[{"data":1,"prerenderedAt":15},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":14},"20260203151116085756",2,8,"รถยนต์มาตรฐาน 5 ดาว คืออะไร","Content by Headlightmag\n-----\nโดยทั่วไปผู้ซื้อรถยนต์หลายคนมักให้ความสำคัญกับคุณสมบัติต่างๆ เช่น ราคา สมรรถนะ ความประหยัดน้ำมัน และดีไซน์ แต่ ความปลอดภัย เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ไม่อาจชี้วัดได้จากความรู้สึกที่ตัวรถดูแข็ง หรือสเปกในโบรชัวร์เท่านั้น การทดสอบการชน (Crash Test) ที่ดำเนินการโดยหน่วยงานทดสอบความปลอดภัยอิสระทั่วโลก จึงเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่คุณควรพิจารณา\n\nหน่วยงานเหล่านี้มีชื่อเรียกว่า NCAP (New Car Assessment Program) โดยแต่ละภูมิภาคจะมี NCAP ของตนเอง เช่น \n- NHTSA ในสหรัฐอเมริกา \n- Euro NCAP ในยุโรป \n- ASEAN NCAP ในภูมิภาคอาเซียน \nและ ANCAP ในออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ โดยแต่ละหน่วยงานมีวิธีการทดสอบและเกณฑ์การให้คะแนนที่แตกต่างกัน\n\nในอดีต ผู้ซื้อรถมักเชื่อว่า รถยนต์ที่มีขนาดใหญ่ มีน้ำหนักมาก และตัวถังหนาจะปลอดภัยกว่า แต่ความจริงแล้วความปลอดภัยในรถยนต์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความหนาของเหล็กเท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับ การออกแบบโครงสร้างตัวถัง การกระจายแรงกระแทก ระบบความปลอดภัย เช่น ถุงลม เข็มขัดนิรภัย และเทคโนโลยีป้องกันอุบัติเหตุ (ADAS) เป็นหลัก รถยนต์ที่ออกแบบมาอย่างดี จะสามารถดูดซับและกระจายแรงกระแทกออกจากห้องโดยสาร ทำให้ผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บน้อยที่สุดเมื่อเกิดอุบัติเหตุ\n\nโดยทั่วไปการทดสอบรถยนต์ จะประกอบด้วยการทดสอบหลายประเภท ได้แก่ Small Overlap Front Test ซึ่งเป็นการชนด้านหน้าโดยให้ส่วนหนึ่งของตัวรถ (25% ของความกว้าง) ชนกับสิ่งกีดขวางแข็งที่ความเร็ว 40 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 64 กม./ชม.) การทดสอบนี้จำลองสถานการณ์ที่รถชนกับต้นไม้หรือเสาไฟฟ้าที่ด้านข้างของตัวรถ ซึ่งเป็นประเภทอุบัติเหตุที่อันตรายมากเพราะแรงกระแทกจะไปถึงห้องโดยสารโดยตรง \n\nรถยนต์ที่ผ่านการทดสอบนี้ได้คะแนนดีจะต้องมีโครงสร้างที่สามารถป้องกันผู้โดยสารและไม่ให้ห้องโดยสารบิดเบี้ยวมากเกินไป นอกจากนี้ยังมี Moderate Overlap Front Test ที่ชนด้านหน้า 40% ของความกว้างกับสิ่งกีดขวางที่เปลี่ยนรูปได้ เพื่อจำลองการชนกับรถอีกคันหนึ่ง \n\nการทดสอบนี้ประเมินการทำงานของถุงลมและเข็มขัดนิรภัยด้วย IIHS ยังมีการทดสอบ Side Impact Test ซึ่งเป็นการชนด้านข้างของรถด้วยรถอีกคันหนึ่งที่ความเร็วสูง เพื่อประเมินการป้องกันผู้โดยสารจากการชนด้านข้าง ซึ่งเป็นอุบัติเหตุที่มีอัตราการเสียชีวิตสูง และ Roof Strength Test ที่ทดสอบความแข็งแรงของหลังคารถเพื่อป้องกันการทับห้องโดยสารเมื่อรถคว่ำ \n\nนอกจากนี้ IIHS ยังประเมิน Headlight Performance เพื่อให้แน่ใจว่าไฟหน้ารถให้แสงสว่างเพียงพอและไม่สร้างความเดือดร้อนให้ผู้ขับขี่ทางสวนทาง สำหรับเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง จะประเมินระบบ Front Crash Prevention ที่รวมถึง Forward Collision Warning (FCW) และ Autonomous Emergency Braking (AEB) ซึ่งสามารถตรวจจับอุปสรรคข้างหน้าและเบรกอัตโนมัติเพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดความรุนแรงของการชน การทดสอบนี้รวมถึงการตรวจจับคนเดินถนนและปั่นจักรยานด้วย รถยนต์ที่ต้องการได้รับรางวัล Top Safety Pick หรือ Top Safety Pick+ ต้องผ่านเกณฑ์ทั้งหมดในระดับ Good หรือ Acceptable และมีระบบป้องกันการชนที่ได้รับการทดสอบแล้ว\n\nเมื่อดูผลการทดสอบจากหน่วยงานต่างๆ ทางผู้ประเมินจะประกาศผลการทดสอบในรูปแบบของดาว (Stars) ที่มีตั้งแต่ 1-5 และชี้แจงผลการทดสอบอื่นๆ ควบคู่กันไป แล้วทำไมรถยนต์รุ่นเดียวกันถึงได้คะแนนแตกต่างกันใน NCAP ต่างภูมิภาค สาเหตุหลักมีดังนี้\n\nเกณฑ์การให้คะแนนต่างกัน แม้ว่าการทดสอบจะคล้ายกัน แต่น้ำหนักที่ให้กับแต่ละหมวดการทดสอบอาจแตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น Euro NCAP ให้ความสำคัญกับ Safety Assist และ VRU Protection มากกว่า ASEAN NCAP ในช่วงแรก (แต่ ASEAN NCAP ปี 2021-2025 เริ่มให้ความสำคัญเพิ่มขึ้น) ทำให้รถที่มีเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงครบถ้วนจะได้คะแนนสูงใน Euro NCAP แต่อาจได้คะแนนต่ำกว่าเล็กน้อยใน ASEAN NCAP หากเทคโนโลยีบางอย่างไม่ได้รับการประเมินเต็มที่\n\nModel รถที่ทดสอบอาจแตกต่างกัน รถยนต์รุ่นเดียวกันอาจมีการปรับแต่งหรือเพิ่มอุปกรณ์ความปลอดภัยต่างกันในแต่ละตลาด ตัวอย่างเช่น รถบางรุ่นที่ขายในยุโรปอาจมีถุงลมมากกว่าหรือมี AEB เป็นมาตรฐาน ขณะที่เวอร์ชันที่ขายในอาเซียนอาจมีเป็นอุปกรณ์เสริม การทดสอบโดย ASEAN NCAP อาจทดสอบเวอร์ชันที่ไม่มีอุปกรณ์ครบ ทำให้คะแนนต่ำกว่าก็เป็นได้\n\nช่วงเวลาการทดสอบต่างกัน NCAP แต่ละแห่งอาจทดสอบรถในช่วงเวลาที่ต่างกัน และรถอาจมีการปรับปรุงระหว่างนั้น ตัวอย่างเช่น รถที่ทดสอบโดย Euro NCAP ในปี 2023 อาจได้รับการปรับปรุงซอฟต์แวร์หรือฮาร์ดแวร์ก่อนที่จะทดสอบโดย ASEAN NCAP ในปี 2024 ทำให้คะแนนดีขึ้น\n\nการให้ความสำคัญกับประเภทอุบัติเหตุต่างกัน ASEAN NCAP เพิ่มหมวด Motorcyclist Safety เพื่อสะท้อนสภาพการใช้งานในภูมิภาคที่มีจักรยานยนต์มาก ขณะที่ Euro NCAP และ IIHS ไม่มีหมวดนี้ แต่ให้ความสำคัญกับ Pedestrian Protection มากกว่า ทำให้รถที่ออกแบบเพื่อตลาดอาเซียนอาจมีจุดเน้นที่แตกต่างจากรถที่ออกแบบเพื่อตลาดยุโรป\n\nดังนั้น ผู้บริโภคควรดูคะแนนจาก NCAP ที่เกี่ยวข้องกับตลาดของตนเป็นหลัก สำหรับผู้ซื้อรถในประเทศไทย ควรดูคะแนนจาก ASEAN NCAP เป็นอันดับแรก แต่ถ้ารถรุ่นนั้นยังไม่ได้ทดสอบโดย ASEAN NCAP ก็สามารถอ้างอิงคะแนนจาก Euro NCAP หรือ ANCAP ได้ โดยเข้าใจว่าคะแนนอาจแตกต่างเล็กน้อยเนื่องจากเกณฑ์และเวอร์ชันรถที่แตกต่างกัน\n\nหน่วยงานทดสอบความปลอดภัยรถยนต์ต่าง ทำหน้าที่สำคัญในการให้ข้อมูลที่เป็นกลางและเชื่อถือได้แก่ผู้บริโภค ช่วยให้สามารถเปรียบเทียบความปลอดภัยของรถยนต์แต่ละรุ่นได้อย่างชัดเจน แม้ว่าวิธีการทดสอบและเกณฑ์การให้คะแนนจะแตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค แต่หลักการพื้นฐานยังคงเหมือนกัน คือ ประเมินการปกป้องผู้โดยสารจากการชน การปกป้องผู้ใช้ถนนที่อ่อนแอ และเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงที่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุ\n\nการลงทุนในรถที่มีความปลอดภัยสูงอาจมีราคาแพงกว่าเล็กน้อย แต่สิ่งที่ได้รับ คือการปกป้องชีวิตและลดโอกาสการบาดเจ็บของผู้โดยสารและผู้ใช้ถนนอื่นๆ การเลือกรถที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูง น่าจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณและครอบครัว และยังเป็นแหล่งข้อมูลที่เชื่อถือได้เพื่อใช้ในการตัดสินใจซื้อรถคันต่อไป","Cover_EV_Article_5_Star_Standard.png",null,"","EV_Article_5_Star_Standard_1.png",[12],"3 กุมภาพันธ์ 2569",1777136580313]