[{"data":1,"prerenderedAt":18},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":5,"title_th":6,"description_th":7,"banner_image":8,"jw_media_id":9,"video_embed_link":9,"article_image":10,"galleries":11,"publish_date":17},"20250815152450612996",2,"รีวิว Honda City Hatchback e:HEV RS รุ่นที่ลงตัวที่สุด","Content by Headlightmag\n-----\nแม้ว่า Honda City รุ่นปัจจุบันจะดำเนินมาถึงช่วงปลายอายุตลาดแล้ว ทว่าการปรับโฉม ไมเนอร์เชนจ์ (Minorchange) เมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา ก็สร้างความน่าสนใจให้กับรถยนต์ B-Segment 5 ประตูรุ่นนี้อยู่พอสมควร นอกเหนือจากดีไซน์ภายนอกและภายในห้องโดยสารที่เปลี่ยนไปแล้ว ยังมีอุปกรณ์หลายรายการที่ถูกติดตั้งเพิ่มเติมเข้ามา อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control แบบ Full-Speed Range และระบบเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย (Wireless Apple CarPlay) เป็นต้น\n\nทำไม Honda City Hatchback e:HEV RS จึงเป็น Honda City ที่ลงตัวที่สุด? รูปโฉมหล่อเหล่าและมีอุปกรณ์ครบครันตามสไตล์รุ่นท็อป RS - Honda City Hatchback e:HEV RS เป็นรุ่นย่อย Top of the Line ที่มาพร้อมอุปกรณ์เฉพาะรุ่น อาทิ ชุดกันชนหน้า-หลังแบบ RS, ชุดไฟหน้าแบบ Full-LED, ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว, กล้องมองภาพมุมอับด้านข้าง Honda LaneWatch, ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีทูโทนดำสลับแดง รวมถึงถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง\n\nขุมพลัง e:HEV มอบทั้งอัตราเร่งช่วงต้นที่ดีและมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงน่าประทับใจ-ด้วยพละกำลัง 109 แรงม้า และแรงบิด 253 นิวตันเมตร จากมอเตอร์ไฟฟ้าที่พร้อมระเบิดความแรงออกมาอย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอรอบ ทำให้สามารถเร่งความเร็วได้ทันใจ โดยเฉพาะในช่วงความเร็วต่ำ นอกจากนี้ การมีแบตเตอรี่ Lithium-ion เข้ามาช่วยกักเก็บพลังงานเพื่อใช้ในช่วงรถติด ก็ทำให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงขณะใช้งานในเมืองน่าประทับใจกว่ารุ่น Turbo อยู่พอสมควร\n\nเบาะนั่งด้านหลังเป็นแบบ Ultra Seat ให้พื้นที่กว้างขวางและปรับได้หลายรูปแบบ - เบาะนั่งของ Honda City ตัวถัง Hatchback มีตำแหน่งการติดตั้งเยื้องไปทางด้านหลังเพิ่มขึ้นจากรุ่นตัวถัง Sedan ประมาณ 1 นิ้ว ทำให้มีพื้นที่วางขา (Legroom) มากขึ้น นอกจากนี้ตัวเบาะยังถูกออกแบบให้พับได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น Utility Mode ซึ่งสามารถพับเบาะได้เรียบ 100% สำหรับบรรทุกสัมภาระเต็มพื้นที่ หรือ Tall Mode ที่ช่วยให้สามารถวางสัมภาระที่มีความสูงประมาณ 1.2 เมตรได้สบายๆ\n\nเซ็ตติ้งช่วงล่างมีความนุ่มหนึบมากที่สุดในบรรดา Honda City - ช่วงล่างของ Honda City Hatchback e:HEV RS เป็นการผสานข้อดีของรุ่น Hatchback ที่ได้รับการปรับจูนให้มีความเฟิร์มกระชับมากกว่ารุ่น Sedan รวมถึงน้ำหนักตัวรถของรุ่น e:HEV ที่มากกว่ารุ่น Turbo ราวๆ 50 กิโลกรัม เมื่อช่วงล่างที่เฟิร์มและน้ำหนักตัวที่มากถูกรวมเข้าด้วยกัน Honda City Hatchback e:HEV จึงให้ฟีลลิ่งการขับขี่ที่หนักแน่นมากกว่ารุ่นย่อยอื่นๆ\n\nปัจจุบัน Honda City Hatchback e:HEV RS มีราคาค่าตัวอยู่ที่ 829,000 บาท มาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถนาน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ Hybrid นาน 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง\n\nนอกเหนือจากรุ่นมาตรฐานแล้ว ยังมีรุ่นตกแต่งพิเศษ Honda City Hatchback “DRIVAL” มาพร้อมสเกิร์ตหน้าสีทูโทน, สเกิร์ตหลังสีทูโทน, สเกิร์ตข้างสีดำ, ชุดแต่งกันชนหลังสีดำ, โลโก้ H Mark สีดำ, ชุดแต่งกรอบไฟตัดหมอกหน้าสีทูโทน, สปอยเลอร์หลังคาสีดำ, มือจับประตูสีดำ, ปลายท่อไอเสีย และสัญลักษณ์ DRIVAL บริเวณท้ายรถ เป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความแตกต่างอีกด้วย\n\nราคาอย่างเป็นทางการของ Honda City Hatchback ทุกรุ่นย่อย\n- S+: 599,000 บาท\n- SV:  679,000 บาท\n- RS: 749,000 บาท\n- e:HEV SV: 729,000 บาท\n- e:HEV RS: 799,000 บาท\n- Drivel: 829,000 บาท","Cover_Review_Article_Honda_City_Hatchback_eHEV_RS.png","","Review_Article_Honda_City_Hatchback_eHEV_RS_1.png",[10,12,13,14,15,16],"Review_Article_Honda_City_Hatchback_eHEV_RS_2.png","Review_Article_Honda_City_Hatchback_eHEV_RS_3.png","Review_Article_Honda_City_Hatchback_eHEV_RS_4.png","Review_Article_Honda_City_Hatchback_eHEV_RS_5.png","Review_Article_Honda_City_Hatchback_eHEV_RS_6.png","26 สิงหาคม 2568",1777136583858]