[{"data":1,"prerenderedAt":19},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":5,"title_th":6,"description_th":7,"banner_image":8,"jw_media_id":9,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":18},"20250915143551204575",2,"รีวิวทดลองขับ Toyota Alphard HEV MPV หรู ที่ครองใจคนไทย ทั้งอดีตและปัจจุบัน พร้อมราคา","Content by Headlightmag\n-----\nทำไม Toyota Alphard ยังขายดีในเมืองไทย? ทั้งที่วันนี้ตลาด MPV บ้านเราคึกคักกว่าที่เคย มีทั้งคู่แข่งจากจีนที่ยกทัพเข้ามาพร้อมขุมพลังไฟฟ้าเต็มรูปแบบ บางรุ่นใส่ออปชันล้นทะลักเกินราคาที่จ่าย บางรุ่นตั้งราคาจับต้องง่ายกว่า แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีใครล้มบัลลังก์ Alphard ได้\n\nนี่คือรถที่อยู่ในใจของคนไทยมาเกือบ 20 ปี จากจุดเริ่มต้นที่เป็นเพียง MPV หรูสำหรับครอบครัวที่ต้องการความสะดวกสบาย จนวันนี้ Alphard กลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและสถานะทางสังคม ยิ่งไปกว่านั้น Toyota ยังรู้วิธีอัปเดตให้ Alphard ก้าวตามโลกทันทุกครั้งที่เปลี่ยนโฉม\n\nแล้วอะไรคือคำตอบที่แท้จริง? วันนี้เราได้มาลองขับ Toyota Alphard รุ่นใหม่ล่าสุด 2.5 HEV Premium และนี่คือสิ่งที่ทำให้มันยังครองใจคนไทยอยู่\n\nAll NEW Toyota Alphard เจเนอเรชันปัจจุบัน เปิดตัวในไทยตั้งแต่ปี 2023 โดย Toyota Motor Thailand นำเข้ามาทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ได้แก่\n- Alphard 2.5 HEV E-Four : 4,269,000 บาท\n- Vellfire 2.5 HEV E-Four : 4,419,000 บาท\n- Alphard 2.5 HEV Luxury E-Four : 4,639,000 บาท\n\nทุกรุ่นย่อยใช้ขุมพลังเบนซิน 2.5 ลิตร Hybrid รุ่นใหม่ รหัส A25A-FXS ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว (หน้าและหลัง) ให้กำลังรวม 250 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ E-CVT พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ E-Four\n\nอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 9.54 วินาที และเร่งแซง 80-120 กม./ชม. ภายใน 6.96 วินาที ตัวเลขอาจไม่หวือหวา แต่แรงพอสำหรับผู้บริหารที่อยากขับเอง หรือให้คนขับพาไปประชุมอย่างมั่นใจ และเมื่อเทียบกับ Alphard รุ่นเดิม ถือว่ามีพลังใกล้เคียงกับเครื่อง V6 3.5 ลิตรเลยทีเดียว\n\nยิ่งไปกว่านั้น ความเป็น Hybrid ยังทำให้ Alphard ใช้งานในเมืองได้สะดวก เช่น จอดรอรับลูกที่โรงเรียนโดยไม่ต้องติดเครื่องยนต์ตลอดเวลา และในการทดสอบจริงก็ให้อัตราสิ้นเปลืองถึง 14.21 กม./ลิตร ถือว่าดีมากสำหรับรถใหญ่ระดับนี้\n\nสิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน คือ โครงสร้างตัวถังใหม่ TNGA-K ที่ใช้ใน Camry และรถใหญ่หลายรุ่นของ Toyota ผลที่ได้คือบุคลิกการขับขี่ที่มั่นคงและเป็นเนื้อเดียวกันกว่ารุ่นเดิมมาก\nในอดีต Alphard เคยมีชื่อเสียงเรื่องความโคลงเวลาใช้ความเร็วสูงหรือเข้าโค้งแรงๆ แต่รุ่นใหม่นี้ Toyota เสริมโครงสร้างหลายจุด เช่น คานค้ำหน้า (straight rocker) และคานรูปตัว V เชื่อมกลางตัวถังกับเสาหลังคา C-pillar ช่วยลดการบิดตัวลงถึง 50%\n\nระบบกันสะเทือนหน้าแม็กเฟอร์สตรัท หลังดับเบิลวิชโบน ปรับจูนใหม่ให้ดูดซับแรงสะเทือนเล็ก ๆ ได้ดีขึ้นราว 20% แต่ก็ยังมั่นใจเมื่อใช้ความเร็วสูง เราลองขับแตะ 180 กม./ชม. ก็ยังนิ่งเกินคาด ถ้าไม่เจอกระแสลมปะทะด้านข้างแรงๆ หรือเจอลอนคลื่นบนพื้นถนน\n\nแม้ Toyota จะให้ความสำคัญกับความมั่นใจในการขับ แต่ความสบายของผู้โดยสารก็ยังเป็นแกนหลักของ Alphard รุ่นนี้ เบาะโดยสารมีการใส่วัสดุ memory foam รองรับแรงสั่นสะเทือนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะรุ่น Executive Lounge ที่ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งเก้าอี้ในเลานจ์หรูมากกว่ารถยนต์ทั่วไป\n\nการเก็บเสียงก็ดีขึ้นกว่ารุ่นเดิม เสียงลมและเสียงถนนถูกกดลงจนผู้โดยสารแทบไม่ได้ยิน ทำให้การเดินทางยาว ๆ เป็นเรื่องผ่อนคลาย\n\nห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุบุนุ่มแทบทุกจุด มีโทนสีให้เลือกทั้งเบจ น้ำตาลอ่อน น้ำตาลเข้ม และดำ ตัดด้วยไม้ Uzuramoku ที่ให้ความหรูหราแบบญี่ปุ่นแท้\nเทคโนโลยีใหม่ ๆ ก็มาครบ เช่น ชุดมาตรวัด Full Digital ขนาด 12.3 นิ้ว ที่ปรับธีมได้ 4 แบบ จอ Head-up Display แบบสี และหน้าจอกลาง 14 นิ้วพร้อมระบบนำทางผ่านดาวเทียม Navigation System ชุดเครื่อง JBL 12 ลำโพง รวมถึงคอนโซลด้านบนแบบ Super-long Overhead Console\n\nทั้งหมดนี้คือเหตุผลที่ทำให้ Alphard ยังคงครองตลาดไทยได้อย่างมั่นคง แม้จะมีคู่แข่งจากจีนที่ใส่ออปชันคุ้มค่าและราคาถูกกว่า แต่ Alphard มีสิ่งที่เรียกว่า ความต่อเนื่องของภาพลักษณ์ และความเชื่อมั่นในแบรนด์ ที่สะสมมานานหลาย 10 ปี\n\nมันไม่ใช่แค่ MPV สำหรับพาครอบครัวไปไหนมาไหน แต่เป็นสัญลักษณ์ของสถานะ และยังคงมอบทั้งความสบาย ความมั่นใจ และเทคโนโลยีที่เพียงพอสำหรับลูกค้ากลุ่มที่ไม่อยากเสี่ยงลองของใหม่\n\nดังนั้น คำตอบว่าทำไม Toyota Alphard ยังขายดีในเมืองไทย คงไม่ใช่เพราะมัน “ถูกกว่า” หรือ “แรงกว่า” แต่เพราะมันคือรถที่คนเชื่อมั่น และยังคงตอบโจทย์ทั้งด้านภาพลักษณ์และประสบการณ์การเดินทาง ได้ตรงใจคนไทยที่สุด","Cover_Review_Article_Toyota_Alphard_HEV.png",null,"","Review_Article_Toyota_Alphard_HEV_1.png",[11,13,14,15,16,17],"Review_Article_Toyota_Alphard_HEV_2.png","Review_Article_Toyota_Alphard_HEV_3.png","Review_Article_Toyota_Alphard_HEV_4.png","Review_Article_Toyota_Alphard_HEV_5.png","Review_Article_Toyota_Alphard_HEV_6.png","15 กันยายน 2568",1777136583522]