[{"data":1,"prerenderedAt":17},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":5,"title_th":6,"description_th":7,"banner_image":8,"jw_media_id":9,"video_embed_link":9,"article_image":10,"galleries":11,"publish_date":16},"20250815152451412239",2,"รีวิวขับ Honda HR-V e:HEV RS จากกรุงเทพฯ ล่องใต้ไปพังงา"," Content by Headlightmag\n-----\nเมื่อความเหนื่อยล้าจากเมืองเริ่มแน่นเต็มอก สิ่งที่เราสองคนต้องการอาจไม่ใช่แค่การ \"ไปเที่ยว\" แต่คือการได้เดินทาง เพื่อเสพประสบการณ์ระหว่างทางที่ได้ขับไปเรื่อย ๆ อย่างไม่เร่งรีบ เราตัดสินใจเลือกจุดหมายเป็น \"เกาะยาวน้อย\" จังหวัดพังงา เกาะเงียบ ๆ ที่ซ่อนตัวอยู่กลางทะเลอันดามัน คนไม่พลุกพล่าน แต่น้ำทะเลและธรรมชาติยังเต็มร้อยอย่างสมบูรณ์\n\nพาหนะที่เราเลือกคือ Honda HR-V e:HEV RS รถ Crossover ไฮบริดรุ่นท็อป ที่พาเราล่องไปกับลมทะเลอย่างนุ่มนวลและมั่นใจ\n\nออกเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณตี 2 ใช้เส้นทาง กรุงเทพฯ - ถนนเพชรเกษม (ทางหลวงหมายเลข 4) ผ่านเพชรบุรี ประจวบฯ ชุมพร สุราษฎร์ฯ จนถึงทางเลี้ยวเข้าสู่กระบี่ เป้าหมายคือไปถึงท่าเรือท่าเลนก่อนบ่ายโมง เพื่อขึ้นเรือเที่ยวบ่ายไปยังเกาะยาวน้อย\n\nรถขนาดกะทัดรัดคันนี้ให้ความรู้สึกกว้างขวางกว่าที่คิด พื้นที่โดยสารด้านหน้าและหลังของ HR-V RS กว้างพอให้ยืดขาได้สบาย นั่งนาน ๆ ก็ไม่รู้สึกเมื่อย เบาะรองนุ่ม ระบบแอร์เย็นเร็ว ทำให้การเดินทางไกลเป็นเรื่องสบายทั้งสำหรับผู้ขับและผู้โดยสาร\n\nในด้านสมรรถนะการขับขี่ Honda HR-V e:HEV RS มาพร้อมระบบขับเคลื่อนไฮบริดอัจฉริยะที่ให้ทั้ง \"ความแรง\" และ \"ความประหยัด\" เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ แบบ Atkinson Cycle ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 105 แรงม้า รองรับน้ำมัน E20 ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว และแบตเตอรี่แบบ Lithium-ion ให้พละกำลังรวมสูงสุด 131 แรงม้า แรงบิด 253 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ e-CVT ขับเคลื่อนล้อหน้า\n\nเส้นทางล่องใต้กว่า 800 กิโลเมตร เป็นระยะทางที่ได้ใช้ศักยภาพของระบบไฮบริด e:HEV อย่างเต็มที่ ตั้งแต่ออกจากกรุงเทพฯ รถทำงานด้วย EV Mode ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว เสียงเงียบสนิท ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ แต่สามารถขับได้อย่างคล่องตัว โดยเฉพาะในเขตเมืองที่ความเร็วไม่สูง เมื่อเข้าสู่ช่วงทางตรงยาวจากเพชรบุรีถึงสุราษฎร์ฯ ระบบจะสลับระหว่างโหมด Hybrid Drive กับ Engine Drive โดยในช่วงที่ใช้ความเร็วคงที่ เครื่องยนต์จะทำหน้าที่ปั่นไฟเข้าแบตเตอรี่และขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า แต่หากต้องการแรงส่งแบบทันใจ เครื่องยนต์จะส่งกำลังเข้าสู่ล้อโดยตรง\n\nช่วงโค้งแคบและขึ้นลงเขาระหว่างพังงา - กระบี่ เรียกได้ว่าใช้กำลังจากทั้งเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างคล่องแคล่ว แรงบิดจากมอเตอร์ช่วยเสริมแรงเร่งแซง ส่วนเครื่องยนต์ก็ทำหน้าที่ได้ดี ไม่มีอาการหน่วงหรือรอรอบ และขณะลงทางลาดชัน ระบบ Regenerative Braking ยังช่วยชะลอรถ พร้อมชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ ลดการใช้เบรก และเสริมการประหยัดพลังงานให้ดีขึ้นอีกขั้น ด้วยระบบขับเคลื่อนที่ผสานกันได้ลงตัว ทำให้ได้ทั้งความสนุกในการขับและอัตราสิ้นเปลืองพลังงานเฉลี่ยมากกว่า 20 กิโลเมตรต่อลิตร ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ\n\nตลอดการขับรถกลางคืน ระบบช่วยเหลือของรถรุ่นนี้ช่วยให้การเดินทางไกลปลอดภัยและผ่อนคลาย ทั้งระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ Auto High-Beam, ระบบแสดงภาพมุมอับ Honda LaneWatch ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเลนปลอดภัยขึ้นมาก โดยเฉพาะถนนสองเลนสวน ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Adaptive Cruise Control พร้อมระบบ Low Speed Following ที่ทำให้รถปรับความเร็วตามคันหน้าได้แม้ในความเร็วต่ำ และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKAS ที่ช่วยประคองพวงมาลัยเบา ๆ ให้รถวิ่งตรงอยู่ในเลนได้อย่างเนียนตา ระบบทั้งหมดนี้ช่วยลดความเครียดและความล้าในการเดินทางไกลได้เป็นอย่างดี ยิ่งในช่วงทางตรงยาว ๆ การขับขี่รู้สึกสบายและผ่อนคลายอย่างไม่น่าเชื่อ\n\nขับไปราว 10 ชั่วโมงรวมแวะพักเล็กน้อย เราก็มาถึงจุดหมายที่ท่าเรือท่าเลน จังหวัดกระบี่ จอดรถไว้ที่ลานจอดซึ่งมีเจ้าหน้าที่ดูแลเรียบร้อย จากนั้นเราขึ้นเรือสปีดโบ๊ตของทางโรงแรม ที่จัดไว้สำหรับรับส่งแขก ใช้เวลาราว 40 นาที ลัดเลาะผ่านเกาะเล็กเกาะน้อย น้ำทะเลสีเขียวเข้ม และสายลมเย็น พอถึงโรงแรมซึ่งตั้งอยู่ติดชายหาด หาดทรายขาวสะอาดสบายตา พอเท้าแตะพื้นทราย ความรู้สึกแรกที่เข้ามาคือ \"เวลาเดินช้าลง\" ถึงเวลาได้พักทั้งรถ และคนขับ...\n-----\n\nวันต่อมา เรานอนพักผ่อนอย่างเต็มที่จนเที่ยง ได้เวลาท่องทะเลอีกครั้ง เราเหมาเรือหัวโทง (เรือไม้แบบดั้งเดิมของชาวทะเลใต้) ออกเดินทางตามเส้นทางไฮไลต์ของอ่าวพังงาและกระบี่\nเริ่มจากทะเลแหวก - จุดที่แนวทรายโผล่ขึ้นมาเชื่อมเกาะสามเกาะเข้าด้วยกัน เรือสามารถเทียบแนวทรายให้ลงเดินเล่น ถ่ายรูป เดินเล่นรอบสันทรายสีขาวตัดกับสีน้ำทะเล ได้เพียงไม่นานก็ต้องรีบออกเรือไปต่อด้วยเวลาที่กระชั้น\n\nต่อมาเป็นลากูนห้อง - ล่องเรือผ่านช่องหินปูนเข้าสู่ทะเลสาบที่น้ำเป็นสีเขียวมรกต ล้อมรอบด้วยผาหินที่เงียบสงบ เรือหัวโทงแล่นวนเป็นวงให้ทุกคนได้ชมทิวทัศน์และถ่ายภาพ ก่อนจะเดินทางต่อไปสู่จุดหมายสุดท้าย\nเกาะห้อง - จุดสุดท้ายของทริปขึ้นฝั่งเล่นน้ำที่หาดโค้งยาว น้ำทะเลใส บรรยากาศสงบ และเมื่อเดินขึ้นไปยังจุดชมวิว 360 องศา ก็จะได้เห็นทิวทัศน์ทะเลอันดามันได้รอบทิศ เป็นภาพที่ต้องไปเห็นด้วยตาตัวเองจึงจะเข้าใจ\n\nเดินเล่นอยู่พักใหญ่ก็ได้เวลาเดินทางกลับ ระหว่างทางที่ล่องเรือกลับเกาะยาวน้อย เรายังผ่านเกาะเล็กเกาะน้อยอีกหลายเกาะ ท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีจากฟ้าสว่างเป็นสีส้มระยิบ สะท้อนกับผืนน้ำ จนกลายเป็นแสงสีทองที่งดงามราวกับภาพวาด เหล่านี้คือความทรงจำที่ไม่มีทางได้มา ถ้าเราไม่ลุกขึ้นมาออกเดินทางด้วยตัวเอง\n\nวันสุดท้าย เรานั่งเรือกลับมายังฝั่งที่ท่าเรือท่าเลน แล้วขับ HR-V e:HEV RS กลับกรุงเทพฯ ปิดท้ายทริปหยุดเวลา พักกายพักใจ ถึงแม้จะขับไป-กลับกว่า 1,600 กิโลเมตร แต่ประสบการณ์ที่ได้สัมผัสและพบเห็นนั้น บางอย่างไม่สามารถอธิบายเป็นคำพูดได้ ต้องมาด้วยตัวเอง แล้วคุณจะรู้ว่า... \"เวลาเดินช้าลง\" ได้จริง ๆ...\n\nราคาทางการของ Honda HR-V e:HEV \n- Honda HR-V E: 949,000 บาท\n- Honda HR-V EL: 1,079,000 บาท\n- Honda HR-V RS: 1,179,000 บาท\n","Cover_Review_Article_HRV_Trip.png","","Review_Article_HRV_Trip_1.png",[10,12,13,14,15],"Review_Article_HRV_Trip_2.png","Review_Article_HRV_Trip_3.png","Review_Article_HRV_Trip_4.png","Review_Article_HRV_Trip5.png","18 สิงหาคม 2568",1777136583944]