[{"data":1,"prerenderedAt":18},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":5,"title_th":6,"description_th":7,"banner_image":8,"jw_media_id":9,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":17},"20251104134310986278",2,"ขับ Ford Everest พิชิต “เขาหลวงสุโขทัย”ภูเขาปราบเซียน กับ 3.7 กิโลเมตรที่ยาวนานกว่าที่คิด","Content by Headlightmag \n-----\nพูดถึงการ “เดินป่าขึ้นเขา” หลายคนอาจนึกถึงภาพวิวสวย ลมเย็น และนั่งจิบกาแฟร้อน ๆ ดูพระอาทิตย์ยามเช้า คือการไปพักผ่อน\nแต่ถ้าเอ่ยถึง “เขาหลวงสุโขทัย” คนสายเดินป่าจะยิ้มบาง ๆ แล้วพูดเบา ๆ ว่า\n\n“เตรียมใจไว้เลยครับ ไม่ได้ไปพักอย่างที่คิด มันคือภูเขาปราบเซียนของจริง!” \nเส้นทางสู่ภูเขาที่ธรรมชาติสร้างไว้เพื่อทดสอบร่างกาย\n\nทริปนี้เราเดินทาง 2 วัน 1 คืน  จากกรุงเทพฯ โดยใช้ Ford Everest 2.0L Bi-Turbo Titanium+ 4x2 10AT\nออกจากกรุงเทพฯ ตั้งแต่ตี 3 เพื่อให้ถึงอุทยานก่อน 9 โมงเช้า \nเพราะต้องจองคิวขึ้นเขาให้ทันรอบ\u2028\nการจองเต็นท์และพื้นที่กางเต็นท์ต้องทำล่วงหน้าผ่านเว็บไซต์สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช nps.dnp.go.th\n \nขุมพลังที่ดูเหมือนเล็ก แต่ซ่อนแรงไว้มหาศาล ใต้ฝากระโปรงของ Ford Everest รุ่นนี้คือหัวใจหลัก\n- เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว 2.0 ลิตร (1,996 ซีซี)\n- พ่วงระบบอัดอากาศ Bi-Turbocharged พร้อม Intercooler\n- ให้กำลังสูงสุด 210 แรงม้า (PS) ที่ 3,750 รอบ/นาที\n- แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,750 - 2,000 รอบ/นาที\n- จับคู่กับ เกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ ที่เปลี่ยนเกียร์ได้เนียนและรวดเร็ว\n- ส่งกำลังสู่ล้อหลัง ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น พร้อมคอยล์สปริง ช็อกอัพ Twin-Tube และเหล็กกันโคลง\n- ด้านหลังเป็นแบบ Watt-Link พร้อมคอยล์สปริง ช็อกอัพ Twin-Tube และเหล็กกันโคลง\n- ระบบห้ามล้อเป็นจานเบรกทั้ง 4 ล้อ พร้อมครีบระบายความร้อนในจานเบรกคู่หน้า\n- ล้ออัลลอย 20 นิ้ว พร้อมยางขนาด 255/55 R20\n- สมรรถนะทั้งหมดนี้ทำให้ Everest เป็นรถที่ “ขับได้สบายในเมือง แต่มั่นใจบนทางไกล”\n- ช่วงล่างให้ความรู้สึกใกล้เคียงรถ SUV  ลืมภาพจำของรถ PPV แบบเก่า ๆ ไปเลย\n- ทั้งความนิ่ง ความนุ่ม แต่ยังมีแรงสะเทือนเล็ก ๆ ที่ให้รู้สึกถึงพื้นฐานของรถกระบะอยู่บ้าง\n- รถมีพื้นที่เก็บของจุใจ อุปกรณ์กางเต็นท์ เดินป่า เป้ใบใหญ่ ใส่ได้หมด แถมยังเหลือที่อีกเพียบ\n\n-----\nวันแรก : เส้นทาง กรุงเทพฯ - เขาหลวงสุโขทัย\n\nเส้นทางหลักใช้ถนนพหลโยธิน (หมายเลข 1) มุ่งขึ้นเหนือ ผ่านอยุธยา - นครสวรรค์\nจากนั้นเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 117 นครสวรรค์-พิษณุโลก ก่อนเข้าสุโขทัย\n\nถนนส่วนใหญ่เป็นทางราบ ขับง่าย มี 4 ช่องจราจรตลอดทาง ไม่มีโค้งชันหรือเขาสูงให้ต้องลุ้นเหมือนเส้นเหนือแท้ ๆ อย่างภาคเหนือบน\nมีจุดพักหลายแห่ง ทั้งปั๊มน้ำมัน คาเฟ่ ร้านอาหารท้องถิ่น และจุดชมวิวริมทาง\n\nEverest 2.0 Bi-Turbo ทำให้การเดินทางไกลครั้งนี้ “ง่ายกว่าที่คิด”\nแรงบิด 500 นิวตันเมตรที่มาเร็วตั้งแต่รอบต่ำ ทำให้เร่งแซงได้มั่นใจโดยไม่ต้องเหยียบลึก เกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะช่วยให้รอบเครื่องต่ำในช่วงความเร็วคงที่\n\nทำให้ตลอดทางเฉลี่ยอยู่ที่ราว 13-14 กิโลเมตร/ลิตร ถือว่าประหยัดมากสำหรับรถขนาดนี้\nระบบช่วยขับ Adaptive Cruise Control, Lane Keeping System, Blind Spot Monitoring และ กล้องรอบคัน 360 องศา\nช่วยรักษาระยะห่างและประคองรถให้อยู่กลางเลน ทำให้ขับยาวกว่า 400 กิโลเมตรได้โดยไม่ล้า\n\nบวกกับห้องโดยสารที่เก็บเสียงดี จอกลางขนาดใหญ่ใช้งานง่าย เบาะใหญ่นั่งสบายขับกลางคืนตั้งแต่ตี 3 ก็ไม่รู้สึกเกร็ง เหมือนมีผู้ช่วยขับอยู่ตลอดทาง\n\nก่อนถึงอุทยาน ถนนช่วงสุดท้ายเข้าสู่เขต อำเภอคีรีมาศ - บ้านนาเชือก เป็นทางลาดยางเรียบ ไม่มีโค้งชัน เหมาะกับรถทุกประเภท เรียกได้ว่าเป็นเส้นทางที่ “ขับง่าย แต่ปลายทางโหด” อย่างแท้จริง\n\n-----\nถึงเวลาเจอของจริง : อุทยานแห่งชาติรามคำแหง\n\nระยะทางเดินขึ้นเขาเพียง 3.7 กิโลเมตร แต่ความรู้สึกจะเหมือน “37 กิโลเมตร” หรือไม่?\n\nพอถึงจุดเริ่มเดินเท้า ลงทะเบียนก่อนเริ่มเดิน เจ้าหน้าที่บอกอย่างใจดีว่า “ระยะทางแค่ 3.7 กิโลเมตรครับ เดินสบาย ๆ”\nได้ยินคำนี้ ผมหันไปมองเต็นท์กับสัมภาระ แล้วตัดสินใจเรียกลูกหาบทันที\n\nอายุเลข 4 แล้ว ถ้าจะแบกเต็นท์กับของทั้งหมดขึ้นเอง คงเกินตัวไปสำหรับเรา ลูกหาบคิดราคา 25 บาท/กิโลกรัม เดินนำหน้าไปพร้อมรอยยิ้มที่มั่นคง\n\nในขณะที่ผมหอบแฮ่กอยู่ข้างหลัง - ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดของทริป\n\nคำว่า “แค่” นั้น เป็นกับดักของทุกคน เพราะตั้งแต่ก้าวแรก เราพบว่าทางขึ้นแทบจะเป็นแนวดิ่งต่อเนื่องกว่า 95%\n\nไม่มีทางราบให้พักขาเกิน 10 นาที และมีแต่เสียงหัวใจตัวเองดัง “ตุบ ๆ ๆ”\n\nถึงลานกางเต็นท์ตอนบ่ายสาม\nหลังผ่านไป 6 ชั่วโมง กับระยะทาง 3.7 กิโลเมตร\nทำความเร็วเฉลี่ยได้เพียง 0.6 กิโลเมตรต่อชั่วโมง\n\nพื้นที่กางเต็นท์เปิดโล่ง รับลมเต็มหน้า มองเห็นขุนเขาซ้อนกันสุดสายตา\nทันทีที่วางเป้ ผมทิ้งตัวลงกับพื้นแล้วพูดเบา ๆ ว่า\n\n“ผมทำได้...”\n\nสำหรับคนที่ไม่มีเต็นท์ อุทยานมีบริการเช่า 225 บาท/คืน\nมีห้องน้ำสะอาด แยกชายหญิง มีไฟฟ้าให้ชาร์จโทรศัพท์ (มีค่าใช้จ่ายบางจุด)\nและมีระบบรักษาสิ่งแวดล้อม - มัดจำขยะ 100 บาท ต้องนำขยะกลับลงเอง\n\nพระอาทิตย์ตกที่ “เขาพระแม่ย่า” หลังพกหายเหนื่อย เราเดินต่อไปยังจุดชมวิวเขาพระแม่ย่า\nใช้เวลาเดินประมาณ 30 นาที จากลานเต็นท์ ช่วงสี่โมงครึ่งถึงหกโมงเย็น คือเวลาที่แสงทองอาบยอดไม้\n\nฟ้าสีส้มอมชมพูสะท้อนกับหมอกบาง ๆ เสียงลมเย็นพัดผ่านพร้อมกลิ่นหอมของป่า\nเป็นช่วงเวลาที่ธรรมชาติเงียบที่สุด ทำให้เราได้ดื่มด่ำกับแสงสุดท้ายของวันที่ยาวนาน...\n\n-----\nวันที่สอง : พระอาทิตย์ขึ้นที่ “ผานารายณ์”\n\nเช้าตรู่ตีห้าครึ่ง อากาศเย็นถึงหนาว ต้องเดินไปรับแสงแรกของวันที่ ผานารายณ์\nเดินต่ออีกไม่ถึงกิโลเมตรไปยังจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้น\n\nภาพดวงอาทิตย์โผล่พร้อมหมอกจาง ๆ คือรางวัลของทุกก้าวเมื่อวาน\n\nแสงแรกของวันทำให้รู้ว่า “ความเหนื่อยทั้งหมดมีค่า” หลังอาหารเช้าเติมพลัง ใช้เวลาเดินขาลงเร็วกว่าขาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด\nแต่กล้ามขาก็ยังล้าจากเมื่อวาน\n \nกลับกรุงเทพฯ ด้วย Ford Everest ที่นิ่ง เงียบ และนุ่ม ขากลับ Ford Everest พาเราลงจากเขาอย่างมั่นใจ\nพวงมาลัยไฟฟ้าน้ำหนักเบา ขับสบายไม่ต้องออกแรงเยอะ ระยะทางกว่า 400 กิโลเมตร กลับถึงกรุงเทพฯ อย่างไม่รู้สึกเหนื่อยล้า\n\nรถยังคงนิ่ง เงียบ และนุ่มตลอดทาง\n“เขาหลวงสุโขทัย” อาจไม่ได้สูงที่สุด หรือยาวที่สุด\nแต่เป็นภูเขาที่ทดสอบ “ร่างกายและใจ” ของคนได้ดีที่สุดลูกหนึ่งในไทย\n\nการเดินป่าไม่สอนให้เราแข็งแรงขึ้น\nแต่มันสอนให้เราเข้าใจว่า - ความเหนื่อยไม่ได้อยู่ที่ระยะทาง แต่อยู่ที่ความตั้งใจว่าจะไปให้ถึง\nและแน่นอนว่า หากมี “เพื่อนร่วมทาง” อย่าง Ford Everest 2.0 Bi-Turbo Titanium+\n\nรถที่ทั้ง “แรงพอจะไปได้ทุกที่” และ “ประหยัดพอจะไปได้ไกล”\nแม้ปลายทางจะชันแค่ไหน การเดินทางก็ยังเต็มไปด้วยความสุขในทุกกิโลเมตร","Cover_Tips_Article_Ford_Everest_Sukhothai.png",null,"","Tips_Article_Ford_Everest_Sukhothai_1.png",[11,13,14,15,16],"Tips_Article_Ford_Everest_Sukhothai_2.png","Tips_Article_Ford_Everest_Sukhothai_3.png","Tips_Article_Ford_Everest_Sukhothai_4.png","Tips_Article_Ford_Everest_Sukhothai_5.png","4 พฤศจิกายน 2568",1777136582952]