Auto Club

รีวิวทดลองขับ Mazda 6e หนึ่งในพระเอกจาก Motor Show 2026 พร้อมราคา

30 มีนาคม 2569

Content by Headlightmag ----- Mazda ประเทศไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาอยู่ในภาวะที่เงียบผิดปกติ ความเคลื่อนไหวในตลาดดูเบาบางลง กระทั่งมีข่าวศูนย์บริการบางแห่งปิดตัวหรือเปลี่ยนมือ จนหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่าแบรนด์นี้ยังมีแรงพอจะไปต่อหรือไม่ แต่จังหวะสำคัญก็มาถึง เมื่อ Mazda กลับมาเอาจริงกับตลาดรถไฟฟ้าอีกครั้ง ผ่านการเปิดตัว Mazda 6e รถรุ่นใหม่ที่เรียกความสนใจได้มากกว่าที่คาด เหตุผลสำคัญที่ทำให้ Mazda 6e กลายเป็นกระแสอย่างรวดเร็ว คือมันถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานงานวิศวกรรมของ CHANGAN Deepal L07 และถูกนำเข้าจากประเทศจีนโดยตรง ทำให้ต้นทุนด้านภาษีนำเข้าลดลงอย่างมีนัยยะ จน Mazda สามารถตั้งราคาจำหน่ายได้เร้าใจที่ 1,169,000 - 1,199,000 บาท ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่ ถูก แต่คือราคาที่ทำให้คนจำนวนมากหยุดมอง และเริ่มคิดจริงจังว่า รถ Sedan ไฟฟ้าขนาดใหญ่จาก Mazda อาจเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดคันหนึ่งในตลาด ส่งผลให้บูธ Mazda ในงาน Bangkok International Motor Show ที่ผ่านมา กลับมาคึกคักแน่นขนัดแบบที่ไม่เห็นมาหลายปี Mazda 6e เป็นรถไฟฟ้าทรง Sedan ที่ผสมท้ายแบบ Fastback ช่วยให้ภาพลักษณ์ดูสปอร์ตขึ้น ตัวรถมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่หลายคนคิด เพราะมีความยาว 4,921 มิลลิเมตร กว้าง 1,890 มิลลิเมตร สูง 1,491 มิลลิเมตร และฐานล้อยาว 2,895 มิลลิเมตร ซึ่งใหญ่กว่า D-Segment แบบดั้งเดิมชัดเจน ทำให้มันไม่ใช่ Mazda 6 ที่กลับมาในร่าง EV แต่เป็นรถใหม่ที่ถูกวางบทบาทให้เป็นเรือธงยุคไฟฟ้าอย่างแท้จริง แต่การที่ Mazda 6e ใช้พื้นฐานจาก Deepal L07 ก็ทำให้เกิดคำถามทันที เพราะถ้าใครเคยขับ L07 มาก่อน จะจำได้ดีถึงบุคลิกช่วงล่างที่ย้วยยวบ พวงมาลัยที่ไม่เป็นธรรมชาติ ไม่ Linear และมีความ Robotic อยู่พอสมควร ต่อให้รถแรงและดูทันสมัย แต่ถ้าความรู้สึกหลังพวงมาลัยไม่ดีพอ มันก็ไม่ใช่รถที่อยากขับทุกวัน นี่จึงเป็นโจทย์ที่ Mazda ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ารถคันนี้จะยังมีตัวตนของ Mazda อยู่ครบ และสิ่งที่น่าสนใจคือ Mazda ไม่ได้แค่เปลี่ยนตราแล้วขาย แต่ลงทุนปรับปรุงรายละเอียดทางวิศวกรรมจริง ทั้งพวงมาลัย ช่วงล่าง เบรก และการเก็บเสียง เพื่อให้รถออกมาใกล้เคียงคำว่า Mazda มากที่สุด พวงมาลัยยังเป็นแบบ Rack & Pinion พร้อมระบบผ่อนแรงไฟฟ้า EPAS แต่ถูกปรับจูนซอฟต์แวร์ใหม่ทั้งหมด เพื่อลดความทื่อและอาการ Robotic ในช่วงถือตรง เพิ่มความคม และทำให้การตอบสนอง Linear มากขึ้น สั่งเท่าไหร่เลี้ยวเท่านั้น ซึ่งนี่คือจุดที่ Mazda ให้ความสำคัญมาตลอด เพราะพวงมาลัยคือหัวใจของคำว่า รถขับดี ในแบบของแบรนด์นี้ ----- ช่วงล่างก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหน้าและหลัง เปลี่ยนโช้คอัพทั้ง 4 ต้น และเปลี่ยนปีกนกใหม่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อเพิ่มความหนึบ ควบคุมมวลรถได้ดีขึ้น และซับแรงสะเทือนได้ละเอียดกว่าเดิม ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะ L07 เดิมถูกว

...อ่านเพิ่มเติม