[{"data":1,"prerenderedAt":14},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":13},"20251112134909638675",2,5,"อาการเหินน้ำ (Hydroplaning) คืออะไร และควรขับขี่อย่างไร","Content by Headlightmag\n-----\nอาการเหินน้ำ คืออาการที่รถเสียการควบคุม เนื่องจากยางรถไม่สามารถรีดน้ำออกจากหน้ายางได้ทัน ทำให้เกิดชั้นน้ำบาง ๆ กั้นระหว่างยางกับพื้นถนน ส่งผลให้สูญเสียการยึดเกาะและอาจเกิดอุบัติเหตุได้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน เรามักพบเหตุการณ์นี้บนท้องถนนได้บ่อยมากขึ้น\n\n> อันตรายจากอาการเหินน้ำ\n- สูญเสียการควบคุม: รถจะลอยอยู่บนผิวน้ำ ทำให้ไม่สามารถควบคุมทิศทางหรือเบรกได้เหมือนปกติ\n- การตอบสนองที่ผิดธรรมชาติ: เช่น การเหยียบเบรกหรือหักพวงมาลัยแรง ๆ จะยิ่งทำให้รถเสียการควบคุมและหมุนได้ง่ายขึ้น\n\n> วิธีแก้ไขเมื่อรถเหินน้ำ\n- ตั้งสติ: อย่าตกใจ พยายามควบคุมรถต่อ\n- ห้ามเหยียบเบรกกะทันหัน: การเหยียบเบรกแรง ๆ จะทำให้รถลื่นไถลมากขึ้น\n- ค่อย ๆ ผ่อนคันเร่ง: เพื่อให้รถค่อย ๆ ชะลอความเร็วลง\n- ประคองพวงมาลัย: พยายามประคองพวงมาลัยให้รถวิ่งตรง หรือหากต้องการหลบหลีก ค่อย ๆ หักพวงมาลัยไปในทิศทางที่ต้องการอย่างนุ่มนวล\n- รอให้เกิดแรงเสียดทานระหว่างยางและพื้นถนน: เมื่อความเร็วลดลง ยางจะกลับมาสัมผัสพื้นถนน และคุณจะสามารถควบคุมรถได้ตามปกติ\n\n>  วิธีป้องกันไม่ให้เกิดอาการเหินน้ำ\n- ตรวจสอบสภาพยางรถ: ใช้ยางที่มีดอกยางลึกเพียงพอ และเติมลมยางให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม หากลมยางอ่อนเกินไปจะทำให้หน้ายางสัมผัสพื้นถนนมากขึ้นจนร่องรีดน้ำบนดอกยางมีพื้นที่ไม่เพียงพอในการรีดน้ำออกได้ทัน\n- ลดความเร็ว: ขับช้าลงกว่าพื้นแห้งเสมอเมื่อขับขี่ในสภาพถนนเปียกหรือมีน้ำขัง หากใช้ความเร็วมากเกินไปจะทำให้ดอกยางรีดน้ำออกไม่ทันจนเกิดอาการเหินน้ำ","Cover2_Tips_Article_Hydroplaning.png","","Tips2_Article_Hydroplaning_1.png",[11],"12 พฤศจิกายน 2568",1777136582857]