[{"data":1,"prerenderedAt":16},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":15},"20250815152447900887",2,6,"อยู่คอนโดซื้อรถไฟฟ้าดีมั้ยนะ?","Content by Headlightmag\n-----\nในความนิยมกระแสรถยนต์ไฟฟ้า เรามักจะได้ยินมาเสมอว่า รถยนต์ไฟฟ้าชาร์จบ้านประหยัดที่สุด\n\nนั่นทำให้คนจำนวนไม่น้อยที่อยู่ในที่พักแนวสูง หรือบรรดาคอนโดมิเนียม คงจะมีคำถามในใจ ทุกครั้งที่เหลียวตาไปยังรถยนต์ไฟฟ้าว่า “อยู่คอนโดมิเนียม สามารถซื้อและใช้รถยนต์ไฟฟ้าได้หรือไม่”\nคำถามนี้นับว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างยิ่งกับการเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้าของใครหลายคน เนื่องจากที่พักอาศัยกลายมาเป็นปัจจัยสำคัญ จนแม้แต่ในประเทศที่เจริญแล้วอย่างญี่ปุ่น ยังเป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญที่ทำให้การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้าไม่เฟื่องฟูเท่าใดนัก\n\nอย่างเรื่องการพักอาศัยที่คอนโดมิเนียมหรือที่พักในรูปแบบใกล้เคียงกัน จะมีปัญหาสำคัญกับการใช้รถยนต์ไฟฟ้า คือเราไม่สามารถติดตั้งที่ชาร์จส่วนตัวเพื่อใช้ในการชาร์จรถ\nแม้ปัจจุบันจะได้ยินมาบ้างว่า บางแห่งอนุญาตให้ติดตั้งได้โดยเสียเป็นค่าที่จองรายเดือน และบางแห่งเหนือไปกว่านั้น คือมีที่ชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าให้ใช้ในเขตส่วนกลาง อำนวยความสะดวกตอบโจทย์ไปอีกขั้น\n\nแต่แล้ว ถ้าชีวิตอยู่คอนโดเหมาะซื้อรถยนต์ไฟฟ้าหรือไม่ ก่อนอื่นขอให้เพื่อนๆ เริ่มจากการสำรวจตัวเองก่อนว่า ในละแวกใกล้เคียงเรามีที่ชาร์จหรือไม่ อยู่ห่างจากเรามากหรือเปล่า ที่สำคัญมีจำนวนมากน้อยเพียงใด เพราะนับเป็นบันไดขั้นแรกที่อาจจะทำให้คุณรู้ตัวว่าพร้อมจะไปต่อหรือเปล่าเมื่อคุณทราบแล้วว่าหัวชาร์จใกล้เคียงมีมากน้อยเพียงใด\n\nต่อมาให้คุณลองศึกษาว่าบริษัทรถที่คุณจะซื้อมีเครือข่ายตู้ชาร์จเองหรือไม่ เผื่อคุณจะได้เข้าไปใช้บริการ บางเจ้าอย่าง Tesla ตู้ชาร์จของพวกเขาจะมีความสามารถในการชาร์จเร็วเป็นพิเศษมากกว่าตู้ชาร์จทั่วไป ทำให้ใช้เวลาน้อยกว่าในการชาร์จ\n\nแต่ถึงแม้ตู้ชาร์จจะพร้อม ให้คุณก้าวต่อไป ผู้เขียนอยากให้คุณคำนึงถึง 3 ข้อสำคัญก่อนจะตัดสินใจซื้อรถยนต์ไฟฟ้าถ้าอยู่คอนโดหรือที่พักแนวสูง\n\n1.ค่าใช้จ่ายในการเดินทางอาจไม่ต่างจากรถน้ำมันบางประเภทอย่างรถไฮบริดมากนัก\nส่วนสำคัญเรื่องนี้มาจากค่าชาร์จไฟ ปัจจุบันมาตรฐานอยู่ที่หน่วยละ 8 บาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยตลอด 3-4 ปีที่ผ่านมา ค่าชาร์จไฟเพิ่มขึ้นไปแล้วราวๆ 30-40% และยังมีแนวโน้มเพิ่มต่อ\nเมื่อเปรียบค่าเดินทาง หากรถไฮบริดกินน้ำมัน 20 กิโลเมตร/ลิตร ในการขับจริง จะมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางราวๆ 1.65 บาท ส่วนรถยนต์ไฟฟ้าที่สิ้นเปลืองพลังงาน 5 กิโลเมตร/กิโลวัตต์ ในปัจจุบัน จะมีค่าใช้จ่ายในการเดินทางราวๆ 1.6 บาท\n\nแต่ข่าวดี คือคุณไม่ต้องเสียค่าติดตั้งตู้ชาร์จเอง แถมหากคุณไม่ใช้ตู้ชาร์จที่แถมมากับรถ สามารถส่งต่อหรือขายต่อเป็นเงินสำรองไว้ชาร์จไฟได้ด้วย\n\n2. การเสียเวลา เรื่องนี้ต้องยอมรับว่าแม้รถยนต์ไฟฟ้าจะมีเทคโนโลยีทันสมัยขึ้น ชาร์จไวขึ้น ตู้ชาร์จสมัยใหม่ก็เร็วขึ้น แต่ก็ยังต้องเสียเวลาในการชาร์จมากกว่าเติมน้ำมัน\nที่จริงรถยนต์ไฟฟ้าถูกออกแบบให้เติมพลังงานได้ในขณะที่ผู้ใช้ไม่อยู่ที่รถ แต่ด้วยความดราม่าของสังคมไทย จนเราอ่านได้ตามกลุ่มรายวัน ทำให้หลายคนอาจกังวลเวลาเสียบชาร์จไว้แล้วไปทำธุระ จนกลายเป็นคนใช้รถส่วนใหญ่ไม่กล้าทิ้งรถไปไกล จนกลายเป็นคำว่า “เสียเวลา” แทนการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์ระหว่างชาร์จ\n\n3.ตามปกติรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ๆ จะใช้เวลาชาร์จไฟจนเต็มระหว่าง 30-60 นาที ดังนั้นเวลาตรงนี้เหมือนคุณนำมาทิ้งไปเปล่าประโยชน์ แต่ถ้าคุณไปบางสถานที่ที่มีตู้ชาร์จวางให้บริการ ก็อาจจะเป็นประโยชน์ ซื้อของไปด้วย ชาร์จไฟทำธุระส่วนตัวไปด้วย\n\nด้วยเหตุนี้ ทำให้หลายคนที่อยู่คอนโดมิเนียมส่วนใหญ่มองว่า รถไฮบริดยังตอบโจทย์กว่า แม้รถยนต์ไฟฟ้าจะตอบสนองทันยุคสมัยหรือประหยัดกว่าในแง่การใช้งาน\nแต่ท้ายสุดด้วยข้อจำกัดหลายๆ อย่าง รถยนต์ไฟฟ้ายังไม่ค่อยตอบโจทย์เท่าไร\n\nสรุป\nถ้าจะถามว่าอยู่คอนโดซื้อรถยนต์ไฟฟ้าได้มั้ย ผู้เขียนตอบตามตรงเลยว่าซื้อได้ครับ เพียงแต่คุณต้องทำความเข้าใจเรียนรู้การใช้งาน และยอมรับเงื่อนไขให้ได้\nถ้าทั้งหมดไม่ใช่ปัญหา รถยนต์ไฟฟ้าก็เหมาะเป็นคู่ใจคันใหม่ของคุณ","Cover_Review_Article_Condo_EV.png","","Review_Article_Condo_EV_1.png",[11,13,14],"Review_Article_Condo_EV_2.png","Review_Article_Condo_EV_3.png","27 สิงหาคม 2568",1777136583855]