[{"data":1,"prerenderedAt":18},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":5,"title_th":6,"description_th":7,"banner_image":8,"jw_media_id":9,"video_embed_link":9,"article_image":10,"galleries":11,"publish_date":17},"20250804101717551564",2,"รีวิว ทดลองขับจริง Ford Ranger Wildtrak V6 3.0 Turbo 4WD | เด่นที่ขุมพลังดีเซล V6 และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Full-time 4WD","Content by Headlightmag\n---\nในยุคที่เศรษฐกิจไม่ค่อยจะสู้ดีนัก และน้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาแพง ผู้ผลิตรถกระบะส่วนใหญ่จึงมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาเครื่องยนต์ขนาดเล็ก อัตราบริโภคน้ำมันต่ำ และเสียภาษีประจำปีน้อย แต่สำหรับค่าย Ford ที่มีฐานลูกค้าแข็งแกร่งในกลุ่มรถกระบะ 4 ประตู ยกสูง กลับเลือกทำสิ่งที่สวนทาง ด้วยการเปิดตัว Ranger Wildtrak ขุมพลังดีเซล V6 3.0 ลิตร Turbo วางตำแหน่งเป็นรุ่น Top of the Line ของตระกูล Wildtrak กับราคาที่สูงลิ่วเมื่อเทียบกับกระบะในพิกัดเดียวกัน \n\nจุดขายของ Ford Ranger Wildtrak V6 มีด้วยกัน 2 อย่าง ได้แก่ \n\n1.เครื่องยนต์ดีเซล V6 3.0 ลิตร พ่วงระบบอัดอากาศ Turbocharged ให้กำลังสูงสุด 250 แรงม้า (PS) ที่ 3,250 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ที่ 1,750 - 2,250 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ\n\n2.ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Full-time (4A) พร้อมระบบ Active Centre Differential และระบบล็อกเฟืองท้าย (Diff Lock) ที่ล้อคู่หลัง แตกต่างจาก Ranger Wildtrak 2.0 Bi-Turbo ซึ่งใช้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Part-time\n\nด้วยพละกำลังและแรงบิดอันมหาศาล Ranger Wildtrak V6 สามารถเร่งจาก 0 - 100 กม./ชม. ได้ภายใน 8.76 วินาที เร็วกว่ารุ่น 2.0 Bi-Turbo ซึ่งทำได้ 10.33 วินาที ส่วนอัตราเร่งแซง 80 - 120 กม./ชม. Ranger Wildtrak V6 ทำได้ 6.02 วินาที เร็วกว่ารุ่น 2.0 Bi-Turbo ซึ่งทำได้ 7.31 วินาที - แน่นอนว่ารุ่น V6 ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการความแรงได้ดีกว่าอย่างชัดเจน\n\nความพิเศษของระบบขับเคลื่อน Full-time 4A ใน Ranger Wildtrak V6 คือ การมีเฟืองท้ายส่วนกลางแบบ Active Centre Differential ซึ่งช่วยกระจายกำลังระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง การใช้งานที่ความเร็วสูงบนถนนลาดยางหรือพื้นแห้ง ทำให้รถมีประสิทธิภาพการยึดเกาะที่ดีกว่า และไม่เกิดอาการขืนของพวงมาลัย สามารถ “ตะกุยพร้อมกันทั้ง 4 ล้อ” ได้แบบเดียวกับรถ SUV ระบบขับเคลื่อน AWD\n\nนอกจากนี้ เครื่องยนต์ดีเซล V6 ซึ่งมีลำดับการจุดระเบิดแบบ 1 - 4 - 2 - 5 - 3 - 6 ยังช่วยลดแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ได้ดี ทั้งในการขับที่ความเร็วต่ำและสูง ทำให้ Ranger Wildtrak V6 มีความนุ่มนวล และเสียงเครื่องยนต์เงียบกว่ารุ่น 2.0 Bi-Turbo รวมถึงเงียบกว่ารถกระบะในพิกัดเดียวกันอย่างชัดเจน\n\nอย่างไรก็ตาม ความแรงและความนุ่มนวลของเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.0 ลิตรนี้ ต้องแลกมาด้วย อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่มากกว่า ตามการทดสอบของ Headlightmag Ranger Wildtrak V6 บริโภคน้ำมันเฉลี่ยที่ 10.76 กม./ลิตร มากกว่ารุ่น 2.0 Bi-Turbo ซึ่งทำได้เฉลี่ย 13.17 กม./ลิตร\n\nหากคุณรับได้กับอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ค่อนข้างสูง และราคาค่าตัวที่แพงกว่ารถกระบะ 4 ประตูทั่วไปในตลาด Ranger Wildtrak V6 ก็ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ สำหรับผู้ที่ต้องการ “ความเป็นที่สุด” ของกระบะในหลายมิติ ซึ่งหาตัวเทียบเคียงได้ยากในเวลานี้\n\nราคา Ford Ranger Wildtrak V6: 1,519,000 บาท\n","Cover_Review_Article_Ford_Ranger_Wildtrak_V6.png","","Review_Article_Ford_Ranger_Wildtrak_V6_1.png",[10,12,13,14,15,16],"Review_Article_Ford_Ranger_Wildtrak_V6_2.png","Review_Article_Ford_Ranger_Wildtrak_V6_3.png","Review_Article_Ford_Ranger_Wildtrak_V6_4.png","Review_Article_Ford_Ranger_Wildtrak_V6_5.png","Review_Article_Ford_Ranger_Wildtrak_V6_6.png","8 สิงหาคม 2568",1777136584026]