[{"data":1,"prerenderedAt":17},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":16},"20250901115759935053",2,3,"เทียบ MG4 D กับ AION UT คันไหนดีสำหรับการใช้แบบ EV City Car","Content by Headlightmag\n-----\nช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ได้รับความนิยมจากลูกค้าชาวไทยแบบก้าวกระโดด ยิ่งมีมาตรการสนับสนุนจากรัฐบาลทำให้ราคาของรถยนต์ไฟฟ้าถูกลง เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นในระดับไม่ถึง 1,000,000 บาท ทำให้ตัวเลือกรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันมีมากขึ้น \n\nและกลุ่มรถยนต์ที่ลูกค้าชาวไทยให้ความสนใจที่สุดคือ City Car ที่ปัจจุบันมีช่วงราคาทับซ้อนกับกลุ่มรถยนต์ B-Segment ซึ่งเป็นกลุ่มดั้งเดิม แต่ถ้าดูในแง่ราคาเริ่มต้นที่ปัจจุบันจะตั้งกันอยู่ราว ๆ 490,000-510,000 บาท ทำให้ลูกค้าบางส่วนมองรุ่นเริ่มต้นเป็นตัวเลือก หากเน้นใช้งานทั่วไปขับไปทำงานกันแดด กันฝน ไม่ได้ซีเรียสกับข้าวของที่ให้ ซึ่งเป็นทางเลือกที่สนใจ \n\nวันนี้เราจึงนำรถยนต์ไฟฟ้า City Car 2 รุ่นจากสัญชาติเดียวกันอย่าง MG4 รุ่น D Standard Range กับ AION UT รุ่น Standard ซึ่งเป็นน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทั้งคู่แม้จะเป็นรุ่นเริ่มต้น แต่ด้วยราคาที่เร้าใจแบบนี้ แล้วมีอะไรที่โดดเด่นบ้าง ลงรายละเอียดกันครับ\nขนาดตัวรถ คันนึงยาวกว่า แต่คันนึงใหญ่กว่า\n\nเริ่มกันที่ MG4 มีมิติความยาว 4,287 มิลลิเมตร กว้าง 1,836 มิลลิเมตร สูง 1,516 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,705 มิลลิเมตร และระยะต่ำสุดถึงพื้นราบ 147 มิลลิเมตร ขณะที่ AION UT มีมิติความยาว 4,270 มิลลิเมตร กว้าง 1,850 มิลลิเมตร สูง 1,575 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,750 มิลลิเมตร และระยะต่ำสุดถึงพื้นราบ 120 มิลลิเมตร \n\nเมื่อจอดเทียบกัน จะเห็นว่าความยาวของรถนั้น MG4 กลับยาวกว่า 1.7 เซนติเมตร (17 มิลลิเมตร) แต่ความกว้าง ความสูง ระยะฐานล้อ AION UT กลับเหนือกว่า 1-4 เซนติเมตร ขณะเดียวกันหากนำ AION UT จอดขนาบข้างกับ AION Y PLUS ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าระดับ B-SUV พบว่า ระยะฐานล้อมีความยาวเท่ากัน ดังนั้นในแง่การจัดสรรพื้นที่ห้องโดยสารของ AION UT ทำได้มากกว่า แต่เรื่องความสบายนั้น อาจต้องลองให้คุณผู้อ่านไปลองนั่งรถคันจริงเทียบดูจะดีที่สุดครับ\n\nพละกำลังที่เด่นคนละด้าน\nสิ่งที่รถทั้ง 2 รุ่นเป็นเหมือนกันคือ ประเภทขุมพลังที่เป็น มอเตอร์ไฟฟ้าเดี่ยว แต่แตกต่างกันอยู่หลายจุด เริ่มที่ MG4 D Standard Range ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าไว้ด้านหลัง พละกำลัง 170 แรงม้า แรงบิด 250 นิวตันเมตร มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 49 kWh สามารถวิ่งได้ไกล 423 กิโลเมตร มาตรฐาน NEDC ด้านสมรรถนะตัวเลขอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง สามารถทำได้ 7.5 วินาที การชาร์จไฟ แบบ AC รองรับได้ 6.6 kW ส่วน DC รองรับ 88 kW รองรับการจ่ายไฟสำหรับชาร์จอุปกรณ์ภายนอก V2L ได้ 2.2 kW\n\nส่วน AION UT Standard ติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าไว้ด้านหน้า พละกำลัง 136 แรงม้า แรงบิด 145 นิวตันเมตร มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 44.1 kWh สามารถวิ่งได้ไกล 420 กิโลเมตร มาตรฐาน NEDC ด้านสมรรถนะตัวเลขอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง สามารถทำได้ 11.9 วินาที การชาร์จไฟ แบบ AC รองรับได้ 6.6 kW ส่วน DC รองรับ 60 kW รองรับการจ่ายไฟสำหรับชาร์จอุปกรณ์ภายนอก V2L ได้ 3.3 kW\n\nจะเห็นได้ว่าในเรื่องสมรรถนะ MG4 D Standard Range มีความโดดเด่น ทั้งอัตราเร่ง การชาร์จไฟ แม้ขนาดแบตเตอรี่จะมีขนาดที่ใหญ่กว่าไม่มาก ขณะที่ AION UT อาจจะเสียเปรียบแทบทุกมิติ แต่อย่างน้อยทั้งคู่ได้ให้ฟังก์ชันจ่ายไฟสำหรับชาร์จอุปกรณ์ภายนอก V2L ที่ลูกค้าบางส่วนนำรถยนต์ไฟฟ้าไปตั้งแคมป์กันมากขึ้น หรือใช้ในเหตุฉุกเฉินเมื่อไฟที่บ้านดับ นับเป็นฟังก์ชันที่ตอบโจทย์กับการใช้งานของลูกค้าปัจจุบัน\n\nออปชันเด็ด เซฟตี้เด่น มัดใจลูกค้า\nมาดูสิ่งที่ลูกค้าทั่วไปจับต้องได้กันบ้าง เริ่มกันที่ออปชัน ด้วยความที่ทั้งคู่เป็นรุ่นเริ่มต้น ในแง่ความครบครันและฟังก์ชันอาจไม่ได้จัดแน่น ดังนั้นของที่ให้จะมาจะเน้นเพียงพอกับการใช้งาน โดยเริ่มกันที่น้องใหม่อย่าง AION UT Standard ไฮไลท์เด่น ๆ เลย คือ จอมาตรวัดขนาด 8.8 นิ้ว จอกลางแบบสัมผัส ขนาด 14.6 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay แบบไร้สายได้ พร้อมอัปเดทซอฟต์แวร์แบบออนไลน์ได้ (OTA : Over The Air) เบาะนั่งหุ้มวัสดุหนังสังเคราะห์ พร้อมเบาะหลังพับได้แบบ 60:40 สามารถพับราบแบบเตียง (Play-Bed) ได้ ลำโพง 6 ตำแหน่ง กล้องรอบคัน ช่องชาร์จอุปกรณ์ USB Type A 1 จุด และ Type C 1 จุด รองรับระบบสั่งงานด้วยเสียงภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เบรกมือไฟฟ้า พร้อม Auto Hold ระบบตรวจสอบความดันลมยาง (TPMS) ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัตโนมัติ IHBC\n\nด้านระบบความปลอดภัยของ AION UT Standard ที่น่าสนใจคือเป็นรุ่นเริ่มต้นที่ให้ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (ADAS) ชนิดที่ว่ารุ่นท็อปให้เต็ม รุ่นเริ่มต้นก็ได้เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็น ระบบเตือนการชนด้านหน้า FCW ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันทุกย่านความเร็วพร้อมช่วยชะลอจนถึงจุดหยุดนิ่ง ACC Stop & Go ระบบเตือนมุมอับสายตา BSD ระบบเตือนการเปิดประตู DOW ระบบเตือนมุมอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA ระบบเตือนเมื่อมีรถคันหลังเข้าใกล้ RAW\n\nส่วนความปลอดภัยแบบพื้นฐานมีให้ตั้งแต่ ระบบเบรก ABS/ EBD/ BA ระบบควบคุมการทรงตัว VDC ระบบป้องกันลื่นไถล TCS ระบบช่วยออกตัวขณะออกตัวบนทางชัน HHC ถุงลมนิรภัย 6 จุด (ด้านหน้า 2 จุด ด้านข้าง 2 จุด และม่านนิรภัย 2 จุด) เซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า 4 จุด ด้านหลัง 4 จุด จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX\n\nขณะที่ MG4 D Standard Range ออปชันที่ให้มานั้น ถือว่าไม่น้อยหน้า ทั้ง มาตรวัดแบบจอดิจิทัล 7 นิ้ว และจอกลางแบบสัมผัส 10.25 นิ้ว ระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทย \"Hello MG\" รองรับ Apple CarPlay / Android Auto แบบไร้สาย กล้องมองหลัง  \n\nด้านระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ (ADAS) ของ MG4 D Standard Range ก็มีให้ แม้ไม่เยอะเท่ารุ่นท็อป ไม่ว่าจะเป็น ระบบเตือนการชนด้านหน้า FCW ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน LDW ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ACC ระบบเตือนการเปิดประตู DOW \n\nส่วนความปลอดภัยแบบพื้นฐานมีให้ตั้งแต่ ระบบเบรก ABS/ EBD/ EBA ระบบควบคุมการทรงตัว SCS ระบบป้องกันลื่นไถล TCS ระบบช่วยออกตัวขณะออกตัวบนทางชัน HAS ถุงลมนิรภัย 6 จุด (ด้านหน้า 2 จุด ด้านข้าง 2 จุด และม่านนิรภัย 2 จุด) เซ็นเซอร์กะระยะด้านหลัง จุดยึดเบาะนั่งเด็ก ISOFIX\n\nโดยสรุปหากจะว่าเรื่องออปชันและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ต้องยอมรับว่า AION UT Standard ให้มาเยอะกว่าชัดเจน แทบจะยกของจากรุ่นท็อปมาใส่ทั้งคัน ขณะที่ MG4 D Standard Range แม้จะมาแบบไม่แน่น แต่ถือว่าไม่ขาดจนเกินไป \n\nต้องยอมรับว่า รถทั้ง 2 รุ่นที่นำมาเปรียบเทียบวันนี้ ค่อนข้างที่จะมีมิติที่ชัดเจนทั้งสมรรถนะ ออปชัน และรูปทรง ซึ่งทั้ง 2 รุ่นมีจุดเด่นที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด และแน่นอนว่ามักจะมีคำถามที่ว่า “คันไหนดีที่สุด” คำตอบที่ดีสุดนั้นคือ “ไปสัมผัสและลองขับด้วยตัวท่านเอง” เพราะความคุ้มค่าของแต่ละท่านไม่เหมือนกัน ดังนั้นอยากให้ไปลองเปรียบเทียบคันจริงด้วยตัวท่านเอง เพราะบางอย่างอาจเหมาะสมกับคุณก็เป็นได้ ทั้งนี้ใครที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้า อาจจะต้องคำนึงถึงรูปแบบการใช้งานของคุณไปด้วย \n\nราคาทางการของ AION UT ทุกรุ่นย่อย\n- GAC AION UT 420 Standard: 519,900 บาท\n- GAC AION UT 500 Premium: 669,900 บาท\n\nราคาทางการของ MG4 ทุกรุ่นย่อย\n- MG4 Standard Range D: 709,900 บาท\n- MG4 Long Range D: 769,900 บาท\n- MG4 Long Range V: 889,900 บาท","Cover_H2H_Article_MG4_vs_AION_UT.png","","H2H_Article_MG4_vs_AION_UT_1.png",[11,13,14,15],"H2H_Article_MG4_vs_AION_UT_2.png","H2H_Article_MG4_vs_AION_UT_3.png","H2H_Article_MG4_vs_AION_UT_4.png","5 กันยายน 2568",1777136583553]