[{"data":1,"prerenderedAt":19},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":5,"title_th":6,"description_th":7,"banner_image":8,"jw_media_id":9,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":18},"20260329202046841495",2,"Nissan Kicks e-POWER (Big Minorchange) ปรับโฉมครั้งใหญ่ เติมของให้ครบ พร้อม ProPILOT ที่ทำให้รถคันนี้กลับมาน่าใช้อีกครั้ง พร้อมราคา","Content by Headlightmag\n-----\nหลังทำตลาดในไทยมาหลายปี Nissan Kicks กลับมาอีกครั้งด้วยเวอร์ชันที่เรียกได้ว่าไม่ใช่แค่ไมเนอร์เชนจ์ธรรมดา แต่เป็น Big Minorchange ที่เปลี่ยนทั้งงานออกแบบ ภายใน เทคโนโลยี และระบบความปลอดภัยแบบยกชุด โดยยังคงจุดขายเดิมเอาไว้ครบ นั่นคือขุมพลัง e-POWER ที่ให้ฟีลลิ่งเหมือนรถไฟฟ้า แต่ไม่ต้องชาร์จ\n \nซึ่งทั้งหมดวางตำแหน่งชัดเจนในตลาด B-SUV ต่ำกว่า 1 ล้านบาท และมุ่งชนคู่แข่งสาย Hybrid อย่างตรงไปตรงมา\n-----\n\nความเปลี่ยนแปลงของ Nissan Kicks โฉมใหม่นั้นเกิดขึ้นแทบทุกชิ้นส่วนที่มองเห็นได้จากภายนอก ตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงด้านท้าย โดยมีรายการปรับใหม่ที่สำคัญ ได้แก่\n - ฝากระโปรงหน้าดีไซน์ใหม่\n - กันชนหน้าและกระจังหน้าดีไซน์ใหม่\n -  แก้มด้านข้าง หน้า-หลัง ดีไซน์ใหม่\n - ไฟหน้าใหม่ พร้อมปรับให้ส่องสว่างกว้างขึ้น 14 เมตรทางด้านข้าง\n - ไฟ Daytime Running Light ดีไซน์ใหม่\n -  ไฟท้ายดีไซน์ใหม่\n - บานฝาท้ายดีไซน์ใหม่\n - กันชนหลังดีไซน์ใหม่\n - ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ลายใหม่\n - เปลี่ยนยางติดรถจากโรงงานเป็น Bridgestone ECOPIA EP150\n -----\n\nผลลัพธ์คือ Kicks โฉมใหม่นี้ดูทันสมัยขึ้นแบบชัดเจน จากเดิมที่หลายคนมองว่าดีไซน์ออกแนวเรียบไปหน่อย กลายเป็นรถที่มีบุคลิกสปอร์ตขึ้น เข้มขึ้น และดูเป็น B-SUV รุ่นใหม่ที่พร้อมชนคู่แข่งได้เต็มตัว\n \nอีกจุดที่ Nissan ปรับให้ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดคือระบบการใช้งานและการเชื่อมต่อกับตัวรถ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนยุคนี้ให้ความสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ\n \n - กุญแจรีโมทดีไซน์ใหม่\n - เพิ่มระบบสตาร์ทรถจากระยะไกล Remote Engine Start\n - เพิ่มระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อเดินห่างจากรถ Walk-away Auto Lock\n - เพิ่มระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อรถเคลื่อนที่ Auto Speed Door Lock\n - เพิ่มแอปพลิเคชันเชื่อมต่อรถ NissanCONNECT Services\n \n -----\nสิ่งเหล่านี้อาจดูเป็นรายละเอียดเล็กๆ แต่เป็นสิ่งที่ทำให้ประสบการณ์ใช้งาน รู้สึกทันสมัยขึ้นทันที และทำให้ Kicks ดูสมราคาในยุคที่คู่แข่งหลายคันเริ่มใส่ฟังก์ชันลักษณะนี้มาแล้ว\n \nการปรับภายในของ Kicks Big Minorchange ถือเป็นอีกไฮไลต์ เพราะ Nissan ปรับใหม่ทั้งดีไซน์และวัสดุ ไม่ใช่แค่เปลี่ยนจอหรือเพิ่มอุปกรณ์เล็กๆ\n \n - แผงแดชบอร์ดหน้า ดีไซน์ใหม่\n - คอนโซลกลางใหม่ พร้อมตกแต่ง Hair-line สีเทาด้าน\n - แผงข้างประตูดีไซน์ใหม่\n - วัสดุหุ้มพวงมาลัยใหม่\n - เบาะหุ้มหนังสังเคราะห์แบบ ลดการอมความร้อน\n-  เบาะคู่หน้าใหม่แบบ Zero Gravity รองรับแผ่นหลังดีขึ้น\n - เพิ่มเบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง\n - เบาะหลังใหม่แบบ Zero Gravity เช่นกัน พร้อมพนักพิงเอนมากขึ้น / หมอนรองศีรษะกว้างขึ้น\n - เพิ่มที่วางแขนตรงกลางสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง\n \nส่วนงานจอภาพก็ถูกอัปเกรดแบบชัดเจนเช่นกัน\n \n - หน้าจอชุดมาตรวัดใหม่ Full Digital พร้อม MID\n - หน้าจอกลางดีไซน์ใหม่ 12.3 นิ้ว สำหรับรุ่น VL และ SV และ 9 นิ้ว สำหรับรุ่น V\n - เพิ่ม Android Auto / Apple CarPlay แบบไร้สาย\n - เพิ่มพอร์ต USB-C 3 ช่อง\n  -----\n\nภาพรวมคือห้องโดยสารของ Kicks ใหม่ให้ความรู้สึกร่วมสมัยขึ้นมาก และแก้จุดที่ผู้ใช้หลายคนเคยบ่นเกี่ยวกับรุ่นเดิมได้ตรงจุด โดยเฉพาะเรื่องจอและความทันสมัยของการเชื่อมต่อ\n \nไฮไลต์ที่ชัดที่สุดของ Kicks รุ่นใหม่นี้คือการเติมระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันและระบบช่วยขับขี่มาแบบจัดเต็ม โดยเฉพาะระบบกึ่งอัตโนมัติที่ถือว่าเจ๋งมากในระดับราคานี้ ระบบที่เพิ่มเข้ามา ได้แก่\n \n -  ระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติ ProPILOT ทำงานร่วมกับ ICC (Intelligent Cruise Control)\nและ LKA (Lane Keeping Assist)\n - ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนที่ LCDN\n - ระบบคาดการณ์การชนด้านหน้า PFCW\n - ระบบเบรกอัตโนมัติพร้อมตรวจจับคนเดินถนน FEB with Pedestrian Detection\n - ระบบควบคุมพวงมาลัยเมื่อออกนอกเลน LDP\n - ระบบควบคุมพวงมาลัยเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน BSI\n - ระบบเบรกอัตโนมัติเมื่อมีรถ/วัตถุด้านหลังขณะถอย RAEB\n - ระบบแจ้งเตือนแรงดันลมยาง TPMS\n \nรวมถึงเพิ่มสีตัวถังใหม่ 2 สี ได้แก่\n \n- Electric Cyan (ฟ้า)\n-  Gray Sky Pearl (เทา)\n  -----\n\nเรียกได้ว่า Kicks โฉมนี้ไม่ได้แค่เติมของ แต่เติมแบบเลือกใส่ในสิ่งที่ตลาดต้องการจริง และช่วยให้รถกลับมาแข่งขันได้ในยุคที่ B-SUV หลายรุ่นเริ่มใส่ ADAS กันเป็นมาตรฐาน\n \n \nในด้านการขับขี่ Nissan ระบุชัดว่า ไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางวิศวกรรมหลัก ไม่ว่าจะเป็นช่วงล่าง พวงมาลัย หรือขุมพลัง ซึ่งหมายความว่า คาแรกเตอร์เดิมของ Kicks ยังคงอยู่ครบ จุดเด่นยังคงเป็นระบบ e-POWER ที่ใช้เครื่องยนต์ทำหน้าที่ปั่นไฟ และใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นตัวขับเคลื่อนล้อโดยตรง ทำให้ฟีลลิ่งการตอบสนองคันเร่งมีความคล้ายรถไฟฟ้า คือพุ่งไวทันใจและออกตัวฉับพลัน มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ซึ่งถือว่าโดดเด่นมากเมื่อเทียบกับรถในกลุ่ม B-SUV\n \nตัวเลขอัตราเร่งที่ทำได้อยู่ในระดับหัวแถวของคลาส\n \n-       อัตราเร่ง 0-100 km/h ประมาณ 8.84 วินาท\n-       อัตราเร่ง 80-120 km/h ประมาณ 6.03 วินาที\n -----\n\nสะท้อนชัดว่ารถคันนี้เหมาะกับการใช้งานจริง โดยเฉพาะการเร่งแซงบนถนนใหญ่ หรือการกดคันเร่งเพื่อพารถพุ่งออกจากจังหวะรถติด\n \nด้านช่วงล่างของ Kicks ยังคงทำผลงานได้ดีในแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของมัน คือให้ความนุ่มนวล เหมาะกับการใช้งานประจำวัน ขับในเมืองแล้วไม่กระด้าง แต่ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ถูกเซ็ตมาให้นิ่มย้วยจนเสียความมั่นใจ การใช้ความเร็วเดินทาง หรือการเข้าโค้งยังให้ความมั่นคงในระดับหนึ่ง ถือว่าเป็นช่วงล่างที่บาลานซ์ดี ระหว่างความสบายและความมั่นใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่คนใช้รถกลุ่มนี้ต้องการมากกว่าความสปอร์ตสุดโต่ง\n \nแม้ภาพรวมการขับขี่จะไม่ต่างจากเดิมมากนัก แต่สิ่งที่ทำให้การทดลองขับ Kicks โฉมใหม่นี้เปลี่ยนประสบการณ์ไปจริงๆ คือการมาของ ProPILOT เพราะระบบนี้ไม่ได้เป็นแค่ Adaptive Cruise Control ธรรมดา แต่เป็นระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติที่สามารถช่วยประคองรถให้อยู่ในเลน พร้อมควบคุมความเร็วและระยะห่างจากรถคันหน้า รวมถึงสามารถชะลอและหยุดรถได้เองในสถานการณ์การจราจร\n -----\n\nจุดสำคัญคือ Nissan Kicks กลายเป็นหนึ่งในรถระดับราคาต่ำกว่า 1 ล้านบาทในไทย ที่มีระบบช่วยขับซึ่งสามารถ “ช่วยลดความเสี่ยง” ในสถานการณ์อันตราย เช่น อาการหลับในหรือหมดสติได้จริง เพราะตัวรถสามารถช่วยรักษาเลนและลดความเร็ว/หยุดรถได้ในระดับหนึ่ง นี่คือฟีเจอร์ที่ไม่ได้แค่เพิ่มความสะดวก แต่เพิ่มความปลอดภัย และทำให้ Kicks โฉมใหม่นี้ดูคุ้มขึ้นทันที เมื่อเทียบกับคู่แข่งในตลาด\n \nNissan Kicks e-POWER Big Minorchange คือการปรับโฉมครั้งใหญ่จริง ทั้งภายนอก ภายใน อุปกรณ์ และเทคโนโลยีความปลอดภัย โดยยังคงจุดแข็งเดิมของรถไว้ครบ นั่นคือความพุ่งแบบมอเตอร์ไฟฟ้า การตอบสนองไว และความง่ายในการใช้งานแบบไม่ต้องชาร์จ\n \nแต่สิ่งที่ทำให้มันกลับมาเป็นรถที่น่าจับตามองที่สุดอีกครั้ง คือการเพิ่ม ProPILOT ซึ่งยกระดับความสบายและความปลอดภัยในการขับขี่ไปอีกขั้น จนกลายเป็นจุดขายหลักที่คู่แข่งหลายคันในระดับราคานี้ยังให้ไม่ได้\n \nถ้าคุณมองหา B-SUV ที่ขับง่าย พุ่งไว อุปกรณ์แน่น และอยากได้เทคโนโลยีช่วยขับแบบจริงจังในงบไม่ถึงล้าน Nissan Kicks โฉมใหม่นี้ คือการกลับมาที่น่าสนใจกว่าที่หลายคนคิด\n\nการเปิดตัวในไทยมาพร้อมราคาพิเศษ ครบ 3 รุ่นย่อย ได้แก่\n-  รุ่น Kicks e-Power V : 789,900 บาท\n-  รุ่น Kicks e-Power VL : 849,900 บาท\n-  รุ่น Kick e-Power SV : 899,900 บาท","Cover_Review_Article_Nissan_Kicks_2026.png",null,"","Review_Article_Nissan_Kicks_2026_1.png",[11,13,14,15,16,17],"Review_Article_Nissan_Kicks_2026_2.png","Review_Article_Nissan_Kicks_2026_3.png","Review_Article_Nissan_Kicks_2026_4.png","Review_Article_Nissan_Kicks_2026_5.png","Review_Article_Nissan_Kicks_2026_6.png","30 มีนาคม 2569",1779555738341]