[{"data":1,"prerenderedAt":20},["ShallowReactive",2],{"fetch-content":3},{"id":4,"type":5,"category":6,"title_th":7,"description_th":8,"banner_image":9,"jw_media_id":10,"video_embed_link":11,"article_image":12,"galleries":13,"publish_date":19},"20260629090003950894",2,3,"Seal 5 i-DMI vs City e:HEV (โฉมเก่า) เปรียบเทียบรถพิกัด  B Segment Sedan ขุมพลัง Hybrid","Content by Headlightmag\n-----\n\n Rever Automotive ในฐานะตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ BYD ในประเทศไทย ได้เปิดตัว BYD Seal 5 รุ่นย่อยใหม่รวม 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่นย่อย Dynamic และรุ่นย่อย Standard ราคาเริ่มต้นลดลงเหลือ 599,000 บาท เพื่อเสริมทัพให้กับ BYD Seal 5 ให้มีราคาเริ่มต้นที่น่าดึงดูดและกระตุ้นยอดขาย ในบทความฉบับนี้ ผู้เขียนจึงเห็นเป็นการเหมาะสมที่จะนำมาเปรียบเทียบกับ Honda City Sedan e:HEV ซึ่งเป็นรถยนต์ขุมพลัง Hybrid ที่มีราคาอยู่ในช่วงเดียวกัน\n\nขนาดตัวถังภายนอกของทั้งสองรุ่นเมื่อนำมาเปรียบเทียบกันแล้ว จะเห็นได้ว่า BYD Seal 5 จะมีขนาดตัวถังที่ใหญ่กว่า Honda City Sedan ในทุกมิติตัวถัง กล่าวคือ Seal 5 จะกว้างกว่า ยาวกว่า และสูงกว่า Honda City Sedan โดยที่ BYD Seal 5 จะมีตัวถังที่ใหญ่เทียบชั้นรถยนต์ระดับ C-Segment เช่น Toyota Corolla Altis เลยทีเดียว ถือได้ว่าขนาดตัวถังเป็นจุดเด่นสำคัญของ Seal 5 เลยก็ว่าได้\n-----\n\nในด้านอุปกรณ์มาตรฐานภายนอก BYD Seal 5 และ Honda City e:HEV ก็จะมาพร้อมกับอุปกรณ์มาตรฐานที่จำเป็นอย่างครบครัน แต่ BYD Seal 5 จะโดดเด่นที่ได้ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว เต็มซุ้มมาตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ขณะที่ Honda City จะเป็นล้อขนาด 15 - 16 นิ้ว นอกจากนี้ BYD Seal ยังเหนือกว่าที่ระบบไฟภายนอกที่จะมีไฟส่องพื้นในยามค่ำคืนและไฟหน้าแบบ LED ที่ให้มาตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ขณะที่ Honda City จะต้องเพิ่มเงินไปซื้อรุ่นท็อปสุดเท่านั้น จึงจะได้ไฟหน้าแบบ LED\n\nขณะที่ Honda City e:HEV จะมีตัวเลือกการตกแต่งภายนอกที่หลากหลายมากกว่า โดยมีตัวเลือกการตกแต่งแบบเรียบหรูด้วยโครเมียมในรุ่นย่อย SV และมีการตกแต่งแบบสีดำดุดันในรุ่นย่อย RS อีกทั้งยังคงมีไฟตัดหมอกสำหรับผู้ที่ขับรถในพื้นที่ที่มีทัศนวิสัยยามค่ำคืนที่จำกัดเป็นประจำ\n-----\n\nในด้านอุปกรณ์มาตรฐานภายในของรถทั้งสองรุ่น เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วจะพบว่า BYD Seal 5 จะโดดเด่นที่เบาะนั่งแบบปรับด้วยไฟฟ้าคู่หน้า หน้าปัดเรือนไมล์ของทั้งสองรุ่นเป็นหน้าปัดที่แสดงผลได้หลากหลาย แต่ BYD Seal 5 จะเป็นหน้าจอขนาด 8.8 นิ้ว ส่วน Honda City จะเป็นหน้าปัดแบบเข็มความเร็ว พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลขนาด 7 นิ้ว นอกจากนี้หน้าจอเครื่องเสียงของ BYD Seal 5 ยังเป็นหน้าจอที่ใหญ่ถึง 10.1 - 12.8 นิ้ว ขณะที่ City จะเป็นหน้าจอขนาด 9 นิ้ว ลำโพงของทั้งสองรุ่นให้มา 4-8 ตำแหน่งเหมือนกัน\n\nในด้านขุมพลังขับเคลื่อน รถยนต์ทั้งคู่เป็นเครื่องยนต์เบนซินที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า โดย BYD Seal 5 จะทำงานแบบ Plug-in Hybrid กล่าวคือ สามารถชาร์จไฟฟ้าเข้าแบตเตอรี่ LFP ขนาด 13.08 kWh หรือ 18.30 kWh ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย แล้ววิ่งไฟฟ้าล้วนแบบรถ EV ได้ไกลสุด 85 - 120 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC) หรือสามารถเลือกให้เครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบรถ Hybrid โดยเมื่อเครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าแล้ว จะมีพละกำลังสูงสุด 218 แรงม้า (PS) แรงบิดสูงสุด 300 นิวตันเมตร จึงทั้งแรงและยืดหยุ่นในแง่การใช้งานมากกว่า\n\nในขณะที่ City e:HEV จะเป็นระบบ Hybrid เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า พ่วงแบตเตอรี่แบบ Lithium-ion กำลังสูงสุดรวมทั้งระบบ 109 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 253 นิวตันเมตร แบบดั้งเดิมที่ไม่จำเป็นต้องมีการชาร์จไฟฟ้าเข้าระบบ\n-----\n\n     ด้านระบบความปลอดภัย BYD จะเด่นตรงที่จะได้ถุงลมรอบคันตั้งแต่รุ่นเริ่มต้น ขณะที่ Honda ต้องรุ่นท็อปถึงจะมีม่านถุงลมนิรภัยให้ ส่วนระบบช่วยการขับขี่ เช่น ระบบช่วยควบคุมความเร็วโดยอัตโนมัติแบบแปรผัน ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้า ระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ ระบบช่วยควบคุมรถไม่ให้ออกนอกช่องทางเดินรถ ระบบไฟสูงอัตโนมัติ มีมาให้ทั้งคู่ แต่ในส่วนของระบบช่วยเตือนจุดอับสายตาของ BYD จะเป็นแบบไฟเรืองแสงที่กระจกมองข้าง (BSD) ส่วน City จะเป็นการแสดงภาพมุมอับสายตาด้วยกล้อง Honda LaneWatch\n-----\n\nทั้งนี้ รถยนต์ทั้งสองรุ่น มีราคาจำหน่ายดังต่อไปนี้\n\nราคาอย่างเป็นทางการ BYD Seal 5 DM-i\n- Seal 5 DM-i Standard : 599,000 บาท (รุ่นย่อยใหม่)\n- Seal 5 DM-i Dynamic : 659,000 บาท (รุ่นย่อยใหม่)\n- Seal 5 DM-i Premium : 699,000 บาท\n\nราคาอย่างเป็นทางการ Honda City e:HEV MY2024\n- City e:HEV SV : 729,000 บาท\n- City e:HEV RS : 799,000 บาท\n-----\n\n      กล่าวโดยสรุปคือ BYD Seal 5 DM-i Premium เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาความยืดหยุ่นในการใช้งาน โดยต้องการใช้ไฟฟ้าล้วนในบางสถานการณ์ เช่นการวิ่งในสภาพการจราจรที่ติดขัดในเมือง แต่ยังต้องการสลับมาใช้นำมันในการเดินทางไกล อีกทั้งยังชอบรถที่แรงกว่าและมองหารถที่ออพชั่นแพรวพราวเยอะกว่า \n\n     ในราคาที่คุ้มค่ามากกว่า ส่วน Honda City e:HEV เหมาะสำหรับผู้ที่มองหาความสบายใจในการใช้งาน ความทนทาน อัตราเร่งทีเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน และไม่ได้ต้องการชาร์จไฟฟ้า หรือไม่สะดวกชาร์จไฟฟ้าเพราะอยู่คอนโด และรับได้กับราคาขายที่อาจสูงกว่าสักนิด (ราคาก่อนรวมส่วนลด)","Cover_H2H_Article_Seal5_vs_City_HEV.png",null,"","H2H_Article_Seal5_vs_City_HEV_1.png",[12,14,15,16,17,18],"H2H_Article_Seal5_vs_City_HEV_2.png","H2H_Article_Seal5_vs_City_HEV_3.png","H2H_Article_Seal5_vs_City_HEV_4.png","H2H_Article_Seal5_vs_City_HEV_5.png","H2H_Article_Seal5_vs_City_HEV_6.png","29 มิถุนายน 2569",1784711589828]