[{"data":1,"prerenderedAt":19},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":5,"title_th":6,"description_th":7,"banner_image":8,"jw_media_id":9,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":18},"20260322153422793514",2,"Toyota bZ4X ขับเคลื่อนล้อหน้า ไฟฟ้าคันนี้ไม่ได้มีดีที่สเปก พร้อมราคา","Content by Headlightmag\n-----\nการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้า Toyota bZ4X ใหม่ เมื่อปีที่ผ่านมา ต่างทำให้หลายคนสนใจ ในฐานะแบรนด์เจ้าตลาด\n\nแต่เมื่อสเปกตัวรถเผยออกมาหลายคนอาจมองว่า ซื้อรถจีนพรีเมียมนั้นน่าจะดีกว่า แต่หลังจากที่ได้ลองสัมผัส Toyota bZ4X เราค้นพบว่า จุดขายของมันไม่ใช่สิ่งที่อยู่บนกระดาษ\n\nโครงการพัฒนาตัวรถ Toyota bZ4X เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างโตโยต้า และ ซูบารุ จับมือร่วมกันพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าขึ้นมาขาย คล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นกับโครงการ Toyota 86 และ Subaru BRZ\n\nแม้ว่าทั้งสองอาจจะมีมองต่างกันบ้างในแง่ลูกค้าของแต่ละแบรนด์ แต่การร่วมหัวจมท้ายกันในโครงการนี้ก็สะท้อนว่า ทั้งสองต่างมีเป้าประสงค์เดียวกัน\n\nที่ได้มาสัมผัสครั้งนี้ เป็นรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า เป็นไลน์อัปใหม่ที่เพิ่งแนะนำในตอนปรับปรุงโฉมในครั้งนี้\nตัวรถจัดการปรับงานออกแบบภายนอกใหม่แนะนำเส้นสาย Hammerhead เอกลักษณ์ใหม่ได้แรงบันดาลใจจากฉลามหัวค้อน\n\nเดินตามทิศทางการออกแบบยุคใหม่ด้วยไฟหน้าแยกชิ้นออกมาจากไฟเลี้ยวและไฟ DRL ช่วยให้งานออกแบบครบเครื่องเป็นไปในทางสปอร์ตกว่ารุ่นเดิม ชุดล้อขนาด 20 นิ้วลายใหม่ ติดตั้งเข้ามา ซุ้มล้อปรับมาเป็นสีดำเงาเสริมความรู้สึกพรีเมียมกว่าเดิม จากเดิมพยายามทำออกมาเป็นรถดูกึ่งลุย \n\nตัวรถออกแบบทรงกึ่งท้ายลาด ให้ความสปอร์ต มีดีไซน์แอบเป็นเก๋งกลายๆ หลักอากาศพลศาสตร์ถูกทำมาครบเครื่องไม่ว่าจะช่องรีดลมทางด้านหน้า, ซุ้มล้อทางด้านข้าง สปอยเลอร์หลังคาเล่นระดับ หรือกระทั่งทรงรถท้ายลาด ทำให้รถคันนี้มีความปราดเปรียว\n\nก้าวมาภายใน จุดแตกต่างจากเดิม คือการเอากรอบข้างช่วงมาตรวัดออกไป ลดการบังสายตา ชุดจอเรือนไมล์เท่าเดิม มีขนาด 7 นิ้ว จอกลางปรับใหญ่ขึ้นเป็นขนาด 14 นิ้ว อินเตอร์เฟซไม่ได้หวือหวา แต่เน้นความง่ายในการใช้งาน\n-----\n\nข้อดีของรถยนต์ไฟฟ้าจากโตโยต้า คือยังมีปุ่มเยอะ ใช้งานง่าย สะดวก  เข้าถึงทุกฟังก์ชันเพียงปลายนิ้วสัมผัส ทำให้สะดวก หลังพวงมาลัยมีแป้น Paddle Shift ช่วยในการควบคุมการรีเจน แป้นคันเร่งเลือกใช้แบบ Organ Type คล้ายรถยุโรป\n\nเบาะนั่งคู่หน้าให้ฟังก์ชันทั้งอุ่นร้อนและระบายอากาศ เบาะมีขนาดใหญ่พอตัว ดีพอจะเดินทาง 2-3 ชั่วโมง โดยไม่เมื่อยหลัง ฝั่งคนขับมีบันทึกท่านั่ง 2 ตำแหน่ง พร้อมกับตัวดันหลัง\n\nด้านที่โดยสารตอนหลังเป็น Sofa Seat ขนาดใหญ่ แต่ติดตั้งเบาะนั่งไว้ค่อนข้างเตี้ย บางคนอาจจะรู้สึกว่าท่านั่งไม่สบาย แค่ท่ามันรู้สึกแปลกๆ เท่านั้น ตัวเบาะสามารถปรับได้ 2 ระดับ จะนั่ง หรือจะผ่อนคลาย เบาะสามารถปรับพับได้ 60:40 เมื่อพับก็มีพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่\n\nอันที่จริง, จุดเด่นของรถ คือ พื้นที่สัมภาระหลังมีความยาวพอสมควร สามารถจุของต่างๆ ได้สบาย โดยเฉพาะสายเดินทางทั้งหลาย สบายใจหายห่วง\n-----\n\nทดลองขับ ด้วยความเป็นรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า จึงเป็นรถที่เหมาะเดินทางไกล แต่ถ้าใครกำลังเล็งรุ่น AWD คันนั้นจะพอสมบุกสมบันได้ ใต้เรือนร่างของรถคันนี้ มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าตัวเดี่ยว ให้กำลังขับสูงสุด 224 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 269 นิวตันเมตร\n\nในแง่ความรู้สึก มันจะพุ่งประมาณรถสปอร์ตเครื่อง 2.0 N/A ความรู้สึกใกล้เคียงกับ Toyota 86 แต่ตอบสนองดีกว่า จากธรรมชาติการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า ตอบสนองฉับพลันทันใจ โหมดการขับขี่มีให้เลือก 2 โหมด คือ Eco และ Normal\n\nแต่ละโหมดตอบสนองในการควบคุมคันเร่ง กระบวนการรีเจน เท่านั้น น่าแปลกที่ในแง่การโดยสาร โหมด Eco ทำการรีเจนออกมาได้ค่อนข้างดีกว่า ทำให้ผู้โดยสารรู้สึกสบายกว่าในการโดยสาร\nโหมด Normal จะเหมาะกับการเดินทางไกลยาว รถจะมีการตอบสนองคันเร่งที่ดีกว่า เหยียบแล้วพุ่ง จุดสังเกต รถคันนี้ไม่มีโหมด Sport อาจจะด้วยความตั้งใจว่า รถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้เกิดมาเพื่อซิ่ง เหมาะแก่การใช้งานทั่วไป\n-----\n\nสิ่งที่น่าประทับใจ คือการควบคุมตัวรถทำออกมาดี จนใครกำลังคิดจะซื้อรถยนต์ไฟฟ้าราคาล้านกลาง สมควรมาทดลองขับ โตโยต้า และซูบารุ ลงแรงไปกับการเซ็ตรถมาพอสมควร โดยเฉพาะช่วงล่างเซ็ตอัพวิศวกรรมพื้นฐาน กล่าวได้เต็มปากว่าคือ ซูบารุ\n\nช่วงล่างมีอาการที่ค่อนข้างจะแน่น มั่นใจ และนั่งสบาย โช้คมีช่วงยืดยุบยาว แต่ตอบสนองไว สังเกตได้ในช่วงจังหวะถนนไม่ดี หรือคอสะพาน คุณจะกล้ารูด กล้าบู้กับมัน\n\nพวงมาลัย เซ็ตออกมาให้มีความคมมอบความรู้สึกสปอร์ต ขับทางไกลไม่ควรเผลอ พวงมาลัยค่อนข้างไว แต่รถกลับเซ็ตน้ำหนักออกมาเยอะ จนบางความรู้สึก แอบคิดถึงอาการพวงมาลัยพาวเวอร์ อาจด้วยความเป็นรถที่เน้นการวิ่งเดินทางไกล มากกว่าใช้ในเมือง\nทางด้านการชาร์จไฟ รถคันนี้รองรับการชาร์จ DC สูงสุด 150 kW เป็นตัวเลขที่ค่อนข้างน้อยกว่าคู่แข่ง แต่จากการใช้งานจริงในหลายสถานการณ์กลับพอเพียง โดยเฉพาะการชาร์จสถานการณ์จริง อาจต้องเจอเพื่อนร่วมทางและตู้ชาร์จมาตรฐานในประเทศไทยอยู่ในระดับ 125-150 kW อาจมีเพียงบางเจ้าที่เริ่มนำเสนอตู้ชาร์จที่เร็วกว่า\n-----\n\nถ้าชาร์จเดี่ยวๆ คนเดียว สามารถวิ่งได้จริง 130-140 kW ในช่วงแบตเตอรี่ต่ำกว่า 60% และลดความเร็วการชาร์จลงตามลำดับ เมื่อแบตเตอรี่อยู่ในระดับที่สูงขึ้น ข้อดีอีกประการ คือ AC 22 kW เหมาะสมต่อการใช้งานในเขตเมือง ทำให้เติมไฟได้เร็ว โดยคุณไม่ต้องแวะ DC ช่วยประหยัดเวลา และทำให้การใช้ชีวิตง่ายขึ้น\n\nภาพรวม Toyota bZ4X ขับเคลื่อนล้อหน้า ถือเป็นรถที่ตอบตอบโจทย์ในการเดินทางจริงจัง สำหรับการใช้งานเดินทางไกล แม้ว่ามันจะไม่เด่นที่สุดในแง่ของสเปกตัวรถ โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับทางค่ายจีนทั้งหลาย แต่จุดขายมันคือรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ไม่ใช่คอมพิวเตอร์ติดล้อ\n\nราคาขอ Toyota bZ4X  \n- รุ่น FWD ราคา 1,529,000 บาท\n- รุ่น AWD ราคา 1,649,000 บาท","Review_Article_Toyota_bZ4X_FWD_1revised.png",null,"","Review_Article_Toyota_bZ4X_FWD_1.png",[11,13,14,15,16,17],"Review_Article_Toyota_bZ4X_FWD_2.png","Review_Article_Toyota_bZ4X_FWD_6.png","Review_Article_Toyota_bZ4X_FWD_3.png","Review_Article_Toyota_bZ4X_FWD_4.png","Review_Article_Toyota_bZ4X_FWD_5.png","25 มีนาคม 2569",1778346196856]