[{"data":1,"prerenderedAt":19},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":5,"title_th":6,"description_th":7,"banner_image":8,"jw_media_id":9,"video_embed_link":10,"article_image":11,"galleries":12,"publish_date":18},"20260513133114828196",2,"รีวิวทดลองขับ Toyota Land Cruiser FJ เมื่อความถึกแบบ Land Cruiser เข้าถึงง่ายขึ้น พร้อมราคา","Content by Headlightmag\n-----\nถ้าจะบอกว่า ปี 2026 คือช่วงเวลาที่ Toyota กลับมาทบทวนตัวเองอีกครั้งหนึ่ง ก็คงไม่ผิดนัก เพราะนอกจากการผลักดันรถไฟฟ้าและ Hybrid อย่างต่อเนื่อง \n\nยังมีการหยิบเอารากฐานสำคัญของแบรนด์อย่าง Land Cruiser มาตีความใหม่ให้เข้ากับยุคสมัย และผลลัพธ์ของแนวคิดนั้นก็คือ Toyota Land Cruiser FJ รถอเนกประสงค์ที่ตั้งใจจะเป็นมากกว่าแค่ SUV สายลุย แต่ต้องใช้ชีวิตประจำวันได้จริงในแบบที่คนทั่วไปเอื้อมถึงได้ ด้วยราคา 1,269,000 บาท\n\nToyota Land Cruiser FJ ถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานงานวิศวกรรมของ Hilux Champ รุ่นฐานล้อสั้นพิเศษ หรือ Hilux Champ Super Short Wheelbase \n\nแต่มีการปรับรายละเอียดด้านโครงสร้างตัวรถแบบ Body-on-Frame ในหลายจุด พร้อมติดตั้งช่วงล่างใหม่แบบ multi-link พร้อมคอยล์สปริง เพิ่มทั้งความแข็งแรง ทนทาน ความสะดวกสบาย และรองรับการขับขี่แบบ Off-road\n\nหัวใจสำคัญของระบบขับเคลื่อน เป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.7 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 166 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 245 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อม Sequential Shift ขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-time 4WD พร้อมระบบ ล็อกเฟืองท้าย Rear Diff-Lock \n-----\n\nทันทีที่เริ่มขับ สิ่งแรกที่รับรู้ได้คือบุคลิกของพวงมาลัยที่ยังคงใช้ระบบไฮดรอลิก ซึ่งในยุคนี้ถือว่าหาได้ยาก แต่กลับให้ ฟีลลิงที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน น้ำหนักพวงมาลัยถูกจูนมาให้เบากว่า Toyota Fortuner เล็กน้อย ทำให้การใช้งานในเมืองไม่เป็นภาระ ขณะเดียวกันก็ยังคงความมั่นคงในการควบคุมไว้ได้ ระยะฟรีมีตามสไตล์รถที่ออกแบบให้ลุยได้ แต่ไม่ได้มากจนเสียความมั่นใจ \n\nสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือวงเลี้ยวที่แคบกว่าที่คาดไว้ เวลาต้องกลับรถหรือใช้งานในพื้นที่จำกัด ทำได้คล่องตัวกว่าภาพลักษณ์ตัวถังบนเฟรมที่หลายคนคุ้นเคย\n-----\n\nช่วงล่างเป็นอีกหนึ่งจุดที่สะท้อนความตั้งใจของทีมวิศวกรญี่ปุ่นได้ชัดเจน โดยเวอร์ชันไทยใช้การเซ็ตเดียวกับตลาดญี่ปุ่นแทบทั้งหมด ภาพรวมของการซับแรงสะเทือนในความเร็วต่ำทำได้ดีกว่าที่คิด และดีกว่า Fortuner อย่างรู้สึกได้ เมื่อใช้ความเร็วเดินทาง \n\nตัวรถให้ความนิ่งในระดับที่เพียงพอสำหรับการใช้งานจริง ไม่ได้มีอาการโคลงหรือโยนตัวแบบรถลุยยุคก่อน \n\nการปรับโครงสร้างด้วยการลดความยาวของเฟรม และเพิ่มจุดยึดตัวถังแบบ Shear Mounted รวม 8 จุด ช่วยให้ตัวรถมีความกระชับมากขึ้นอย่างชัดเจน ส่งผลให้การขับบนถนนดำทำได้สบายขึ้น \n\nขณะเดียวกันเมื่อออกนอกเส้นทาง ก็ยังคงความสามารถในการลุยโดยไม่สร้างความเหนื่อยล้าสะสมให้ผู้ขับมากเกินไป\n-----\n\nอีกหนึ่งจุดที่สร้างความประหลาดใจคือการเก็บเสียงภายในห้องโดยสาร ระดับความเงียบอยู่ในเกณฑ์ที่เหนือความคาดหมาย เสียงฝนที่ตกกระทบหลังคาถูกลดทอนลงอย่างมาก เสียงจากพื้นถนนและช่วงล่างเล็ดลอดเข้ามาน้อยกว่าที่ควรจะเป็นสำหรับรถประเภทนี้ ผนังห้องเครื่องถูกอัดฉนวนซับเสียงมาอย่างแน่นหนา ทำให้บรรยากาศภายในห้องโดยสารมีความใกล้เคียงกับ SUV ที่เน้นความสบายมากกว่ารถสายลุยแบบดั้งเดิม\n\nตำแหน่งนั่งขับถูกออกแบบมาได้ลงตัว พนักศีรษะไม่ดันศีรษะจนสร้างความรำคาญเหมือนที่เคยพบใน Toyota Hilux Travo \n\nเบาะหลังสามารถเลื่อนหน้าและถอยหลังได้ พร้อมปรับเอนได้ในองศาที่หลากหลาย ทำให้ความยืดหยุ่นในการใช้งานเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด \n\nภายในห้องโดยสารโดยรวมจึงให้ความรู้สึกอเนกประสงค์ รองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกลได้ดี\n\nระบบเบรกถูกปรับปรุงให้มีความมั่นใจมากขึ้น ด้วยการเพิ่มขนาดหม้อลมเบรกและจูนแรงเบรกใหม่ ทำให้การตอบสนองของแป้นเบรกมีความเป็นธรรมชาติ ควบคุมแรงเบรกได้ง่ายขึ้น และลดความรู้สึกต้องเหยียบลึกแบบที่พบในรถบางรุ่นก่อนหน้า\n-----\n\nอย่างไรก็ตาม ยังมีบางจุดที่ต้องพิจารณา เครื่องยนต์ให้กำลังเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไป แต่สำหรับผู้ที่คุ้นเคยกับการขับรถด้วยความเร็วสูง อาจรู้สึกว่าการตอบสนองไม่ได้ทันใจนัก ลักษณะอาการคล้ายกับ Fortuner เบนซิน 2.7 ลิตรในอดีต ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องยอมรับให้ได้ \n\nหากไม่ได้ ก็อาจต้องรอทางเลือกเครื่องยนต์ดีเซลในอนาคต การขึ้นลงเบาะแถวหลังยังไม่สะดวกเท่าที่ควร เนื่องจากไม่มีมือจับบริเวณเสากลางช่วยพยุงตัว เบาะนั่งคู่หน้ามีลักษณะยุบเล็กน้อยบริเวณช่วงกลางหลัง และยังไม่มีระบบปรับดันหลังไฟฟ้า พวงมาลัยแม้จะปรับระยะใกล้-ไกลได้ดี แต่ระยะปรับสูง-ต่ำยังอยากให้เพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย\n-----\n\nเมื่อมองภาพรวม Toyota Land Cruiser FJ คือรถที่ไม่ได้พยายามจะโดดเด่นที่สุดในด้านใดด้านหนึ่ง แต่เลือกจะสร้างความสมดุลในทุกองค์ประกอบแทน มันอาจไม่ได้แรงที่สุด ไม่ได้หรูที่สุด และไม่ได้ล้ำที่สุด \n\nแต่สิ่งที่ได้คือความลงตัวระหว่างความสามารถในการลุย กับความสบายในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน เป็นรถที่คุณสามารถใช้ขับไปทำงานในวันธรรมดา และพาออกไปผจญเส้นทางนอกถนนในวันหยุดได้ โดยไม่ต้องปรับตัวมากนัก คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่ามันดีหรือไม่ แต่คือคุณยอมรับบุคลิกของมันได้มากแค่ไหน เพราะหากคำตอบคือใช่ นี่อาจเป็น Land Cruiser ที่ใกล้ตัวที่สุดเท่าที่ Toyota เคยทำมา\n\nราคา Toyota Land Cruiser FJ : 1,269,000 บาท (จากราคาปกติ 1,289,000 บาท) โปรโมชันถึงวันที่ 31 สิงหาคม 2569","Cover_Review_Article_Toyota_Land_Cruiser_FJcover.png",null,"","Cover_Review_Article_Toyota_Land_Cruiser_FJ_1.png",[11,13,14,15,16,17],"Cover_Review_Article_Toyota_Land_Cruiser_FJ_2.png","Cover_Review_Article_Toyota_Land_Cruiser_FJ_3.png","Cover_Review_Article_Toyota_Land_Cruiser_FJ_4.png","Cover_Review_Article_Toyota_Land_Cruiser_FJ_5.png","Cover_Review_Article_Toyota_Land_Cruiser_FJ_6.png","14 พฤษภาคม 2569",1779555738335]