[{"data":1,"prerenderedAt":16},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":5,"title_th":6,"description_th":7,"banner_image":8,"jw_media_id":9,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":15},"20260309101512486463",2,"รีวิวทดลองขับ Ford Everest 2.0 Bi-Turbo 10AT Titanium+ พร้อมราคา","Content by Headlightmag\n-----\nในบรรดารถอเนกประสงค์พื้นฐานกระบะ หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า SUV/PPV โครงสร้างแชสซีส์แบบเฟรม Everest คือหนึ่งในคันที่มีบุคลิกชัดที่สุด และความชัดนั้นไม่ได้มาจากความสปอร์ตหรือความแข็งกร้าว แต่มาจากความนุ่มที่แทบจะชวนให้ตั้งคำถามว่า นี่คือรถพื้นฐานกระบะจริงหรือไม่\n\nจุดเด่นที่สุดของ Everest คันนี้ คือช่วงล่างที่เซ็ตมานุ่มนวลที่สุดกลุ่มหนึ่งในตลาด แรงสะเทือนจากพื้นผิวถนนถูกกรองออกมาอย่างสุภาพ ไม่ว่าจะเป็นถนนคอนกรีตเป็นลอน รอยต่อสะพาน หรือพื้นผิวปะซ่อม Everest สามารถดูดซับแรงสะเทือนเหล่านั้นได้ดีมาก โดยเฉพาะในช่วงความเร็วไม่เกิน 120 km/h การขับขี่ในเมืองหรือเดินทางต่างจังหวัดแบบครอบครัวให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ไม่กระเด้งกระดอนแบบที่หลายคนคุ้นเคยกับรถโครงสร้างกระบะ\n\nความนุ่มนี้ทำให้ Everest เป็นรถที่อยู่ด้วยง่ายมากในชีวิตประจำวัน นั่งสบายทั้งผู้ขับและผู้โดยสารแถวสอง แม้กระทั่งแถวสามก็ยังไม่รู้สึกสะเทือนรุนแรงเกินไปเมื่อเจอพื้นผิวขรุขระ และนี่คือจุดที่ทำให้มันแตกต่างจากคู่แข่งหลายรุ่นอย่างชัดเจน\n-----\n\nอย่างไรก็ตาม ทุกการเซ็ตย่อมมีสิ่งที่ต้องแลก ช่วงล่างที่เน้นความนุ่ม ย่อมทำให้ในย่านความเร็วสูงมากๆ ความนิ่งอาจไม่ได้แน่นหนึบเท่ารถที่เซ็ตช่วงล่างกลางๆ อย่าง Isuzu MU-X ที่ให้ความมั่นคงบนความเร็วปลายได้ดีในรูปแบบที่ต่างออกไป Everest จึงต้องการสมาธิในการประคองพวงมาลัยมากขึ้นเมื่อใช้ความเร็วสูงต่อเนื่องยาวๆ โดยเฉพาะบนทางด่วนที่มีลมปะทะด้านข้างแรงๆ\n\nแต่ต้องย้ำว่า นี่ไม่ใช่อาการเสียการควบคุม เพียงแต่บุคลิกของมันชัดเจนว่าเน้น Comfort-first มากกว่า High-speed stability-first ซึ่งก็สอดคล้องกับภาพลักษณ์รถครอบครัวขนาดใหญ่ที่เน้นความสบายเป็นหลัก\n-----\n\nอีกหนึ่งจุดที่ Everest ยังคงรักษาความได้เปรียบเอาไว้ได้ แม้เวลาจะผ่านไปและคู่แข่งทยอยเปิดตัวรุ่นใหม่ คือเรื่องอุปกรณ์ ความเป็น Best-in-Class ด้านความครบครันยังคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นหลังคากระจก Panoramic Roof ที่เปิด-ปิดได้จริง เพิ่มความโปร่งโล่งให้ห้องโดยสาร หรือเบาะนั่งแถวที่ 3 ที่สามารถพับราบด้วยสวิตช์ไฟฟ้า ช่วยให้การจัดการพื้นที่สัมภาระสะดวกแบบไม่ต้องออกแรงมาก รายละเอียดเล็กๆ เหล่านี้คือสิ่งที่สะท้อนว่า Ford คิดเผื่อการใช้งานครอบครัวมาอย่างจริงจัง\n\nดีไซน์ภายนอกยังคงเอกลักษณ์แบบ American SUV ชัดเจน เส้นสายเหลี่ยมสัน มีความบึกบึน เท่ และดูแข็งแรง ต่างจากคู่แข่งบางรุ่นที่เลือกเส้นสายโฉบเฉี่ยวหรือสปอร์ตมากกว่า Everest จึงให้ภาพลักษณ์ “รถครอบครัวสายลุย” ที่พร้อมเดินทางไกลหรือพาครอบครัวออกทริปได้โดยไม่ต้องแต่งเพิ่มมากนัก\n-----\n\nด้านพละกำลัง แม้จะเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ 2.0 ลิตร แต่ระบบอัดอากาศ Bi-Turbo ช่วยดึงสมรรถนะออกมาได้ถึง 210 แรงม้า และแรงบิด 500 นิวตันเมตร ตัวเลขนี้เมื่อจับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 10 จังหวะ (10AT) ที่ซอยอัตราทดถี่ ทำให้การต่อเกียร์เป็นไปอย่างต่อเนื่อง กำลังไม่หลุดจากช่วง Powerband ง่ายๆ เวลากดคันเร่งแซง เกียร์จะลดลงมาอย่างเหมาะสมและดึงรอบขึ้นไปอยู่ในช่วงแรงบิดสูงสุดอย่างรวดเร็ว\n\nผลลัพธ์คือรถที่แม้จะใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กกว่า 2.8 หรือ 3.0 ลิตรของคู่แข่งบางราย แต่กลับให้ความรู้สึกกระฉับกระเฉงไม่แพ้กัน การเร่งแซงบนทางหลวงทำได้มั่นใจ ไม่ต้องลุ้นยาว และยังให้ความประหยัดในระดับที่สมเหตุสมผลเมื่อเทียบกับขนาดตัวรถ\nปัจจุบัน ความน่าสนใจของ Everest ยิ่งเพิ่มขึ้น เมื่อ Ford ประเทศไทยประกาศมอบส่วนลดพิเศษให้กับรุ่น Titanium+ โดยรุ่น 4x2 ได้รับส่วนลด 168,000 บาท จำกัด 30 สิทธิ์ และรุ่น 4x4 ได้รับส่วนลด 200,000 บาท* เมื่อมองในภาพรวมของอุปกรณ์ สมรรถนะ และขนาดตัวรถ\n-----\n\nโดยสรุปแล้ว Ford Everest 2.0 Bi-Turbo 10AT Titanium+ คือ SUV/PPV ที่เลือกจะโดดเด่นด้วยความสบายก่อนเป็นอันดับแรก แล้วเติมสมรรถนะและอุปกรณ์เข้ามาแบบไม่ให้เสียหน้าใคร มันอาจไม่ใช่รถที่นิ่งที่สุดในความเร็วสูง ไม่ใช่รถที่แข็งสปอร์ตที่สุดในกลุ่ม แต่เป็นรถที่ทำให้ทุกคนในครอบครัวนั่งแล้วรู้สึกผ่อนคลาย\n\nเมื่อรวมกับพละกำลัง 210 แรงม้า 500 นิวตันเมตร เกียร์ 10AT ที่ทำงานฉลาด และโปรโมชันส่วนลดในช่วงเวลานี้ Everest จึงกลายเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ ครบ และ คุ้ม มากที่สุดคันหนึ่งในตลาด SUV/PPV ณ ตอนนี้ เพราะบางครั้ง รถครอบครัวที่ดี ไม่จำเป็นต้องดุดันที่สุด แต่ต้องทำให้ทุกคนบนรถรู้สึกสบายที่สุดต่างหาก\n-----\n\nราคา Ford Everest Titanium+ \n\n- รุ่น 2.0L Bi-Turbo 4x2 10AT: 1,767,000 บาท\n- รุ่น 2.0L Bi-Turbo 4x4 10AT: 1,917,000 บาท\n\nส่วนลดเมื่อจองและออกรถ ตั้งแต่ 1 มี.ค.69 - 31 มี.ค. 69\nดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.ford.co.th","Cover_Review_Article_Ford_Everest_Titanium_Plus.png",null,"","Review_Article_Ford_Everest_Titanium_Plus_2.png",[11,13,14],"Review_Article_Ford_Everest_Titanium_Plus_3.png","Review_Article_Ford_Everest_Titanium_Plus_4.png","10 มีนาคม 2569",1777136577574]