[{"data":1,"prerenderedAt":19},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":5,"title_th":6,"description_th":7,"banner_image":8,"jw_media_id":9,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":18},"20260329201959010248",2,"รีวิวทดลองขับ Mazda 6e หนึ่งในพระเอกจาก Motor Show 2026 พร้อมราคา","Content by Headlightmag\n-----\n\nMazda ประเทศไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาอยู่ในภาวะที่เงียบผิดปกติ ความเคลื่อนไหวในตลาดดูเบาบางลง กระทั่งมีข่าวศูนย์บริการบางแห่งปิดตัวหรือเปลี่ยนมือ จนหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่าแบรนด์นี้ยังมีแรงพอจะไปต่อหรือไม่ แต่จังหวะสำคัญก็มาถึง เมื่อ Mazda กลับมาเอาจริงกับตลาดรถไฟฟ้าอีกครั้ง ผ่านการเปิดตัว Mazda 6e รถรุ่นใหม่ที่เรียกความสนใจได้มากกว่าที่คาด\nเหตุผลสำคัญที่ทำให้ Mazda 6e กลายเป็นกระแสอย่างรวดเร็ว คือมันถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานงานวิศวกรรมของ CHANGAN Deepal L07 และถูกนำเข้าจากประเทศจีนโดยตรง ทำให้ต้นทุนด้านภาษีนำเข้าลดลงอย่างมีนัยยะ จน Mazda สามารถตั้งราคาจำหน่ายได้เร้าใจที่ 1,169,000 - 1,199,000 บาท ตัวเลขนี้ไม่ใช่แค่ ถูก แต่คือราคาที่ทำให้คนจำนวนมากหยุดมอง และเริ่มคิดจริงจังว่า รถ Sedan ไฟฟ้าขนาดใหญ่จาก Mazda อาจเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่าที่สุดคันหนึ่งในตลาด ส่งผลให้บูธ Mazda ในงาน Bangkok International Motor Show ที่ผ่านมา กลับมาคึกคักแน่นขนัดแบบที่ไม่เห็นมาหลายปี\nMazda 6e เป็นรถไฟฟ้าทรง Sedan ที่ผสมท้ายแบบ Fastback ช่วยให้ภาพลักษณ์ดูสปอร์ตขึ้น ตัวรถมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่หลายคนคิด เพราะมีความยาว 4,921 มิลลิเมตร กว้าง 1,890 มิลลิเมตร สูง 1,491 มิลลิเมตร และฐานล้อยาว 2,895 มิลลิเมตร ซึ่งใหญ่กว่า D-Segment แบบดั้งเดิมชัดเจน ทำให้มันไม่ใช่ Mazda 6 ที่กลับมาในร่าง EV แต่เป็นรถใหม่ที่ถูกวางบทบาทให้เป็นเรือธงยุคไฟฟ้าอย่างแท้จริง\nแต่การที่ Mazda 6e ใช้พื้นฐานจาก Deepal L07 ก็ทำให้เกิดคำถามทันที เพราะถ้าใครเคยขับ L07 มาก่อน จะจำได้ดีถึงบุคลิกช่วงล่างที่ย้วยยวบ พวงมาลัยที่ไม่เป็นธรรมชาติ ไม่ Linear และมีความ Robotic อยู่พอสมควร ต่อให้รถแรงและดูทันสมัย แต่ถ้าความรู้สึกหลังพวงมาลัยไม่ดีพอ มันก็ไม่ใช่รถที่อยากขับทุกวัน นี่จึงเป็นโจทย์ที่ Mazda ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ารถคันนี้จะยังมีตัวตนของ Mazda อยู่ครบ และสิ่งที่น่าสนใจคือ Mazda ไม่ได้แค่เปลี่ยนตราแล้วขาย แต่ลงทุนปรับปรุงรายละเอียดทางวิศวกรรมจริง ทั้งพวงมาลัย ช่วงล่าง เบรก และการเก็บเสียง เพื่อให้รถออกมาใกล้เคียงคำว่า Mazda มากที่สุด\nพวงมาลัยยังเป็นแบบ Rack & Pinion พร้อมระบบผ่อนแรงไฟฟ้า EPAS แต่ถูกปรับจูนซอฟต์แวร์ใหม่ทั้งหมด เพื่อลดความทื่อและอาการ Robotic ในช่วงถือตรง เพิ่มความคม และทำให้การตอบสนอง Linear มากขึ้น สั่งเท่าไหร่เลี้ยวเท่านั้น ซึ่งนี่คือจุดที่ Mazda ให้ความสำคัญมาตลอด เพราะพวงมาลัยคือหัวใจของคำว่า รถขับดี ในแบบของแบรนด์นี้\n-----\n\nช่วงล่างก็ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหน้าและหลัง เปลี่ยนโช้คอัพทั้ง 4 ต้น และเปลี่ยนปีกนกใหม่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อเพิ่มความหนึบ ควบคุมมวลรถได้ดีขึ้น และซับแรงสะเทือนได้ละเอียดกว่าเดิม ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะ L07 เดิมถูกวิจารณ์หนักเรื่องความย้วยและอาการโยนตัวเมื่อเจอจังหวะเปลี่ยนทิศทางเร็วๆ\nระบบเบรกเป็นดิสก์ทั้ง 4 ล้อ คู่หน้าแบบมีรูระบายความร้อน และถูกปรับจูนซอฟต์แวร์ใหม่ รวมถึงการทำงานร่วมกับระบบ Regenerative Brake เพื่อให้ฟีลเบรกนุ่มนวลขึ้น ลดอาการเมารถ และทำให้การตอบสนองเป็นธรรมชาติ พร้อมระบบ ABS, EBD และ Brake Assist ซึ่งสิ่งสำคัญไม่ใช่แค่มีอุปกรณ์ครบ แต่คือการทำให้เบรกจริงกับการชาร์จไฟกลับเข้ากันได้เนียนพอ เพราะรถไฟฟ้าหลายรุ่นยังมีอาการเบรกแข็งหรือหน่วงแบบคาดเดายาก\n-----\nMazda ยังเพิ่มการเก็บเสียงด้วยการปรับปรุง NVH ใส่วัสดุซับเสียงเพิ่มตามจุดต่างๆ โดยเน้นบริเวณผนังกั้นด้านหน้า แม้รถไฟฟ้าจะไม่มีเสียงเครื่องยนต์ แต่เสียงลมและเสียงยางกลับเป็นสิ่งที่ทำให้รถดูพรีเมียมหรือไม่พรีเมียมได้ทันที\nงานออกแบบภายนอกถูกปรับให้มี DNA ความเป็น Mazda ชัดเจนขึ้น ทั้งกระจังหน้า ไฟหน้า ไฟท้าย ล้ออัลลอย รวมถึงสี Soul Red Crystal ที่ช่วยให้รถดูแพงขึ้นแบบไม่ต้องพยายามมาก แม้จะรู้ว่ามีพื้นฐานร่วมกับรถจีน แต่ภาพรวมกลับดูเป็น Mazda มากกว่าที่หลายคนคิด\nภายในห้องโดยสาร Mazda ออกแบบแผงหน้าปัดใหม่ทั้งหมดให้ดูหรูขึ้น วัสดุและโทนสีทำให้บรรยากาศดูอบอุ่น รุ่น Premium ตกแต่งโทนดำ-น้ำตาล ส่วนรุ่น Exclusive ได้เบาะหนังสีน้ำตาลผสม Suede และลวดลาย Diamond เบาะหน้ามีทรงกระชับให้ความรู้สึกคล้ายเบาะสปอร์ตแบบ MX-5 ผสมความหรูของ Mazda 6 รุ่นเดิม พร้อมวัสดุหนัง Nappa สลับ Alcantara ซึ่งเป็นสูตรที่ Mazda ถนัดอยู่แล้ว\nระบบขับเคลื่อนเป็นมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ลูกติดตั้งที่ล้อหลัง ทำให้ Mazda 6e เป็นรถขับหลังเต็มตัว ให้กำลังสูงสุด 192 กิโลวัตต์ หรือ 258 แรงม้า แรงบิด 290 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ LFP ความจุ 77.9 kWh รองรับชาร์จ AC 11 kW และ DC สูงสุด 194 kW ตัวเลขสมรรถนะเคลมจากโรงงานระบุว่า 0-100 km/h ภายใน 8.0 วินาที และระยะทางวิ่งสูงสุด 654 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC\n-----\n\nกิจกรรมทดลองขับจัดขึ้นที่สนามปทุมธานี Speedway โดยมีพี่อั๋น สิรคุปต์ เมทะนี รับหน้าที่หัวหน้า Instructor พาเราผ่านบททดสอบที่ออกแบบให้เห็นบุคลิกของรถชัดเจน ตั้งแต่การออกตัว 0-100 การสลาลอม การเข้าโค้ง การเบรกในโค้ง ไปจนถึงการหักหลบสิ่งกีดขวางด้วยความเร็ว 40 และ 60 กิโลเมตร/ชั่วโมง\nทันทีที่ได้ลองกดคันเร่ง Mazda 6e ก็แสดงให้เห็นว่ามอเตอร์เดี่ยว 258 แรงม้าให้แรงดึงที่เหลือเฟือ การตอบสนองไว ไม่หน่วง และเมื่อปรับเป็น Sport Mode จะคมขึ้นอีกเล็กน้อย ช่วง 0-60 กิโลเมตร/ชั่วโมง เมื่อกดเต็มเท้า ท้ายรถจะยุบ หน้าเชิดเล็กน้อยก่อนพุ่งออกไปอย่างแรง แต่แรงดึงมาแบบต่อเนื่องและนุ่มนวล ไม่กระชากกระทั้นเหมือนรถไฟฟ้าบางรุ่น แรงยังไหลยาวจนถึงราว 80 กิโลเมตร/ชั่วโมงก่อนเริ่มเหี่ยวลงเล็กน้อย\nเมื่อจับเวลา 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงด้วยนาฬิกาจริง ได้ตัวเลข 7.88 วินาที ตรงเคลมแทบเป๊ะ ทั้งที่อุณหภูมิสนามอยู่ราว 32 องศาเซลเซียส ตัวเลขนี้แรงระดับเดียวกับ Nissan X-Trail e-Power e-4ORCE และหากมองในประวัติศาสตร์ Mazda ไทย นี่อาจเป็น Mazda ที่ออกตัวไวที่สุดเท่าที่เคยขายในบ้านเรา เพราะไวกว่า Mazda MX-5 ที่เคยจับเวลากันมาแล้วด้วยซ้ำ\n-----\n\nเมื่อเทียบกับ Deepal L07 รุ่นแบตเตอรี่ 66.8 kWh ที่เคยจับเวลาไว้ในโหมด ECO และ NORMAL ทำได้เฉลี่ย 8.53 วินาที Mazda 6e จึงเร็วกว่าอยู่ราว 0.75 วินาที ซึ่งเป็นความแตกต่างที่รู้สึกได้จริง และยืนยันได้ว่ามอเตอร์เดี่ยวของมันแรงเกินพอ ไม่จำเป็นต้องใช้มอเตอร์คู่ก็ใช้งานได้แบบเหลือเฟือ\nจุดที่ทำให้ Mazda 6e แตกต่างจาก L07 แบบชัดเจนที่สุดไม่ใช่ความแรง แต่คือพวงมาลัยที่ถูกจูนใหม่จนแม่นและเป็นธรรมชาติขึ้นมาก ฟีล Linear สั่งเท่าไหร่เลี้ยวเท่านั้น ในโหมด Normal น้ำหนักออกเบาเอาใจผู้ใช้ทั่วไป แต่พอเข้า Sport น้ำหนักจะหนืดขึ้นเล็กน้อย เพิ่มความมั่นใจในการควบคุมรถอย่างชัดเจน การสลาลอมทำได้คล่องและฉับไวขึ้น และหากใครเคยขับ Mazda 3 รุ่นปัจจุบัน จะพบว่าฟีลพวงมาลัยของ 6e ใกล้เคียงกันมาก\n-----\n\nช่วงล่างในย่านความเร็วต่ำให้ความนุ่มนวล เก็บแรงสะเทือนได้ดี แต่สิ่งที่น่าประทับใจจริงคือการเข้าโค้งที่ทำได้มั่นใจขึ้นชัดเจน รถเอียงน้อยลง และมีบุคลิกแบบ Mazda รุ่นใหม่ๆ ไม่ใช่ความย้วยยวบแบบ L07 เดิมอีกต่อไป ทำให้คำว่า Mazda ลงมือปรับจริง เริ่มมีน้ำหนักขึ้นทันทีที่ได้ลองขับ\nอย่างไรก็ตาม ในจังหวะเบรกจาก 100 กิโลเมตร/ชั่วโมงลงมาจนหยุด พร้อมเลี้ยงซ้ายขวาต่อเนื่อง ยังมีอาการแกว่งด้านข้างให้รู้สึกได้ว่าแบตเตอรี่มีน้ำหนักถ่วงรถและส่งผลต่อ Vehicle Dynamic อยู่บ้าง อาการนี้เคยพบชัดใน L07 แต่ใน Mazda 6e ลดลงไปมาก เหลือเพียงระดับที่รับรู้ได้แต่ไม่ถึงขั้นน่ากังวล\nระบบเบรกให้ฟีลนุ่มนวล คุมง่าย การถ่ายน้ำหนักสมดุล หน้ารถไม่ทิ่มเกินไป แต่ยังมีแรงหน่วงเพียงพอให้ชะลอได้มั่นใจ จุดเด่นคือความต่อเนื่องของการทำงานระหว่างเบรกจริงกับ Regenerative Brake ที่ทำได้เป็นธรรมชาติ ซึ่งสำคัญมากสำหรับรถที่ต้องขายให้ผู้ใช้ทั่วไป เพราะถ้าเบรกกระตุกหรือเปลี่ยนน้ำหนักแปลกๆ จะทำให้ผู้โดยสารเมารถได้ง่ายและทำให้รถดูไม่พรีเมียมทันที\n-----\n\nในด้านความเงียบ หากขับในสนามย่อมเงียบตามสไตล์ EV อยู่แล้ว แต่หากจะตัดสินจริงๆว่าเสียงลมตอนใช้ความเร็วสูงบนถนนจริงจะดังแค่ไหน คงต้องรอรถทดลองขับแบบใช้งานจริงหลังเดือนมิถุนายน เพราะเสียงลมและเสียงยางคือบททดสอบสำคัญของรถไฟฟ้าในยุคนี้\nภาพรวมของ Mazda 6e คือรถที่พิสูจน์ให้เห็นว่าการใช้พื้นฐานรถจีนไม่ได้แปลว่าจะต้องขับออกมาเหมือนรถจีนเสมอไป หากผู้ผลิตลงมือปรับจูนอย่างจริงจัง Mazda ทำให้รถคันนี้มีความเป็นธรรมชาติขึ้นอย่างชัดเจน พวงมาลัยแม่นและ Linear ช่วงล่างหนึบขึ้น เข้าโค้งมั่นใจขึ้น เบรกนุ่มและสมดุลขึ้น และลดอาการ Robotic กับความย้วยแบบที่หลายคนเคยเจอใน Deepal L07 ลงไปได้มาก\n-----\n\nราคาอย่างเป็นทางการ Mazda 6e\n\n- รุ่น Premium : 1,169,000 บาท\n- รุ่น Exclusive : 1,199,000 บาท\n-----\n\nท้ายที่สุด Mazda 6e ไม่ได้เป็นเพียงรถที่ขายด้วยราคา แต่มันคือรถที่ทำให้คนเริ่มเชื่อว่า Mazda ยังสามารถทำรถขับดีได้เหมือนเดิม เพียงแต่ครั้งนี้พวกเขาเลือกเดินเกมใหม่ ใช้พื้นฐานจากจีนเพื่อลดต้นทุน แล้วนำทรัพยากรไปลงกับการปรับจูนให้ได้บุคลิกแบบ Mazda มากที่สุด เมื่อจับคู่กับราคาประมาณ 1.1 ล้านบาทปลายๆ จึงไม่แปลกที่ Mazda 6e จะกลายเป็นรถที่สร้างเสียงฮือฮาได้มากที่สุดคันหนึ่งของปี และอาจเป็นรถที่มีความหมายต่ออนาคตของ Mazda Thailand มากกว่าที่หลายคนคิด เพราะมันคือสัญญาณว่า Mazda กำลังกลับมา และครั้งนี้พวกเขาเลือกวิธีที่ฉลาดกว่าเดิมในการสู้กับตลาดรถยนต์ไทยที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วแล้วเรียบร้อย","Cover_Review_Article_Mazda_6e.png",null,"","Review_Article_Mazda_6e_1.png",[11,13,14,15,16,17],"Review_Article_Mazda_6e_2.png","Review_Article_Mazda_6e_3.png","Review_Article_Mazda_6e_4.png","Review_Article_Mazda_6e_5.png","Review_Article_Mazda_6e_6.png","30 มีนาคม 2569",1779555738340]