางและบริหารจุดชาร์จ แม้ในบางมุมบางคนอาจจะสนุกกับการใช้รถมากขึ้น ทว่า เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ก็มีคำถามสำคัญเกิดขึ้นว่า \n\nระหว่าง “ชาร์จบ่อย” กับ “ชาร์จนาน” แบบไหนจะดีกว่ากันในยามเดินทางไกลกับรถยนต์ไฟฟ้า \nก่อนอื่น เราต้องยอมรับว่า รถยนต์ที่ขายในปัจจุบันมีความสามารถแตกต่างกันไป โดยเฉพาะขนาดแบตเตอรี่ ระยะทางที่วิ่งได้ต่อการชาร์จ รวมถึง ความเร็วในการชาร์จ ล้วนเป็นปัจจัยต่อความคิดในการใช้งานของแต่ละคน \nแต่ในการใช้งานจริง หลายคน เลือกที่จะยอมชาร์จนานมากกว่า “ชาร์จบ่อย” ด้วยความเข้าใจว่า การชาร์จนาน เช่น  10-80% ของแบตเตอรี่ จะเสียเวลาเพียงครั้งเดียว และ ยังสามารถทำกิจกรรมต่างๆที่จำเป็นได้ไปพร้อมกัน อาทิ รับประทานอาหาร เป็นต้น \nตลอดจนรถยนต์ไฟฟ้าในยุคก่อน ยังมีความเร็วในการชาร์จค่อนข้างช้า จอดที  40-45  นาที หรืออาจนานกว่านั้น \nคนจึงยังนิยมจอดชาร์จนานในแต่ละครั้งมากกว่า คือวิ่งให้แบตเตอรี่เหลือในระดับต่ำที่สุดแล้วชาร์จทีเดียวเวลาเดินทางไกล \nแต่ปัจจุบัน ต้องยอมรับว่า ด้วยความสามารถของตู้ชาร์จ และตัวรถที่มีการปรับปรุงเพิ่มขึ้นตามลำดับ “การชาร์จไฟฟ้าบ่อยๆ” อาจจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า เนื่องจากรถสามารถเติมไฟได้เร็วขึ้นตามลำดับ ตลอดจนตู้ชาร์จก็มีความสามารถในการชาร์จ และมีให้บริการในหลายจุดมากขึ้น (แม้ว่าจะยังไม่พอต่อความต้องการก็ตาม) \n\nการเลือกจะชาร์จบ่อยครั้งขึ้น ทุกครั้งเมื่อจอด เช่นแวะพักเข้าห้องน้ำ ทานกาแฟ ใช้เวลาระหว่างที่เราทำธุระส่วนตัวในการเติมพลังรถไปด้วย เริ่มจะพอเป็นไปได้มากขึ้น\n\nซึ่งแบรนด์ยอดนิยมอย่าง “เทสล่า” ที่มีจุดชาร์จของตัวเอง ก็พยายามสร้างความคิดแบบเดียวกัน ต่อลูกค้าโดยวางจุดชาร์จ ให้ถี่ขึ้นบนเส้นทางเดียวกัน เพื่อลดความแออัดของจุดชาร์จ และทำให้ลูกค้าพร้อมที่จะไปต่อได้ โดยไม่ต้องจอดนาน \nแต่การที่คุณจะเลือกว่า “จอดนาน” หรือ “จอดบ่อย” แต่ใช้เวลาสั้นๆ ก็มีปัจจัยสำคัญที่สุด อยู่ที่รถของคุณเอง ว่ามีความสามารถในการรับไฟฟ้าเป็นอย่างไร หรือความเร็วในการชาร์จรองรับสูงมั้ย \n\nซึ่งรถสมัยนี้ มีความสามารถระบบ 800V ซึ่งออกแบบมาเพื่อสายเดินทางโดยเฉพาะ ยิ่งทำให้รถชาร์จเร็วขึ้นไปต่อสะดวกขึ้น \nดังนั้น คงไม่อาจจะกล่าวได้ว่า รถยนต์ไฟฟ้าที่คุณใช้ควรจอดนาน หรือจอดบ่อย เพราะขึ้นอยู่กับความสามารถ และพฤติกรรมผู้ขับขี่ ตลอดจนคนร่วมเดินทาง\n\nสำหรับคนที่ขับรถเดินทางบ่อยๆ การจอดถี่ลงยืดเส้นยืดสาย แล้วไปต่อ จะค่อนข้างเสียเวลาน้อยกว่า ในการไปถึงที่หมาย เพราะ คุณสามารถทำความเร็วได้บนถนน และยิ่งห่างไกลตัวเมืองออกไป เส้นทางก็ยิ่งโล่งมากขึ้น\n\nและในหลายครั้งช่วยคุณข้ามจุดแออัด ที่คุณอาจจะเสี่ยงต่อการต้องรอคิวในการชาร์จ โดยเฉพาะในช่วงเทศกาล ซึ่งช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่าด้วยครับ \n","Cover_EV_Article_EV_Charge_Long_Or_Short.png","","EV_Article_EV_Charge_Long_Or_Short_1.png",[11,13],"EV_Article_EV_Charge_Long_Or_Short_2.png","19 กรกฎาคม 2568",1777136584197]