Auto Club

16 ธันวาคม 2568
Content by Headlightmag ----- เมื่อถอยรถ EV คันใหม่ หลายคนอาจคิดว่า “เดี๋ยวค่อยติด Wall Charger ที่บ้านทีหลัง” เพราะคิดว่าการใช้ Emergency Charger กับรถก็อาจจะเพียงพอ แต่ความจริงแล้วการชาร์จไฟแรงสูง (เมื่อเทียบกับเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ ในบ้าน) ยาวนานหลายชั่วโมงสำหรับระบบไฟบ้านส่วนใหญ่ อาจเจอปัญหาที่ตามมา ตั้งแต่เรื่องเล็กๆ อย่างชาร์จไม่ทันเต็มก็ต้องออก ยังอาจเจอเรื่องใหญ่ทั้งเบรกเกอร์ตัดบ่อย สายไฟร้อน ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงไฟไหม้โดยไม่รู้ตัว แล้วก่อนติดตั้ง EV Charger ประจำบ้าน ต้องตรวจสอบอะไรบ้าง ระบบไฟฟ้าบ้านเรือนในประเทศไทยแบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก คือระบบ Single Phase 220V ที่ใช้กันทั่วไปในบ้านเดี่ยว และระบบ 3 Phase 380V ที่มักพบในโรงงาน อาคารพาณิชย์ หรือบ้านขนาดใหญ่ที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังสูง สำหรับการชาร์จ EV ที่บ้านส่วนใหญ่จะใช้ระบบ Single Phase เนื่องจากมี Wall Charger รุ่นที่รองรับ 220V กำลังไฟ 7 kW (32 A) ได้เพียงพอต่อการชาร์จในชีวิตประจำวัน แต่สำหรับบางหลัง โดยเฉพาะบ้านที่มีอายุมากกว่า 20 ปี ปัญหาของระบบไฟฟ้าคือการเบรกเกอร์หลักขนาด 50-63 A ซึ่งถูกออกแบบมาสำหรับการใช้งานปกติ แต่จะเป็นปัญหาทันทีเมื่อคุณเพิ่ม Wall Charger ที่กินไฟ 32 แอมป์แบบต่อเนื่องเข้ามา ระบบไฟฟ้าจะเข้าใกล้ขีดจำกัด โดยเฉพาะในช่วงเวลา Peak Hours หลังเลิกงานที่คนในบ้านกลับมาเปิดแอร์ทั้งหลัง ทำอาหาร และชาร์จรถพร้อมกัน ------ การศึกษาจากสำนักงาน National Electrical Code (NEC) ในสหรัฐฯระบุว่าการชาร์จ EV ถือเป็น Continuous Load เป็นการใช้ไฟฟ้าเป็นระยะเวลาตั้งแต่ 3 ชั่วโมงขึ้นไป ซึ่งเบรกเกอร์ไม่ควรรับโหลดเกิน 80% ของกำลังไฟฟ้าที่กำหนด หากเบรกเกอร์หลักของคุณคือ 50 แอมป์ โหลดต่อเนื่องทั้งหมดไม่ควรเกิน 40 แอมป์ แต่ด้วย Wall Charger
...อ่านเพิ่มเติม