[{"data":1,"prerenderedAt":19},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":5,"title_th":6,"description_th":7,"banner_image":8,"jw_media_id":9,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":18},"20260329201747084284",2,"MG IM5 ขายความล้ำ เพิ่มความสปอร์ตที่น่าจับตามอง พร้อมราคา","Content by Headlightmag\n-----\n\nปีที่ผ่านมาMG  ก้าวเข้ามาในตลาดรถสปอร์ต ด้วย  MG IM6  จนกลายคนสนใจและมียอดขายพุ่งทะยาน มาในปีนี้ ทางเอ็มจี เปิดตัวแฝดซีดาน  MG IM5 เข้ามาจับใจคนมองหาเก๋งพรีเมี่ยมขับด้วยไฟฟ้า \n \nMG IM 5 เปิดตัวขายเพียงรุ่นเดียวในรหัส  Long Range  เปิดราคาขาย 1,449,900 บาทเป็นราคาพิเศษ* เสนอขายในช่วงงานมอเตอร์โชว์ \n -----\n\nด้วยจุดเด่นการโชว์รถที่มีศักยภาพทางด้านความสปอร์ต พร้อมเดินทางไกล ในราคาไม่ไกลเกินเอื้อม เป็นจุดขายให้ใครหลายคนสนใจในยุคน้ำมันราคาแพง \n \nเจอหน้าตัวรถ MG IM 5 แนะนำด้วยทรวดทรงที่เหมือนกับพี่ใหญ่ปีที่แล้ว แต่ดูเฉียบคมกว่าในทุกมุมมอง ด้วยการเปลี่ยนแนวสู่รถเก๋ง มีทรงเพรียวบาง สปอร์ต พกบั้นท้ายลาดมีสไตล์ ให้ความลู่ลมทันสมัย จนค่าสัมประสิทธิเสียดทานอากาศเพียง 0.226 cd เท่ากับรถสปอร์ตชั้นนำ\n \nในห้องโดยสารเข้ามาคุ้นหน้าตากับเบาะนั่ง PoPo Sofa เบาะนั่งทรงขนมปังให้ปลา ให้ความทันสมัยผ่านหน้าจอใหญ่ 26.3 นิ้ว เป็นวาง 2 จอ ติดต่อกันให้ความรู้สึกเต็มตา \n \nจอด้านล่างขนาด 10.5 นิ้ว มีหน้าที่ ควบคุมตัวรถ ทั้งหมดทำงานผ่านระบบปฏิบัติการ IM OS ช่วยให้คุมทุกอย่างได้ดั่งใจ  และทันใจใช้ชิปเซท จาก  Qualcomm  Snap Dragon 82955\n \nมาดูตัวรถวันนี้ ได้ลองขับด้วยคร่าวแม้ว่าจะเป็นการวนเพียงเล็กน้อย แต่ก็พอบอกได้ \n \nใต้เรือนร่างรถคันนี้พกมอเตอร์เดี่ยวให้กำลังขับสูงสุด 407 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร มีกำลังขับเหลือเฟืองมากพอ  สำหรับรถขนาดพิกัด 2 คันกลางๆ พุ่งทะยานราวกับรถสปอร์ต \n-----\n\nจุดขายสำคัญ เทียบกับ  MG IM 6 คือการเซทรถมาในโทนสปอร์ตมากขึ้น ช่วงล่างมีความเป็นเก๋ง อาจทำให้รู้สึดตึงตังกว่า เก็บรอยต่อถนนมากกว่า ในความรู้สึก \n \nแต่ก็รู้สึกถึงความไวความคล่องตัวกว่า และอาการโคลงของรถที่ค่อนข้างน้อยกว่า เมื่อเปรียบเทียบกัน \n \nMG  เตรียมสถานีในสนามไว้ให้เรารองความคล่องตัว โดยจำลองว่าคุณจะต้อง ขับผ่านซอยแคบๆ\n \nด้วยระบบเลี้ยว 4 ล้อของรถยนต์รุ่นนี้ทำให้สามารถบังคับรถใหญ่คันโตผ่าน  เส้นทางที่ค่อนข้างแคบได้\n \nรถคันนี้มอบวงเลี้ยวแคบเพียง 4.99 เมตร หรือ มันมีวงเลี้ยวใกล้เคียงกับรถระดับซิตี้คาร์ ด้วยการใช้ความสามารถระบบเลี้ยว 4 ล้อ \n-----\n\nสิ่งที่  IM 5 ยังคงมุ่งเน้นตอบลูกค้า คือการมอบประสบการณ์ขับขี่เหนือระดับ ผ่านความชาญฉลาด \n \nด้วยซอฟต์แวร์ช่วยจัดการ เช่นระบบช่วยถอยหลังอัตโนมัติ ถอยได้ไกลถึง 100 เมตร \nระบบช่วยจอดรถ สามารถช่วยให้คุณสะดวกสบายในการขับขี่ โดยเฉพาะเส้นทางในเมือง ที่มีความคับแคบ และยังช่วยนำรถออกจากที่จอดได้ด้วย \n \nอันที่จริง ส่วนที่ผมชอบมากที่สุด และยังมีในคันนี้คือระบบ Rainy  Night Mode เมื่อขับรถท่ามกลางฝนตก สามารถเปิดใช้เซ็นเซอร์ทั้งหมด ซึ่งจะประมวลผลในการมองหา วัตถุต่างๆ รอบตัว \n \n - เซ็นเซอร์และกล้อง จะจับภาพขึ้นมาประมวลผล ช่วยให้ขับรถได้อย่างปลอดภัย \n - รวมถึงระบบจอภาพทางด้านหน้า ช่วยลดการบดบังมุมอับสายตาในเสา  A \n \nรถยังมาพร้อมความชาญฉลาดอีกมากมาย ช่วยนำเสนอมอบประสบการณ์ขับขี่ยุคใหม่ ตามชื่อ  Intelligent Mobility \n \nหลังจากขับขี่ ส่วนที่ต่างจริงระหว่างรุ่น  SUV กับตัวซีดาน คือตัวตน \n \nคนส่วนใหญ่อาจมองว่าจะซื้อทั้งที เอาอเนกประสงค์ดีกว่า แต่พอขับแล้ว รู้สึกได้ในแรกสัมผัสว่า ตัว IM5  ค่อนไปทางสปอร์ตมากกว่า \n-----\n\nส่วนจุดขายหลักอย่างระยะทางต่อการชาร์จ สูงสุด 860 ก.ม./การชาร์จ ตามาตรฐาน NEDC รองรับการชาร์จ DC ด้วยความเร็วสูงสุด 396 kW นับว่าเพียงพอต่อการใช้งานของทุกคน \n \nสามารถแทบจะวิ่งยาวชาร์จเดียวไปเชียงใหม่ได้ ถ้าคุณไม่ได้ขับรถหนัก ซิ่งตลอดทาง \n \nภาพรวมมันจึงเป็นรถที่น่าสนใจ ในราคา\nIM5 Premium Long Range RWD : 1,449,900 บาท*\n(*ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว หลังจากนั้น จะมีการปรับเพิ่มขึ้น 100,000 บาท เป็น 1,549,900 บาท)\n \nด้วยพื้นฐาน 800 โวล์ต และเป็นรถล้ำหน้าทันสมัย ครบทุกความต้องดาร ทั้งแรง ฉลาด ทรงสวย ตัวเลือกแบบนี้ในตลาดมีไม่มาก ในวันนี้ ","Cover_Review_Article_MG_IM_5r.png",null,"","Review_Article_MG_IM_5_1.png",[11,13,14,15,16,17],"Review_Article_MG_IM_5_2.png","Review_Article_MG_IM_5_3.png","Review_Article_MG_IM_5_4.png","Review_Article_MG_IM_5_5.png","Review_Article_MG_IM_5_6.png","30 มีนาคม 2569",1779555738340]