[{"data":1,"prerenderedAt":19},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":18},"20251212132522036778",2,3,"Audi A5 vs BMW 3 Series เปรียบเทียบรถหรูพิกัด Premium Compact ขับสนุก มาดเท่ ราคาสมเหตุสมผล","Content by Headlighmag\n-----\nAudi Thailand โดยบริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ได้เปิดตัว Audi A5 Sportback รุ่นใหม่อย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2025 ที่ผ่านมา แม้ว่าในช่วงแรก Audi A5 Sportback จะไม่ได้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นคู่แข่งโดยตรงของ BMW 3 Series เนื่องจากคู่แข่งหลักของ 3 Series คือ Audi A4 \n\nแต่ในรุ่นใหม่นี้ Audi ได้ยกเลิกการทำตลาด Audi A4 และให้ Audi A5 Sportback ทำตลาดควบไปทั้งในกลุ่มเดิมของ Audi A5 ซึ่งเป็นรถ 4 ประตูตัวถังสปอร์ตคูเป้ท้ายลาด และกลุ่มรถซีดาน 4 ประตู ขนาด Compact car ของ Audi A4 เดิม ดังนั้นในปัจจุบัน Audi A5 Sportback จึงกลายมาเป็นหนึ่งในคู่แข่งของ BMW 3 Series อย่างเป็นทางการ\n\nในด้านมิติตัวถังภายนอก \nเมื่อเปรียบเทียบกันแล้วจะพบว่า Audi A5 Sportback ใหม่มีขนาดใหญ่กว่า BMW 3 Series โดย A5 Sportback ยาวกว่า 3 Series ถึง 116 มิลลิเมตร รวมถึงกว้างและสูงกว่าเล็กน้อย ตลอดจนมีระยะฐานล้อที่ยาวกว่า\n\nอุปกรณ์ภายนอกของทั้งสองรุ่นถือว่าจัดเต็มมาไม่แพ้กัน โดยไฟหน้าของ BMW 3 Series เป็นไฟหน้าแบบ Adaptive LED ส่วนไฟหน้าของ Audi A5 Sportback เป็นไฟหน้าแบบ Digital LED ซึ่งทั้งสองระบบสามารถปรับลำแสงไฟหน้าได้อย่างอิสระ เพื่อไม่ให้แยงตาผู้ใช้ถนนรายอื่น นอกจากนี้ Audi A5 Sportback และ BMW 3 Series ในรุ่นท็อปสุด ยังมีหลังคากระจกมาให้เช่นกัน การตกแต่ง\n\nภายนอกของทั้งคู่มาในแนวทางดุดันและสปอร์ต โดย BMW ตกแต่งด้วยชุดแต่ง M Sport รอบคัน ส่วน Audi ใช้ชุดแต่ง S line Black Edition รอบคันเช่นเดียวกัน\n\nภายในห้องโดยสารของทั้งสองรุ่นมาพร้อมการตกแต่งผ้าหลังคาสีดำ Anthracite และการหุ้มแดชบอร์ดรวมถึงแผงประตูด้วยหนัง พร้อมการเดินตะเข็บด้วยด้ายตามสไตล์รถพรีเมียม BMW มีตัวเลือกสีเบาะนั่งให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีน้ำตาลเข้ม ขณะที่ Audi มีให้เลือกเพียงสีดำล้วน\n\nทั้งสองรุ่นให้รายการอุปกรณ์มาตรฐานภายในมาอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า เครื่องปรับอากาศแบบ 3 โซน ไฟ Ambient Light หน้าจอกลาง และชุดมาตรวัดที่ทันสมัย รวมถึงระบบเครื่องเสียงพรีเมียม โดย BMW ใช้ของ Harman Kardon ส่วน Audi ใช้ของ Bang & Olufsen\n\nอย่างไรก็ตาม Audi มีจุดเด่นเหนือ BMW ตรงที่ให้ระบบจดจำตำแหน่งเบาะนั่ง (Memory Seat) มาให้ทั้งสองฝั่งของเบาะคู่หน้า ขณะที่ BMW มีให้เฉพาะฝั่งคนขับ อีกทั้ง Audi A5 Sportback ยังมีหน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหน้ามาให้อีกด้วย\n\nในด้านขุมพลังขับเคลื่อน Audi A5 Sportback มีให้เลือก 1 รูปแบบ ดังนี้\n1. เครื่องยนต์เบนซิน Plug-in Hybrid ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 367 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ที่สามารถเสียบชาร์จไฟจากภายนอกได้ สามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 86 กิโลเมตรต่อการชาร์จ (มาตรฐาน WLTP) ขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อยู่ที่ 4.5 - 5.1 วินาที (เคลมจากโรงงาน) ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง\n\nด้าน BMW 3 Series มีขุมพลังให้เลือกทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่\n1. ดีเซล (320d) ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนล้อหลัง อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 6.9 วินาที (เคลมจากโรงงาน) ความเร็วสูงสุด 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง\n\n2. เบนซิน Plug-in Hybrid (330e) ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 292 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 420 นิวตันเมตร สามารถขับด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะทาง 101 กิโลเมตรต่อการชาร์จ (มาตรฐาน WLTP) ขับเคลื่อนล้อหลัง อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 5.8 วินาที (เคลมจากโรงงาน) ความเร็วสูงสุด 230 กิโลเมตรต่อชั่วโมง\n\n3. เบนซิน (M340i) ขนาด 3.0 ลิตร 6 สูบ ให้กำลังสูงสุด 380 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 540 นิวตันเมตร ขับเคลื่อน 4 ล้อ xDrive อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 4.3 วินาที (เคลมจากโรงงาน) ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง\n \nราคาจำหน่าย\nBMW 3 Series\n- 320d M Sport : 2,799,000 บาท*\n- 330e M Sport : 2,999,000 บาท*\n- M340i xDrive : 3,999,000 บาท*\n* ราคารวมแพ็กเกจ BSI ฟรีค่าบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร\n\nAudi A5 Sportback\n- A5 Sportback TFSI e quattro Tech Plus : 3,299,000 บาท\n-  A5 Sportback TFSI e quattro Tech Pro : 3,899,000 บาท\n \nสรุป\nเมื่อเปรียบเทียบทั้งสองรุ่นแล้วจะเห็นว่า BMW 3 Series มีจุดเด่นด้านราคาที่เข้าถึงง่ายกว่า เนื่องจากเป็นรถประกอบในประเทศไทย (ขณะที่ Audi A5 Sportback เป็นรถนำเข้าจากเยอรมนี) และยังมีทางเลือกขุมพลังที่หลากหลายกว่า ทั้งดีเซล เบนซิน Plug-in Hybrid และเบนซิน 6 สูบสมรรถนะสูง ซึ่งให้ตัวเลขสมรรถนะที่เหนือกว่า Audi A5 ในระดับราคาที่ใกล้เคียงกัน\n\nขณะที่ Audi A5 Sportback โดดเด่นด้านความสดใหม่ของงานออกแบบ ซึ่งเพิ่งเปิดตัวใหม่หมดทั้งคัน รูปทรง Sportback ท้ายลาด พร้อมประตูไร้กรอบที่เป็นเอกลักษณ์ รวมถึงอุปกรณ์มาตรฐานบางรายการที่เหนือกว่า เช่น ล้ออัลลอยขนาดใหญ่กว่า หน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหน้า และระบบจดจำตำแหน่งเบาะนั่งของผู้โดยสารตอนหน้า","Cover_H2H_Article_Audi_A5_vs_Series3.png",null,"","H2H_Article_Audi_A5_vs_Series3_1.png",[12,14,15,16,17],"H2H_Article_Audi_A5_vs_Series3_2.png","H2H_Article_Audi_A5_vs_Series3_3.png","H2H_Article_Audi_A5_vs_Series3_5.png","H2H_Article_Audi_A5_vs_Series3_6.png","12 ธันวาคม 2568",1777136582534]