[{"data":1,"prerenderedAt":19},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":5,"title_th":6,"description_th":7,"banner_image":8,"jw_media_id":9,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":18},"20260505144021548772",2,"รีวิว AVATR 07 Ultra AWD ล้ำสมัยในราคาที่เข้าถึงง่ายขึ้น พร้อมราคา","Content by Headlightmag\n-----\n\nหลังประสบความสำเร็จจากการแนะนำ AVATR 11 รถ SUV ไฟฟ้าจากกลุ่ม Changan ที่ครองใจกลุ่มลูกค้าระดับพรีเมียม เป็นเวลา 1 ปีกว่า แม้ยอดขายอาจไม่เยอะเมื่อเทียบแบรนด์ในเครือ \n\nแต่กระแสและความสนใจยังคงมีต่อเนื่อง เพียงแต่ด้วยราคาที่ทะลุ 2 ล้านบาท ซึ่งหลายคนมองว่าเกินเอื้อม จึงทำให้ AVATR 07 ออกสู่ตลาดเมื่อปลายปี 2025 ด้วยราคาไม่ถึง 1.9 ล้านบาท ทำให้ลูกค้าชาวไทยให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก เห็นได้จากบรรยากาศในงาน Motor Expo 2025 ที่แน่นแทบทุกวัน \n\nไม่รอช้าวันนี้เราได้ AVATR 07 รุ่น Ultra AWD ราคา 1,859,000 บาท มารีวิวและไขข้องสงสัยว่า ทำไมลูกค้าชาวไทยถึงสนใจรถคันนี้?\n\nภายนอกยังคงเส้นสายจากรุ่น 11 แต่ปรับให้ดูย่อมลงมา ทั้งไฟหรี่/ไฟ Daytime Running Light แบบสองชั้น ส่วนไฟหลักจะอยู่กึ่งกลางของเส้นล่าง แม้แนวกระจกจะคล้ายกัน แต่มีขนาดกะทัดรัดลงมาหน่อย และเป็นแบบไร้กรอบ ขณะที่กระจกมองข้างเลือกได้ทั้งแบบปกติ และแบบกล้องพร้อมจอเสริมอีก 2 ฝั่ง ล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว ไฟท้ายแบบ Full LED\n-----\n\nส่วนภายในจะพบจอแสดงผลแบบเต็มชุด ทั้งฝั่ง Panoramic ขนาด 35.4 นิ้ว ความละเอียด 4K จอกลางสำหรับสั่งงานขนาด 15.6 นิ้ว ความละเอียด 2K เสริม ฟังก์ชัน ต่างๆ ทั้งแผนที่จาก Petal Maps ลำโพง Meridian Premium Sound System 25 ตำแหน่ง \n\nพร้อมระบบปรับอากาศแบบแยกฝั่งสามารถกรองสิ่งสกปรกและ PM 2.5 ได้ พร้อมน้ำหอมมาถึง 6 กลิ่น ไฟส่องสว่างสร้างบรรยากาศ Ambient Light ปรับได้ 64 สี คอนโซลกลางมาในทรงเรียบง่าย ทั้งช่องเก็บของ 2 ชั้น \n\nด้านล่างมีช่องจ่ายไฟแบบ USB-C ส่วนด้านบนให้ที่ชาร์จไร้สายคู่กำลังไฟ 50W พร้อมที่วางแก้ว และช่องเก็บของขนาดใหญ่ ส่วนพวงมาลัย 3 ก้านปรับให้ดูแบนขึ้น ด้านซ้ายมีที่ปัดน้ำฝนอัตโนมัติ 2 โหมด และคันเกียร์ย้ายไปที่คอพวงมาลัย ตลอดจนแผงประตูจัด สวิตช์กระจกไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด และไฟอ่านแผนที่ LED ที่มีกระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติเข้าชุดกัน\n\nเบาะนั่งหุ้มหนัง Nappa แบบเคลือบเงา Pearl-like Shimmer ปรับไฟฟ้า 16 ทิศทาง ติดที่รองขาให้ สามารถปรับอุณหภูมิร้อน/เย็น สั่งนวดได้ 5 โหมด/3 ความแรง และปรับแบบไร้แรงโน้มถ่วง Zero Gravity สูงสุด 120 องศา ส่วนเบาะหลังแยกพับราบได้ในอัตราส่วน 60/40 เสริมม่านบังแดดหลังไฟฟ้า\n-----\n\nด้านขุมพลังในรุ่น Ultra จะมาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ AWD พละกำลังสูงสุด 598 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 645 นิวตันเมตร แบตเตอรี่เป็นแบบ Lithium-ion ชนิด LFP เทคโนโลยี 800V ขนาด 82.16 kWh เคลมว่าสามารถวิ่งได้ไกล 545 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC \n\nด้านการชาร์จไฟ แบบ AC รองรับได้สูงสุด 11 kW และแบบ DC รองรับสูงสุด 420 kW หากชาร์จไฟในระดับ 30-80% ใช้เวลาเพียง 10 นาที อีกทั้งรองรับการจ่ายไฟสำหรับอุปกรณ์ภายนอก V2L 3.3 kW \n\nจากที่ได้ขับนั้น พบว่าพละกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ทำได้ทันใจ เร็ว แต่นุ่มนวล จังหวะออกตัวทำได้นุ่มนวล เห็นได้จากช่วง ออกตัว 0-100 กม./ชม. ตามสเปกเคลมไว้เพียง 3.9 วินาที และสามารถทำความเร็วสูงอย่างรวดเร็ว \n\nอีกทั้งโหมดการขับขี่ สามารถเลือกได้ 4 โหมดคือ Comfort, Eco, Sport และ Custom ที่สามารถปรับพละกำลัง ช่วงล่าง พวงมาลัยได้ตามความชอบของผู้ขับขี่ ในเรื่องพละกำลังแทบจะไม่ต้องกังวลแต่อย่างใด\n\nขณะที่การขับขี่เริ่มจากพวงมาลัยเป็นทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า แม้การจับจะมีความรู้สึกแปลกจากรถยนต์รุ่นอื่น แต่พอใช้งานไปสักพักจะเริ่มคุ้นชิน ส่วนการตอบสนองค่อนข้างไว อาจจะต้องเผื่อระยะในการเปลี่ยนเลนถนน ขณะที่แป้นเบรก สามารถปรับได้ทั้งแบบ Comfort และ Sport \n-----\n\nจากการขับขี่พบว่าเบรกทำงานค่อนข้างไว แต่ระยะการกดแป้นรู้สึกว่าต้องกดลึก ถึงขั้นว่าอาจจะเผื่อระยะห่างจากคันหน้าไว้เพื่อความปลอดภัย ส่วนระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบดับเบิลวิชโบน ระบบกันสะเทือนหลังแบบมัลติลิงก์ ขณะที่ชุดกันสะเทือนเป็นแบบถุงลมอัจฉริยะแบบ CDC พร้อมปรับแบบอัตโนมัติ จากที่ขับขี่พบว่าอาการของรถจะไปในทางนุ่มมากพอสมควร \n\nเมื่อเจอรอยต่อบนถนนจะพบอาการดิ้นและโคลงพอสมควร หากใช้ในความเร็วต่ำถือว่ายังสบาย แต่ความเร็วสูงยังมีความนุ่ม จนรู้สึกถึงความไม่มั่นใจ \n\nอย่างไรก็ตามพอปรับช่วงล่างเป็นแบบ Sport อาการโคลงต่างๆ จะลดลงแต่ความนุ่มยังคงสัมผัสได้ ดังนั้นหากผู้ขับขี่เน้นใช้งานทั่วไป ขับไม่เร็วมาก น่าจะชอบอาการช่วงล่างของรถคันนี้ ส่วนสายซิ่งก็ว่ากันตรง ๆ เอาไม่อยู่ ยังมีจังหวะที่ทำให้ผู้ขับขี่เกร็งไม่น้อยอยู่ จุดนี้ต้องปรับปรุงจริง ๆ \n\nส่วนอัตราการใช้พลังงานได้ลองขับขี่หลากหลายแบบทั้งวิ่งในเมือง-นอกเมือง วิ่งทำความเร็ว ระยะทางจบที่ 86.8 กิโลเมตร อัตราการใช้ไฟอยู่ที่ 20.3 kWh/100 กม. ถือว่าสมตัวกับพละกำลัง และขนาดแบตเตอรี่ที่ให้มา\n-----\n\nภาพรวมของ AVATR 07 Ultra AWD ถือว่ามาเจาะกลุ่มลูกค้าระดับ พรีเมียม ที่ต้องการความล้ำสมัย ชาร์จเร็วไม่แพ้รุ่นพี่อย่าง AVATR 11 เพียงแต่อาจจะต้องการขนาดรถที่ กะทัดรัด กว่า แน่นอนว่าในเรื่องพละกำลังแรงเหลือใช้สุด ๆ ออปชันจัดแบบแน่นคันไม่แพ้รุ่นพี่การขับขี่เน้นคล่องตัวและสบาย ไม่เหมาะสำหรับสายซิ่งที่จะสวนทางกับพละกำลังมหาศาล และช่วงล่างที่ความมั่นใจอาจจะยังไม่มากพอในช่วงความเร็วสูง\n\nอย่างไรก็ตาม AVATR 07 ถือเป็นรถอีกรุ่นที่น่าจับตามองจากการเข้าร่วมสมรภูมิกลุ่มรถ BEV ระดับราคา 1.7 - 2.2 ล้านบาท ซึ่งช่วงราคาดังกล่าวมีรถให้เลือกเยอะมาก ดังนั้นสิ่งที่บอกได้ว่ารถคันนี้เหมาะกับใคร ต้องไปสัมผัสและทดลองขับด้วยตัวเอง จะได้รู้ว่า BEV คันนี้ ถูกใจและตอบการใช้งานของคุณมากแค่ไหน\n\nราคา AVATR 07 \n- รุ่น Max RWD : 1,659,000 บาท \n- รุ่น Ultra AWD : 1,859,000 บาท (รุ่นในรีวิว)","Cover_Review_Article_Avatr_07_Ultra_AWD.png",null,"","Review_Article_Avatr_07_Ultra_AWD_1.png",[11,13,14,15,16,17],"Review_Article_Avatr_07_Ultra_AWD_2.png","Review_Article_Avatr_07_Ultra_AWD_3.png","Review_Article_Avatr_07_Ultra_AWD_4.png","Review_Article_Avatr_07_Ultra_AWD_5.png","Review_Article_Avatr_07_Ultra_AWD_6.png","14 พฤษภาคม 2569",1779555738335]