[{"data":1,"prerenderedAt":19},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":18},"20260212141139082705",2,3,"Isuzu Mu-X vs Toyota Fortuner เปรียบเทียบรถ PPV ยอดฮิต  พร้อมราคา","Content by Headlightmag\n-----\n\nเมื่อกล่าวถึงรถยนต์ที่อเนกประสงค์ ที่มีความทนทานรองรับการใช้งานที่สมบุกสมบัน แต่ก็ยังสามารถบ่งบอกถึงสถานะความสำเร็จของผู้ที่เป็นเจ้าของได้ คงจะหนีไม่พ้นรถยนต์ประเภท SUV ที่มีพื้นฐานมาจากรถกระบะ หรือที่เรียกกันอย่างคุ้นหูว่า PPV และรถยนต์ในกลุ่มนี้ที่ขายดีเป็นอันดับต้นๆ ได้แก่ Isuzu MU-X และ Toyota Fortuner\n\nในด้านอุปกรณ์มาตรฐาน หากเปรียบเทียบกันในรุ่นท็อปสุดของทั้งสองรุ่นจะพบว่ามีออปชันมาให้พอๆ กัน โดยไฟหน้าจะเป็น LED Projector พร้อมไฟส่องสว่างตอนกลางวัน DRL ปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ พร้อมระบบหน่วงการดับไฟหน้าหลังจากดับเครื่อง Follow-me-home มีฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิด ไฟฟ้า พร้อมระบบเตะเปิด Kick Sensor โดยทั้งสองรุ่นยังมาพร้อมกับชุดตกแต่งภายนอกที่ดุดัน MU-X รุ่นท็อปจะเป็นการตกแต่งแบบ RS ส่วน Fortuner ก็จะเป็นการตกแต่งแบบ Legender หรือจะเลือกเพิ่มเงินเพื่อซื้อรุ่นแต่งพิเศษ GR Sport ที่เพิ่มชุดแต่งให้ดุดันไปอีกขั้น พร้อมการปรับจูนช่วงล่างและสมรรถนะที่เพิ่มขึ้น\n\nทั้งนี้ สิ่งที่ MU-X จะมีเหนือกว่าคือที่ปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ และสิ่งที่ Fortuner มีเหนือกว่าคือระบบไฟต้อนรับ Welcome Light\nภายในของ MU-X จะมีธีมสีภายในสำหรับแต่ละรุ่นย่อย 2 ธีม ได้แก่สีดำล้วน และสีน้ำตาลอ่อน Truffle Brown ส่วนภายในของ Fortuner จะมีธีมสีภายในทั้งหมดถึง 4 ธีม ได้แก่สีดำล้วนในรุ่น Leader สีแดงสลับดำในรุ่น Legender และสีดำสลับขาวในรุ่นท็อปสุด 2.8 Legender 4x4 ตลอดจนธีมสีดำล้วนแบบ GR Sport ที่จะมาพร้อมกับการหุ้มเบาะแบบพิเศษด้วยหนังกลับและหนัง โดยมีการประทับตรา GR Sport ไว้ที่ตัวเบาะ\n\nในด้านการปรับเบาะที่นั่ง เบาะคนขับของ Toyota Fortuner จะเป็นแบบปรับไฟฟ้าทุกรุ่นย่อยต่างจาก MU-X ที่จะมีบางรุ่นย่อยเป็นเบาะปรับมือ แต่ไม่ว่ายังไงก็ตามในรุ่นย่อยบนๆ เบาะคู่หน้าของรถทั้งสองรุ่นก็จะเป็นแบบปรับไฟฟ้า หน้าจอเครื่องเสียงของรถทั้งสองรุ่นเป็นหน้าจอเครื่องเสียงขนาดใหญ่สุด 9 นิ้ว เหมือนกัน รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แต่ทว่า Fortuner จะมีชุดเครื่องเสียงที่เหนือกว่า โดยในรุ่นท็อปสุดจะมีจำนวนลำโพงถึง 11 ลำโพง และเป็นลำโพง JBL มากกว่า MU-X\n------\n\nขุมพลังขับเคลื่อนของ MU-X มี 2 แบบดังนี้\n1.\tเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร Turbo 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ จากผลการทดสอบโดย Headlightmag.com พบว่า MU-X เครื่อง 2.2 ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 11.53 วินาที อัตราเร่งช่วงกลาง 80-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 8.34 วินาที และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 13.90 กิโลเมตรต่อลิตร เมื่อวิ่งที่ความเร็วคงที่ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง\n\n2.\tเครื่องยนต์ดีเซล 3.0 ลิตร Turbo 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ จากผลการทดสอบโดย Headlightmag.com พบว่า MU-X เครื่อง 3.0 ทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ภายใน 9.84 วินาที อัตราเร่งช่วงกลาง 80-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 7.65 วินาที และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 13.08 กิโลเมตรต่อลิตร เมื่อวิ่งที่ความเร็วคงที่ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง\n------\n\nขุมพลังขับเคลื่อนของ Fortuner มี 3 แบบดังนี้\n1.\tเครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร Turbo 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ จากผลการทดสอบโดย Headlightmag.com พบว่า Fortuner เครื่อง 2.4 ทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ภายใน 13.42 วินาที อัตราเร่งช่วงกลาง 80-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 10.44 วินาที และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 13.27 กิโลเมตรต่อลิตร เมื่อวิ่งที่ความเร็วคงที่ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง\n\n2.\tเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร Turbo 204 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ จากผลการทดสอบโดย Headlightmag.com พบว่า Fortuner เครื่อง 2.8 ทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ภายใน 10.86 วินาที อัตราเร่งช่วงกลาง 80-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 7.35 วินาที และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 13.62 กิโลเมตรต่อลิตร เมื่อวิ่งที่ความเร็วคงที่ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง\n\n3.\tเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร Turbo (Super Power) 224 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ จากผลการทดสอบโดย Headlightmag.com พบว่า Fortuner เครื่อง 2.8 GR Sport ทำอัตราเร่ง 0-100 ได้ภายใน 9.38 วินาที อัตราเร่งช่วงกลาง 80-120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง 6.55 วินาที และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง 13.03 กิโลเมตรต่อลิตร เมื่อวิ่งที่ความเร็วคงที่ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง\n\n------\nทั้งนี้ราคาจำหน่ายของรถทั้งสองรุ่นมีดังนี้\n\nIsuzu MU-X\n- MU-X 2.2 Active 8AT: 1,194,000 บาท\n- MU-X 2.2 Elegant 8AT: 1,429,000 บาท\n- MU-X 2.2 Ultimate 8AT: 1,554,000 บาท\n- MU-X 2.2 RS 8AT: 1,624,000 บาท\n- MU-X 3.0 RS 6AT: 1,659,000 บาท\n- MU-X 3.0 RS 6AT 4x4: 1,759,000 บาท\n\nToyota Fortuner \n- 2.4 Leader G : 1,375,000 บาท\n- 2.4 Leader V: 1,505,000 บาท\n- 2.4 Leader V+: 1,540,000 บาท\n- 2.4 Leader V 4WD: 1,575,000 บาท\n- 2.4 Legender 4x2: 1,643,000 บาท\n- 2.4 Legender 4x4: 1,713,000 บาท\n- 2.8 Legender 4x2: 1,835,000 บาท\n- 2.8 Legender 4x4: 1,904,000 บาท\n- 2.8 GR Sport 4x4: 1,969,000 บาท\n- 2.8 GR Sport Black Top 4x4: 1,989,000 บาท\n\n------\nกล่าวโดยสรุปคือทั้งสองรุ่นมีรายการอุปกรณ์มาตรฐานที่เรียกได้ว่าค่อนข้างสูสีอย่างมาก โดย Fortuner จะโดดเด่นที่จำนวนรุ่นย่อยที่มีให้เลือกหลากหลาย ทำให้มีตัวเลือกราคา รายการอุปกรณ์มาตรฐาน ตลอดจนการตกแต่งภายนอกและภายในที่มากกว่า อีกทั้งยังมีรุ่นตกแต่งสมรรถนะสูงอย่าง GR Sport ที่มีการปรับปรุงงานออกแบบภายนอกภายในให้สปอร์ตเข้ากับการอัปเกรด\n\nเครื่องยนต์ให้มีความแรงเพิ่มขึ้น โดดเด่นในอัตราเร่งช่วงกลาง และช่วงล่างที่ได้รับการอัปเกรดจาก GR Sport ส่วน MU-X จะโดดเด่นที่ช่วงราคาจะอยู่ในช่วงที่ถูกกว่า Fortuner พอสมควร และมีสมรรถนะเครื่องยนต์ 2.2 ลิตร ที่ให้ความประหยัดและอัตราเร่งที่เร้าใจกว่ารุ่นเริ่มต้นของคู่แข่ง และแม้จะไม่มีรุ่นสมรรถนะสูงเป็นพิเศษ แต่รุ่นย่อย RS ของ MU-X ก็มีการตกแต่งที่ดุดันและมีอัตราเร่งที่แรงเพียงพอต่อการใช้งาน","Cover_H2H_Article_MUX_vs_Fortuner.png",null,"","H2H_Article_MUX_vs_Fortuner_1.png",[12,14,15,16,17],"H2H_Article_MUX_vs_Fortuner_2.png","H2H_Article_MUX_vs_Fortuner_3.png","H2H_Article_MUX_vs_Fortuner_4.png","H2H_Article_MUX_vs_Fortuner_5.png","17 กุมภาพันธ์ 2569",1777136577577]