[{"data":1,"prerenderedAt":20},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":19},"20260309164356558830",2,3,"Honda City Hatchback vs Toyota Yaris เปรียบเทียบ B-Segment Hatchback เจ้าตลาด 2026 พร้อมราคา","Content by Headlightmag\n-----\nHonda City Hatchback vs Toyota Yaris เปรียบเทียบ B-Segment Hatchback เจ้าตลาด เมื่อกล่าวถึงรถยนต์พิกัดที่ได้รับความนิยมตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมาในประเทศไทย หนึ่งในนั้นก็จะต้องประกอบด้วยรถพิกัด B-Segment Hatchback อย่าง Honda City Hatchback และ Toyota Yaris Hatchback \n\nซึ่งเพิ่งจะได้รับการปรับรายการอุปกรณ์มาตรฐานไป เมื่อต้นปี 2026 ที่ผ่านมาเพื่อกระตุ้นตลาด โดยมีการเพิ่ม ระบบความปลอดภัยก่อนการชน Pre-collision System และระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Alert ให้กับรุ่นย่อยเริ่มต้น และรุ่นย่อยกลาง (Sport และ Smart)\n-----\n\nในด้านขนาดตัวถังเมื่อเปรียบเทียบรถยนต์ทั้งสองรุ่นจะพบว่า Honda City จะมีขนาดตัวถังที่ใหญ่กว่า Toyota Yaris Hatchback ในทุกมิติตัวถัง อีกทั้งยังจะมีความได้เปรียบในด้านความสดใหม่ของพื้นฐานงานวิศวกรรมตัวรถ\n\nในด้านอุปกรณ์ภายนอกทั้งคู่จะมาพร้อมกับไฟหน้า LED พร้อม DRL เปิด-ปิด อัตโนมัติและมีการติดตั้งระบบใบปัดฝนอัตโนมัติในรุ่นท็อป แต่ City จะโดดเด่นกว่าตรงที่จะมีไฟตัดหมอกติดตั้งมาให้ และมีการติดตั้งล้ออัลลอยขนาดใหญ่เต็มซุ้ม ขนาด 16 นิ้ว มาให้ อีกทั้งยังมีระบบเปิด-ปิด ไฟสูงอัตโนมัติมาให้ นอกเหนือจากนั้น อุปกรณ์มาตรฐานรายการอื่นๆ ก็มีมาให้ครบถ้วนพอกัน\n-----\n\nภายในของทั้งสองรุ่นตกแต่งภายในด้วยโทนสีดำ รถยนต์ทั้งสองรุ่นมีอุปกรณ์มาตรฐานมาให้ครบ ไม่ว่าจะเป็นระบบกุญแจอัจฉริยะ Honda Smart Key System / Toyota Smart Entry & Push Start เบาะนั่งหุ้มด้วยหนัง กระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า โดยที่ Yaris จะมีหน้าจอกลางขนาดใหญ่สุด 9 นิ้ว ซึ่งใหญ่กว่าของ City ทั้งสองรุ่นจะมาพร้อมกับมาตรวัดที่มีจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ แต่ของ City e:HEV จะได้หน้าจอแสดงผลที่มาตรวัดที่ใหญ่กว่าในรุ่นไฮบริด นอกจากนี้ ยังเหนือกว่าด้วยระบบเบรกมือไฟฟ้า และ Auto Brake Hold ในรุ่นไฮบริด ระบบ Paddle Shift และลำโพงจำนวนสูงสุด 8 ตำแหน่ง\n-----\n\nในด้านขุมพลังขับเคลื่อนของ Toyota Yaris มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.2 ลิตร กำลังสูงสุด 92 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 109 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i จากการทดสอบบนถนนจริงตามมาตรฐานของ Headlightmag.com สามารถทำอัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่ง 0-100 km/h ภายใน 14.32 วินาที อัตราเร่งช่วงกลาง 80-120 km/h ภายใน 10.91 วินาที และมีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเมื่อวิ่งที่ความเร็ว 100 km/h อยู่ที่ 17.61 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งจะสู้ City ไม่ได้ทั้งอัตราเร่งและ\n-----\n\nอัตราการสิ้นเปลืองเนื่องจากกำลังเครื่องยนต์ที่น้อยกว่า\nส่วน Honda City จะมาพร้อมกับ ขุมพลังเครื่องยนต์ 2 แบบ ได้แก่เครื่องยนต์ e:HEV และเครื่องยนต์เบนซิน 1.0 เทอร์โบ โดยมีรายละเอียดดังนี้\n\n* เครื่องยนต์เบนซิน 1.0 เทอร์โบ เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.0 เทอร์โบ กำลังสูงสุด 122 แรงม้า แรงบิดสูงสุดที่ 173 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ CVT จากการทดสอบบนถนนจริงตามมาตรฐานของ Headlightmag.com สามารถทำอัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่ง 0-100 km/h ภายใน 10.64 วินาที อัตราเร่งช่วงกลาง 80-120 km/h ภายใน 7.59 วินาที และมีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเมื่อวิ่งที่ความเร็ว 100 km/h อยู่ที่ 19.78 กิโลเมตรต่อลิตร\n\n* เครื่องยนต์ 1.5 e:HEV (Full Hybrid) เครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว กำลังสูงสุดรวม 126 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุดของมอเตอร์ขับเคลื่อน 253 นิวตันเมตร ด้วยแบตเตอรี่ Lithium-ion จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT จากการทดสอบบนถนนจริงตามมาตรฐานของ Headlightmag.com สามารถทำอัตราเร่งจากจุดหยุดนิ่ง 0-100 km/h ภายใน 9.32 วินาที อัตราเร่งช่วงกลาง 80-120 km/h ภายใน 7.14 วินาที และมีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเมื่อวิ่งที่ความเร็ว 100 km/h อยู่ที่ 20.06 กิโลเมตรต่อลิตร\n\n-----\nระบบความปลอดภัย Yaris Hatchback จะเด่นที่มีม่านถุงลมนิรภัยด้านข้างมาให้ทุกรุ่นย่อย แต่ City Hatchback จะเด่นที่จะมีระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน Honda SENSING มาให้ทุกรุ่นย่อยตั้งแต่ตัวเริ่มต้น เช่นระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (CMBS) ระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (LKAS) ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (RDM with LDW) ระบบไฟสูงอัตโนมัติ (AHB) ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ (LCDN) และโดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบ Adaptive Cruise Control ที่ช่วยในการขับขี่ในความเร็วเดินทางจนถึงจุดหยุดนิ่ง \n\nขณะที่ Toyota Yaris จะมีเพียง ระบบความปลอดภัยก่อนการชน Pre-collision System และระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลน Lane Departure Alert เท่านั้นที่จะให้มาในทุกรุ่นย่อย และจะไม่มีระบบช่วยรักษารถให้อยู่ในเลน และระบบล็อกความเร็วแบบแปรผัน Adaptive Cruise Control มาให้แบบ Honda City Hatchback\n\nความแตกต่างอีกประการหนึ่งคือระบบเตือนรถในจุดอับสายตาของ City Hatchback จะเป็นแบบ Honda LaneWatch ใช้กล้องส่องจากกระจกมองข้าง แต่ Toyota Yaris Hatchback จะเป็นแบบ Blind Spot Monitoring (BSM)\nทั้งนี้ราคาจำหน่ายของทั้งสองรุ่นมีดังนี้\n\n-----\nราคา\nToyota Yaris (MY2026)\n- รุ่น Yaris 1.2 Sport CVT : 584,000 บาท\n- รุ่น Yaris 1.2 Smart CVT : 644,000 บาท\n- รุ่น  Yaris 1.2 Premium CVT : 689,000 บาท\n\nHonda City Hatchback\n- รุ่น City 1.0 Turbo Hatchback S+ : 599,000 บาท\n- รุ่น City 1.0 Turbo Hatchback SV : 679,000 บาท\n- รุ่น City 1.0 Turbo Hatchback RS : 749,000 บาท\n\n-----\nกล่าวโดยสรุปคือ Toyota Yaris จะได้เปรียบที่ราคาที่เริ่มต้นถูกกว่า และเครื่องยนต์ที่เป็นเครื่องยนต์สันดาปล้วน ทำให้ง่ายต่อการบำรุงรักษาในระยะยาว ส่วน Honda City จะมีตัวเลือกขุมพลังมากกว่า โดยมีทั้งเครื่องเทอร์โบ และเครื่องไฮบริด อีกทั้งยังมีลูกเล่นมากกว่าในเรื่องรายการอุปกรณ์มาตรฐาน แต่ก็ต้องแลกมาด้วยราคาจำหน่ายที่สูงกว่า","Cover_H2H_Article_City_Hatchback_vs_Yaris_Ativ.png",null,"","H2H_Article_City_Hatchback_vs_Yaris_Ativ_1.png",[12,14,15,16,17,18],"H2H_Article_City_Hatchback_vs_Yaris_Ativ_2.png","H2H_Article_City_Hatchback_vs_Yaris_Ativ_3.png","H2H_Article_City_Hatchback_vs_Yaris_Ativ_4.png","H2H_Article_City_Hatchback_vs_Yaris_Ativ_5.png","H2H_Article_City_Hatchback_vs_Yaris_Ativ_6.png","9 มีนาคม 2569",1777136577575]